Loading

คลังตั้งงบลงทุนภาครัฐ5ปีวงเงิน4ล้านล้า

วันที่ : 16 ตุลาคม 2553
คลังตั้งงบลงทุนภาครัฐ5ปีวงเงิน4ล้านล้าน

          คลังคาดงบลงทุนภาครัฐ 5 ปี วงเงิน 4 ล้านล้านบาท วางยุทธศาสตร์ลงทุน โลจิสติกส์ ขยายนิคมอุตสาหกรรม พัฒนาแหล่งน้ำ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์

 

          นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้เร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำข้อมูลประมาณการรายได้ และรายจ่าย รวมถึงเม็ดเงินการลงทุน ในระยะ 5 ปีข้างหน้า เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาแนวทางที่จะทำให้งบประมาณเข้าสู่จุดสมดุลในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งเป็นโจทย์ที่นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มอบหมายไว้ และแผนงานทั้งหมดจะนำเสนอต่อที่ประชุมผู้บริหารกระทรวงการคลัง ในวันที่ 13 พ.ย.นี้

 

          "ได้มอบให้ 3 กรมจัดเก็บเร่งทำประมาณการรายได้ในระยะ 5 ปี ภายใต้โครงสร้างภาษีปัจจุบัน และกรมบัญชีกลาง ซึ่งดูแลด้านรายจ่าย ก็ให้ทำประมาณการด้านรายจ่าย นอกจากนี้ ยังมอบให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) พิจารณาภาพรวมการลงทุนในระยะ 5 ปีข้างหน้าด้วย"

 

          นายอารีพงศ์ กล่าวว่า ภายใต้โครงสร้างงบประมาณเข้าสู่จุดสมดุลนั้น งบประมาณด้านการลงทุน จะต้องมีสัดส่วนจาก 16% ของงบประมาณรายจ่ายทั้งหมดในงบปี 2554 ขึ้นมาเป็น 25% ในปีงบประมาณรายจ่ายปี 2555 หรือ ปี 2556 ทั้งนี้ ในแง่จำนวนเงินลงทุนนั้น ได้วางเป้าหมายงบลงทุนของประเทศใน 5 ปีหน้า ว่า น่าจะอยู่ในระดับ 4 ล้านล้านบาท โดยจะเป็นงบลงทุนของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ 2 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นการลงทุนเฉลี่ยปีละ 3-4 แสนล้านบาท ด้านรายจ่ายประจำนั้น หากยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ก็ต้องมีการพิจารณาตัดงบรายจ่ายส่วนเกินออกไป เพื่อไม่ให้งบส่วนนี้เพิ่มขึ้น และเป็นอุปสรรคต่อการจัดทำงบประมาณสมดุล

 

          "ยุทธศาสตร์ลงทุนจะนำไปใช้ เราจะเน้นพัฒนาด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาแหล่งอุตสาหกรรม เช่น การขยายนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ การพัฒนาระบบชลประทาน การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เป็นต้น ส่วนที่เหลือน่าจะเป็นการลงทุนร่วมกับภาครัฐของภาคเอกชน เช่น ในโครงการรถไฟฟ้า ทำให้เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะเพิ่มการลงทุนของประเทศให้มากขึ้น เพียงแต่รัฐบาลต้องสร้างความชัดเจนในการลงทุน เพื่อดึงภาคเอกชนให้เข้ามาร่วมทุนกับรัฐบาล ซึ่งจะเป็นการแบ่งเบาภาระงบประมาณที่มีจำกัด"

 

          นายอารีพงศ์ กล่าวว่า แนวทางการใช้งบประมาณนับจากนี้ไป จะต้องมุ่งไปในแนวทางสร้างความเสมอภาคของคนในสังคม ขณะเดียวกัน งบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ก็จะต้องเน้นไปในแนวทางช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา เราได้ใช้งบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไปมาก และขณะนี้ เศรษฐกิจก็สามารถฟื้นตัวได้ดีแล้ว ฉะนั้นงบประมาณที่จะใช้ จะต้องช่วยสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจ

 

ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com

 

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ