Loading

คลังดันจัดเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมรอชงเข้าครม.หลังภาษีที่ดิน-คาดมีรายได้1-2หมื่นล้า

วันที่ : 22 มีนาคม 2553
คลังดันจัดเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมรอชงเข้าครม.หลังภาษีที่ดิน-คาดมีรายได้1-2หมื่นล้าน

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า วันที่ 30 มีนาคมนี้ กระทรวงการคลังเตรียมจะเสนอร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ....ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา จากนั้นจะเร่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อม พ.ศ.... ตามที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ส่งให้พิจารณา เพื่อเสนอให้ ครม.พิจารณาต่อไป โดยมองว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญสำหรับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน

 

                นายลวรณ แสงสนิท รักษาการผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย สศค.กล่าวว่า ขณะนี้ สศค.เสนอร่าง พ.ร.บ.เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อม พ.ศ....ต่อนายกรณ์แล้ว ซึ่งหลักการสำคัญของร่าง พ.ร.บ.นี้ จะใช้เครื่องมือที่มีอยู่ทั้งด้านภาษี ค่าธรรมเนียมและการคืนภาษีหากทำดี เพื่อจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในเมืองไทย ทั้งน้ำเสีย อากาศเสีย ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และมลพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ โดยจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อออกพระราชกฤษฎีกา หรือกฎหมายลูกเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมแต่ละประเภทต่อไป

 

 "กฎหมายสิ่งแวดล้อมไม่เหมือนกฎหมายอื่น เพราะต้องใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ที่มีอยู่ไปแก้ปัญหา โดยฝ่ายบริหารสามารถออกกฎหมายลูกได้เมื่อเกิดปัญหาภายใน 2 เดือนก็สามารถบังคับใช้ได้ เพียงแค่ผ่าน ครม. เช่น ปัญหามาบตาพุดหากมีกฎหมายแม่ไว้ก่อนเราก็สามารถออกกฎหมายลูกใช้ได้ทันที แต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถเอาผิดกับผู้ปล่อยน้ำเสียและสร้างมลพิษทางอากาศได้" นายลวรณ กล่าว

 

                ทั้งนี้ กฎหมายสิ่งแวดล้อมไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อหารายได้เพิ่มเข้ามา เพราะยิ่งรายได้มากก็แสดงให้เห็นถึงการทำลายสิ่งแวดล้อมมาก โดยเฉลี่ยจากการเก็บรายได้จากกฎหมายนี้ทั่วโลกพบว่ามีสัดส่วน 1-2% ของรายได้ทั้งหมด หากเปรียบเทียบกับประเทศไทยก็น่าจะอยู่ที่ 1-2 หมื่นล้านบาทต่อปี ในส่วนของร่างที่ สศค.เสนอไปนั้นเสนอว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ต้องเร่งจัดการคือ การปล่อยมลพิษทางอากาศ จากซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไนโตรเจนไดออกไซด์ และฝุ่นละออง ปัญหาน้ำเสีย ซึ่งสองส่วนนี้มีแรงต่อต้านน้อย เพราะเป็นกลุ่มผู้ประกอบการหรือโรงงานและสามารถจัดเก็บได้ง่าย ขณะที่ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์ และมือถือ เป็นความจำเป็นเร่งด่วน แต่อาจมีกระแสต่อต้านมาก และต่อมาเป็นการปล่อยคาร์บอนจากรถยนต์ หากรถยนต์ปล่อยคาร์บอนมากก็จะต้องจ่ายภาษีมาก ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดคาร์บอนเครดิต ที่สร้างแรงจูงใจให้โรงงานลดการผลิตคาร์บอน หากโรงงานใดสามารถลดคาร์บอนได้มากก็คิดเป็นเครดิตที่จะนำไปลดหย่อนภาษีได้ในภายหลัง

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

 

 

 

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ