Loading

คลังซื้อใจเทกระจาดมาตรการภาษ

วันที่ : 26 พฤษภาคม 2553
คลังซื้อใจเทกระจาดมาตรการภาษี

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลาการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิ์และนิติกรรมการโอนอสังหาริมทรัพย์ และค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน และตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดเหลือ 0.01% ตามมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ออกไปอีก 1 เดือน คือสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.นี้ จากเดิมที่จะครบกำหนดลงในวันที่ 31 พ.ค.นี้ ตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง 

 

นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบมาตรการภาษีและค่าธรรมเนียม เพื่อสนับสนุนการควบรวมกิจการของสถานบันการเงิน ตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ระยะที่ 2 สำหรับการควบรวบของสถาบันการเงินที่กระทำในปี 2553-54 เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามกรอบพัฒนาระบบสถาบันการเงินตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ระยะที่ 2 (ปี 2553-57) ที่กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมจัดทำมาคือ

 

1. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ให้แก่สถาบันการเงิน สำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับ รายรับหรือการกระทำตราสารที่เกิดขึ้น หรือเนื่องจากการที่สถาบันการเงินควบเข้ากัน หรือโอนกิจการทั้งหมดให้แก่กัน

 

2. การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ให้แก่สถาบันการเงิน สำหรับมูลค่าของฐานภาษี รายรับ หรือการกระทำตราสารที่เกิดขึ้น เนื่องจากการที่สถาบันการเงินมีการโอนกิจการบางส่วนให้แก่กัน

3. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ให้แก่ผู้ถือหุ้นของสถาบันการเงิน สำหรับผลประโยชน์ที่ได้จากการที่สถาบันการเงินควบหรือโอนกิจการทั้งหมดให้แก่กัน ตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินฯ ซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าทุน

 

4. ลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอน และค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์และอาคารชุด เหลือ 0.01 %สำหรับสถาบันการเงินที่ควบเข้ากัน หรือโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่กัน ตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินฯ

 

ทั้งนี้ มาตรการภาษีและค่าธรรมเนียมดังกล่าว จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาปัญหาและอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้น จากการควบรวมสถาบันการเงิน โดยผลการควบรวมกิจการ จะมีส่วนเสริมสร้างประสิทธิภาพของสถาบันการเงินให้สามารถแข่งขัน และรองรับการเปลี่ยนตามสภาวะแวดล้อมทางการเงินภายในประเทศและต่างประเทศได้ อีกทั้งมีส่วนช่วยให้ประชาชนผู้ใช้บริการได้รับบริการที่ดีขึ้น ทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพจากสถาบันการเงิน

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ