Loading

กคช.โละที่ค้างสต๊อกหมื่นไร

วันที่ : 24 มิถุนายน 2553
กคช.โละที่ค้างสต๊อกหมื่นไร่

นายศิริโรจน์ ชาวปากน้ำ รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผย ฐานเศรษฐกิจว่าขณะนี้การเคหะฯ อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้กรณีนำที่ดินจำนวน 13,000 ไร่ที่ถูกยกเลิกจากการดำเนินโครงการบ้านเอื้ออาทร และที่ดินที่ซื้อตุนไว้เพื่อรอการพัฒนา ระบายออกเพื่อลดภาระหนี้ ซึ่งจะมีทั้งขายให้เอกชนที่สนใจ และนำที่ดินที่มีศักยภาพมาลงทุนทำโครงการเอง อย่างไรก็ดี หากมีเอกชนสนใจที่ดินของการเคหะฯ จำนวนมากก็จะพิจารณาขายเป็นส่วนใหญ่เพื่อหารายได้เข้ามาเสริมสภาพคล่องและชำระหนี้ต่อไป ทั้งนี้ต้องเสนอต่อ ครม.เพื่อพิจารณาเห็นชอบในหลักการ

ขณะเดียวกันยังปรับราคาขายบ้านเอื้ออาทรจำนวน 55 โครงการทั่วประเทศ เพิ่ม 2-10% หลังจากไม่เคยปรับราคามาก่อนหน้านี้ 7 ปี นับตั้งแต่ดำเนินโครงการ คือยืนที่ราคา 390,000 บาทต่อหน่วยมาโดยตลอด ส่งผลให้ต้องรับภาระต้นทุนและดอกเบี้ยรวม 1,800 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้นายสุชาติ ศิริโยธินพันธุ์ ผู้ว่าการการเคหะฯ กล่าวถึงแผนระบายสต๊อกที่ดินว่า ได้วางไว้ 10 ปีข้างหน้า จะกำหนดแนวทางการจัดการไว้อย่างชัดเจน โดยช่วง 5 ปีแรกนับจากนี้จะพัฒนาโครงการจำนวน 67 โครงการ ส่วนปีที่ 6-10 จะพัฒนาอีก 76 โครงการ โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ ครม.เห็นชอบกับแนวทางที่เสนอไป

นอกจากนี้การเคหะฯ ยังมีแผนเร่งชำระหนี้สินที่มีอยู่ทั้งของการเคหะฯ เองและโครงการบ้านเอื้ออาทร จำนวนกว่า 60,000 ล้านบาท ที่สำคัญจะต้องเร่งขายบ้านเอื้ออาทร และหาช่องทางเพิ่มรายได้ใน 2-3 ปีข้างหน้า ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการรักษาสถานะขององค์กรให้มีความมั่นคง ขณะเดียวกันหากยังระบายที่ดินไม่ได้ก็ต้องหาทางลดภาระดอกเบี้ยที่เกิดจากการยกเลิกโครงการบ้านเอื้ออาทรจำนวน 7,500 ไร่ เฉลี่ยปีละ 500 ล้านบาทที่การเคหะฯ ต้องชำระให้กับธนาคารกรุงไทยในฐานะเจ้าหนี้รายใหญ่ต่อไป

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ภาคเอกชนโดยสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรได้เสนอให้การเคหะฯ ขายที่ดินให้กับภาคเอกชน โดยให้ ครม.มีมติรับรอง และมองว่าทางออกนี้ดีที่สุด โดยจะหารือและเสนอต่อ ครม.เห็นชอบขายที่ดินของการเคหะฯ ยกแปลงต่อไป

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ