Loading

แบงก์เบรกซื้อเอ็นพีเอกรมบังคับคด

วันที่ : 29 มิถุนายน 2552
แบงก์เบรกซื้อเอ็นพีเอกรมบังคับคดี

นางสาวกรองทอง การุณย์นราทร ผู้จัดการฝ่ายทรัพย์สิน ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาธนาคารได้ลดบทบาทการเข้าไปซื้อสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีเอ) จากกรมบังคับคดีกลับมาบริหารต่อน้อยลง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเจรจากับลูกหนี้ได้สำเร็จ ขณะเดียวกันยังมีประชาชนทั่วไปที่เข้าไปซื้อทรัพย์จากกรมบังคับคดีโดยตรง เนื่องจากเห็นว่าราคาถูก ถือเป็นช่องทางการลงทุนในภาวะดอกเบี้ยต่ำ ประกอบกับไม่มีปัญหาว่าต้องขับไล่ผู้อยู่อาศัยเองทำให้ทรัพย์การซื้อจากกรมบังคับคดีโดยตรงมีความสะดวกมากขึ้น ช่วยลดภาระที่ธนาคารจะเข้าไปซื้อกลับมาได้ นอกจากนี้ธนาคารยังถูกบังคับจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในเรื่องการถือครองอีกด้วย ทำให้ปริมาณการไหลเข้าของเอ็นพีเอลดลง

                ""ธนาคารต้องการเร่งการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อลดการไหลเข้าของเอ็นพีเอ ดังนั้นแนวโน้มเอ็นพีเอที่ค้างอยู่ในธนาคารปรับลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งธนาคารมองว่าในช่วง 3 ปีนับจากนี้ ภาพรวมเอ็นพีเอของธนาคารน่าจะปรับตัวดีขึ้น โดยคาดว่าในปี 2555 เอ็นพีเอของธนาคารจะลดลงเหลือ 10,000 ล้านบาทจากปัจจุบันอยู่ที่ 3.6 หมื่นล้านบาท""

                นายอัสนี ทรัพย์วณิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารกรุงไทยได้ชะลอการซื้อเอ็นพีเอของธนาคารจากกรมบังคับคดี เพื่อลดจำนวนและภาระการบริหารเอ็นพีเอ อย่างไรก็ตามธนาคารจะเข้าร่วมประมูลเอ็นพีเอจากกรมบังคับคดีในกรณีที่ราคาประมูลปรับลดลงเกินกว่ามูลค่าที่ธนาคารประเมินไว้ เพื่อเป็นการพยุงราคาไม่ให้ต่ำเกินไป

                ทั้งนี้ธนาคารจะเน้นป้องกันปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพื่อป้องกันปัญหาเอ็นพีเอที่จะเกิดตามมา โดยการปรับโครงสร้างหนี้กับลูกค้าก่อนที่จะเกิดปัญหาเอ็นพีแอลขึ้น สำหรับแนวทางการบริหารเอ็นพีเอของธนาคารนั้นเน้นการขายทรัพย์ออก ไม่ว่าจะเป็นการขายให้เป็นรายการใหญ่ให้กับบรรษัทบริหารสินทรัพย์ต่างๆ การขายทรัพย์ทอดตลาดให้กับประชาชนทั่วไป โดยที่ผ่านมาขายไปแล้ว 2,000 ล้านบาท จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 8,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางขายเอ็นพีเอให้แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) ด้วย

                นางอัญชลี เสขะนันทน์ ผู้อำนวยการอาวุโส เจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายพัฒนาสินทรัพย์รายย่อย ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ธนาคารมีนโยบายลดการเข้าไปซื้อเอ็นพีเอกลับลงตั้งแต่กลางปี 2551 เนื่องจากธปท.จะคิดค่าปรับรายวันในทรัพย์ที่ธนาคารถือครองนานเกิน 5 ปี และธนาคารยังต้องมีต้นทุนในการรักษาสภาพทรัพย์อีกด้วย โดยในปีนี้ธนาคารเข้าไปซื้อทรัพย์กลับมาเป็นเอ็นพีเอเพียงแค่ 50 ล้านบาทเท่านั้น และเลือกจะเข้าไปแทรกแซงเมื่อเห็นว่าราคาขายต่ำมากเกินไป อย่างไรก็ตามในส่วนของธนาคารมีเอ็นพีเอที่ถือครองนานเกิน 5 ปีไม่มากนัก

                นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในส่วนของธนาคารยังมีการเข้าไปประมูลเอ็นพีเอกลับมาบ้าง หากเห็นว่าราคาประมูลต่ำเกินไป แต่กลยุทธ์ของธนาคารตั้งแต่ปี 2551ธนาคารจะเน้นการช่วยลูกค้าหาคนซื้อภายนอกเข้ามาซื้อจากกรมบังคับคดีโดยตรง ซึ่งจะทำให้ได้ราคาขายดีกว่า และช่วยลดต้นทุนที่ธนาคารต้องซื้อกลับมาดูแลและลดภาระการตั้งสำรอง

                นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า แนวโน้มการเกิดเอ็นพีแอลยังน่าเป็นห่วง แต่เชื่อว่าในส่วนของธนาคารกรุงเทพเชื่อว่าไตรมาสนี้เอ็นพีแอลจะยังคงทรงตัวจากไตรมาสแรกที่อยู่ในระดับ 4.9% แม้ว่าสินเชื่อของธนาคารจะหดตัวลงก็ตาม และเชื่อว่าจะสามารถทรงตัวหรือปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยได้ในสิ้นปีนี้ โดยหวังว่าหากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมเริ่มนิ่งได้ถือเป็นเรื่องที่ดีต่อการแก้ปัญหาเอ็นพีแอลได้

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ