Loading

กลุ่มมหาทุนฯชิงประมูล “สาธรยูนีค” โจทก์-ลูกค้าเก่าคัดค้านขาย-รอลุ้นรอบใหม่25มี.ค

วันที่ : 15 มีนาคม 2553
กลุ่มมหาทุนฯชิงประมูล “สาธรยูนีค” โจทก์-ลูกค้าเก่าคัดค้านขาย-รอลุ้นรอบใหม่25มี.ค.

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 11 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา กรมบังคับคดีได้จัดประมูลขายทอดตลาดอาคารสร้างค้าง     ""สาธร ยูนีค"" บนถนนเจริญกรุง ที่พัฒนาโดยบริษัท สาธร ยูนีค จำกัด ของนายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ สถาปนิกชื่อดังในอดีดช่วงก่อนวิกฤตฟองสบู่ ซึ่งเป็นการนำออกขายทอดตลาดเป็นครั้งแรกตามหมายเลขคดีแดง 14107/2542 ประกอบด้วยอาคารพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 2 แปลง แปลงแรกเป็นที่ดินพร้อมสิ่งที่ปลูกสร้างสูง 49 ชั้น จำนวนยูนิตประมาณ 700 ยูนิต แปลงที่ 2 เป็นที่ดินพร้อมอาคารที่จอดรถสูง 10 ชั้น รวมเนื้อที่ 3 ไร่เศษ

 

โดยกรมบังคับคดีกำหนดราคาเริ่มต้นที่ 1,122,030,000 บาท หรือ 80% ของราคาประเมินที่ 1,402,532,400 บาท และกำหนดให้ผู้เสนอราคาประมูลเสนอราคาเพิ่มขึ้นครั้งละ 1 ล้านบาท ซึ่งการขายทอดตลาดปรากฏว่านายกรวิชญ์ สวาทยานนท์ เสนอราคาซื้อที่ 1,122,030,000 บาทเพียงรายเดียวโดยไม่มีผู้สู้ราคา แต่ได้รับการคัดค้านการขายจากโจทก์และผู้ร้องเฉลี่ย (ผู้ซื้อห้องชุดเดิม) ทางกรมบังคับคดีจึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนโดยจะนำทรัพย์อาคารสาธร ยูนีคออกขายทอดตลาดเป็นครั้งที่ 2 ในวันที่ 25 มีนาคมนี้

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายกรวิชญ์ สวาทยานนท์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ บริษัท พลัสแลนด์ จำกัด โดยบริษัทดังกล่าวจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2550 เพื่อประกอบธุรกิจก่อสร้าง-บริการ มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท โดยมีนายกรวิชญ์ สวาทยานนท์, นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล และนายวิชัย สวาทยานนท์ เป็นกรรมการที่มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท

 

ทั้งนี้ ตระกูล ""สวาทยานนท์"" ถือเป็นหนึ่งในตระกูลที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงอสังหาฯมานาน โดยนายกรวิชญ์ สวาทยานนท์ มีรายชื่อเป็นหนึ่งในกรรมการ บริษัท มหาทุนพลาซ่า จำกัด ซึ่งเป็นผู้พัฒนาอาคารสำนักงานให้เช่า ""มหาทุนพลาซ่า"" ย่านเพลินจิตด้วย

 

นายกรวิชญ์กล่าวว่า เหตุผลที่สนใจเสนอราคาซื้อตึกสาธร ยูนีคเพราะมองว่าเป็นโครงการที่อยู่ในทำเลใกล้แนวรถไฟฟ้า น่าจะนำมาพัฒนาต่อให้แล้วเสร็จเพื่อจะขายได้ และตัวตึกก็ก่อสร้างคืบหน้าไปมากแล้ว อย่างไรก็ตามขณะนี้คงไม่สามารถให้รายละเอียดเพิ่มเติมได้ เพราะต้องรอดูว่าจะมีใครสนใจสู้ราคาในการขายทอดตลาดครั้งที่ 2 หรือไม่

 

แหล่งข่าวจากผู้ซื้ออาคารชุดในโครงการ ""สาธร ยูนีค"" รายหนึ่งที่มาสังเกตการณ์การประมูล เปิดเผยว่า ได้ซื้อห้องชุดในโครงการสาธร ยูนีค พื้นที่ใช้สอย 163 ตร.ม. มาตั้งแต่ปี 2533  โดยซื้อต่อจากผู้ซื้อรายแรกมาในราคา 3,495,000 บาท และผ่อนดาวน์จบครบ 30 งวด งวดละ 6 หมื่นบาท เป็นเงินรวม 1.8 ล้านบาท ไม่รวมเงินค่าเปลี่ยนชื่อ และค่าทำสัญญาอีกกว่า 2 แสนบาท แต่หลังวิกฤตฟองสบู่โครงการประสบปัญหาการเงินและไม่สามารถก่อสร้างต่อได้ จึงได้เข้าร้องเรียนกับกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนคดีเศรษฐกิจ และ สคบ. (สำนักงานคณะ กรรมการคุ้มครองผู้บริโภค)

 

ที่ผ่านมาตำรวจสืบสวนสอบสวนคดีเศรษฐกิจได้เรียกคู่กรณีคือบริษัทผู้พัฒนาโครงการมาเจรจาและทำข้อตกลงจ่ายคืนเงินต้น 2 ล้านบาทเศษ พร้อมดอกเบี้ยประมาณ 1 ล้านบาทเศษ แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับการชำระเงินคืนตามที่ตกลงกันไว้ ขณะที่ สคบ.ได้ส่งเรื่องฟ้องต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ตั้งแต่ปี 2547 และศาลมีคำสั่งให้เจ้าของโครงการชำระเงินต้น 2 ล้านบาทเศษ พร้อมดอกเบี้ยอีก 7.5% นับจากวันที่ศาลมีคำสั่ง แต่ถูกเพิกเฉยอีก ล่าสุดทราบว่ากรมบังคับคดีได้นำอาคารสาธร ยูนีค ออกขายทอดตลาดตนจึงมาสังเกตการณ์


ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ