Loading

ไพรัช แจงก.คลังให้สภาวิชาชีพร่ว

วันที่ : 11 เมษายน 2553
ไพรัช แจงก.คลังให้สภาวิชาชีพร่วม

นายไพรัช  มณฑาพันธุ์ นายกสมาคมนักประเมินราคาอิสระไทย เปิดเผยกับ""ฐานเศรษฐกิจ""ว่า เมื่อเร็วๆ นี้สมาคมพร้อมด้วยตัวแทนจากสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย ได้เข้าพบที่ปรึกษา น.พ. พฤฒิชัย  ดำรงรัตน์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในฐานะที่กำกับดูแลกรมธนารักษ์ เพื่อชี้แจงและขอให้มีการปรับปรุงร่างพ.ร.บ. การประกอบวิชาชีพการประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่จะมีผลบังคับใช้  โดยก่อนหน้านั้นได้มีการร้องเรียนไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปแล้วว่ามีหลายประเด็นที่สองสมาคมไม่เห็นด้วยและเห็นว่าควรปรับปรุงให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันเนื่องจากร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวทำมากว่า 10 ปี แต่เพิ่งนำมาปัดฝุ่นใหม่

 

        "" โดยกรอบของร่าง พ.ร.บ.ที่สมาคมได้ชี้แจงไปกว้าง ๆ แก่ที่ปรึกษารมช.คลังนั้นมีสองประเด็นหลักต้องมีองค์กรวิชาชีพเข้าไปมีส่วนร่วม โดยมาจากการคัดเลือกของภาคเอกชนจัดตั้งในรูปแบบของสภาวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน เพราะย่อมมีความรู้ความเข้าใจในวิชาชีพได้ดีที่สุดและสามารถควบคุมกันเองเหมือนสภาวิชาชีพอื่น ๆ  ประเด็นที่  2 คือร่างพ.ร.บ.ต้องครอบคลุมถึงทรัพย์สินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียวเช่น ลิขสิทธิ์ทางปัญญา  สิทธิบัตร  เครื่องจักร สัมปทาน เป็นต้น ที่ต้องมีการพิจารณาเข้าไปด้วย รวมต้องครอบคลุมไปถึงผู้ประเมินจากสถาบันการเงินด้วย""

 

         นายไพรัช ยังกล่าวอีกว่า    ทั้งสองสมาคมยังยืนยันว่าไม่ได้คัดค้าน ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวแต่เราอยากให้มีกฎหมายเข้ามาควบคุมเพื่อให้เกิดบรรทัดฐานในการประกอบวิชาชีพ แต่ก็ต้องไม่ใช่มาสร้างปัญหาใหม่หรือเป็นการควบคุมมากกว่าที่จะยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ อีกทั้งสภาวิชาชีพฯก็เหมือนเข้าไปเป็นบอร์ดเล็ก ในขณะที่มีบอร์ดใหญ่ซึ่งมีกรรมการ เป็นตัวแทนจากองค์กรที่รัฐตั้งมา โดยสภาฯจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบภาคเอกชนด้วยกันเอง เหมือนสภาวิชาชีพด้านสถาปนิก หรือแพทย์สภา เป็นต้น

 

         ดังนั้นจึงได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อศึกษาเรื่องนี้โดยตรงมีนาย พนม  กาญจนเทียมเท่า เป็นประธานที่ปรึกษา ร่วมกับกรรมการอีก 17 คน ส่วนขอบข่ายการทำงานจะทำหน้าที่หลัก 3 ประการคือ 1. ศึกษาร่างพ.ร.บ.ที่เหมาะสม สำหรับวิชาชีพการประเมิน 2. ต้องเผยแพร่เรื่องนี้ให้เป็นที่แพร่หลาย ทั้งในรูปแบบการจัดเสวนา อภิปราย การประชาสัมพันธ์ แถลงข่าว เป็นต้นและ 3. ต้องทำหน้าที่ประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและหน่วยงานภาครัฐเพื่อเสนอแนะแนวทางต่าง ๆ 

 

       อนึ่งร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวได้เริ่มร่างมาตั้งแต่ปี 2544   และเลื่อนมาเรื่อย ๆ โดยที่ภาคเอกชนไม่เคยรับรู้ถึงเนื้อหาสาระมาก่อนและเพิ่งมารับรู้เมื่อได้รับเชิญเข้าร่วมร่างกฎกระทรวงเมื่อไม่นานมานี้ จึงเสนอให้มีการปรับปรุงก่อนที่จะพิจารณายกร่างกฎกระทรวง ประกอบร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว"

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ