Loading

สภาหอหนุนรัฐเก็บ ภาษีที่ดิ

วันที่ : 12 พฤษภาคม 2552
สภาหอหนุนรัฐเก็บ ภาษีที่ดิน

นายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึง กรณีที่รัฐบาลมีนโยบายปรับขึ้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างว่า ในเร็วๆ นี้ สภาหอจะเชิญภาคเอกชนซึ่งประกอบด้วย 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ คือ สมาคม

บ้านจัดสรร สมาคมอสังหาริมทรัพย์ และอาคารชุดไทย รวมถึงผู้ประกอบการรายใหญ่รายอื่นๆ หรือแลนด์ลอร์ด

เข้าร่วมหารือพร้อมกับหาข้อสรุปเพื่อนำเสนอรัฐบาล

                ""หลายคนบอกว่าภาษีที่ดิน คือ เผือกร้อนของทุกๆ รัฐบาล แต่ส่วนตัวผมคิดว่าถ้าผลศึกษาหรือมีข้อสรุปตรงกันว่า ฐานภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จะนำมาใช้นั้นมีประโยชน์ และถึงเวลาแล้วที่จะนำเอาภาษีดังกล่าวมาใช้แทนภาษี 2 ฉบับ คือ ภาษีโรงเรือน และภาษีบำรุงท้องที่ให้เหลือฉบับเดียวแล้วประเทศชาติได้ประโยชน์ ก็น่าจะมีการกล้าตัดสินใจ"" นายดุสิตกล่าว

                ทั้งนี้ในส่วนของผู้ประกอบการธุรกิจในภาคต่างๆ จะต้องดูถึงภาพรวมทางเศรษฐกิจและพิจารณาในแต่ละส่วนว่ามีภาระค่าใช้จ่ายอย่างไรเพื่อให้มีเหตุผล แต่ขอยืนยันว่าเอกชนก็ต้องพึ่งพาตนเอง เพื่อลดภาระการช่วยเหลือจากรัฐบาล

แนะบังคับใช้คู่กฎหมายผังเมือง

                ทางด้านนายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวให้ความเห็นเรื่องดังกล่าวว่า ทางสมาคมยังไม่ได้หารือกับทางสมาชิก และอีก 2 สมาคมอสังหาฯ แต่ส่วนตัวเห็นว่าในระยะยาวแล้วภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีความจำเป็นในระยะยาว และเห็นด้วยหากจะมีการนำภาษีดังกล่าวมาใช้แทนภาษีโรงเรือน และภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งทั้ง 2 ฉบับมีจุดอ่อนที่ต้องปรับปรุง และตามหลักการแล้วเชื่อว่าภาษีใหม่นี้จะมีรายได้ที่แน่นอนแก่หน่วยงานการปกครองส่วนท้องถิ่น

                อย่างไรก็ตามหากจะให้เกิดประโยชน์สูงสุดหรือให้ได้ผลดียิ่งขึ้นต่อประเทศชาติ ควรบังคับใช้ควบคู่ไปกับการพัฒนาเมืองและกฎหมายผังเมือง และที่สำคัญ เปิดโอกาสให้ท้องถิ่นมีส่วนกำหนดอัตราการจัดเก็บภาษีด้วย เพราะท้องถิ่นนั้นมีคณะกรรมการจังหวัดพิจารณาอยู่แล้ว ส่วนคณะกรรมการส่วนกลางนั้น ควรทำหน้าที่กำกับและรับอุทธรณ์

นายกฯ ไฟเขียวคลังเดินหน้า

                นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง นโยบายการจัดเก็บภาษีมรดกและภาษีที่ดินว่า ภาษีมรดกและภาษีที่ดินนั้นเป็นนโยบายซึ่งนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้พูดมาตั้งแต่ต้นรัฐบาล เพียงแต่เป็นภาษีใหม่ ดังนั้น ต้องทำเป็นกฎหมาย และมีรายละเอียดค่อนข้างมาก คงต้องใช้เวลา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลักสำคัญที่รัฐบาลดำเนินการขณะนี้ คือ รัฐบาลเห็นว่าขณะนี้เศรษฐกิจได้รับผลกระทบ รัฐบาลต้องการที่จะลงทุนเพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมในภาวะที่เอกชนยังลังเล การส่งออกได้รับผลกระทบ ผู้บริโภคอาจจะยังไม่มั่นใจ รัฐบาลจึงลงทุนด้วย เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย และลงทุนในสิ่งที่เราขาดแคลนอยู่แล้ว

                อย่างไรก็ตาม ปัญหา คือ รัฐบาลจะเอาเงินมาจากไหน ซึ่งรัฐบาลไม่มีความคิดที่จะขึ้นภาษีเงินได้ เพราะอัตราภาษีเงินได้อยู่ในอัตราค่อนข้างสูงอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นภาษีบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล เพราะฉะนั้นภาษีที่จะเลือกเก็บเพิ่มขึ้น คือ ภาษีสรรพสามิต อาทิเช่น สุรา ซึ่งคิดว่าทุกคนน่าจะยอมรับได้

                ส่วนภาษีน้ำมันแม้จะขยายเพดานขึ้นไป แต่การจัดเก็บในช่วงแรกจะเป็นการจัดเก็บที่กองทุนน้ำมันสามารถเข้ามาดูแลชดเชยได้จะไม่กระทบ ไม่ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น

ชี้ภาษีที่ดินทำได้เร็วกว่า

                ""ภาษีทรัพย์สิน ภาษีมรดก เป็นภาษีที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้นในสังคม ซึ่งเรื่องรายได้อาจจะเป็นเรื่องรอง แต่ตัวที่เราจัดเก็บนั้น คือ ภาษีบาปกับภาษีที่จะสร้างความเป็นธรรม"" นายกรัฐมนตรีกล่าว

                ส่วนกรณีที่มีการมองว่า รัฐบาลดำเนินการในเรื่องนี้ล่าช้า เพราะเกรงผลกระทบที่จะเกิดกับคนรวย หรือนักการเมืองด้วยกัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่เป็นเช่นนั้น ความจริงเรื่องนี้ไม่มีรัฐบาลไหนในอดีตที่ระบุชัดว่าจะทำ แต่ตัวกฎหมายและการวางระบบต้องทำด้วยความรอบคอบ เพราะภาษีมรดกในหลายประเทศระยะหลังมีการปรับเปลี่ยนค่อนข้างมาก จึงจะเจอปัญหาเหมือนกันว่าจะจัดเก็บได้มากน้อยแค่ไหน เพราะมีวิธีหลบเลี่ยงได้เหมือนกัน

                ""ภาษีทรัพย์สินน่าจะทำได้เร็วกว่า เพราะเราศึกษามาหลายรอบแล้ว เพียงแต่ทำไม่สำเร็จเสียที ครั้งนี้คิดว่าน่าจะต่อยอด และทำได้สำเร็จ ซึ่งจะเป็นเรื่องที่ช่วยท้องถิ่นด้วย เพราะเป็นแหล่งรายได้ของท้องถิ่นที่สำคัญที่สุด"" นายอภิสิทธิ์กล่าว

คลังเตรียมชงร่าง ก.ม.เร็วๆ นี้

                ด้านนายกรณ์ กล่าวว่า คลังพร้อมที่จะผลักดันให้มีการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำสำหรับผู้เสียภาษีในระบบ โดยขณะนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ดำเนินการร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเรียบร้อยแล้ว รอเพียงเวลาการนำเสนอต่อที่ประชุม ครม. ซึ่งตนจะต้องหารือกับนายกรัฐมนตรีสำหรับช่วงเวลาที่เหมาะสมในการนำเสนอร่างกฎหมายดังกล่าว

                ""ผมต้องหารือกับนายกรัฐมนตรีถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการนำเสนอคณะรัฐมนตรี คาดว่าน่าจะเป็นช่วงที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยเข้มแข็งออกมาให้เรียบร้อยก่อน และกว่าที่กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ ก็น่าจะใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ซึ่งคงไม่ใช่ปีนี้ และปีหน้าแน่นอน ส่วนแนวนโยบายเรื่องการจัดเก็บภาษีมรดกนั้น ยังไม่มีการพูดถึง ซึ่งเวลานี้ผมให้ความสำคัญกับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 100%"" นายกรณ์กล่าว

                เขายืนยันว่า เหตุผลที่รัฐบาลมีนโยบายที่ต้องจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ไม่ใช่เพื่อสร้างรายได้เป็นเหตุผลหลัก เพราะภาษีที่จะจัดเก็บนั้น จะไม่เข้ารัฐบาลกลาง แต่รายได้จะเข้าไปในแต่ละท้องถิ่น ฉะนั้นระหว่างนี้ สศค.จะต้องทำหน้าที่สร้างความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นหน่วยงานหลักในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนี้

                ""เป้าหมายหลักของการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ก็เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำ เป็นประโยชน์กับประชาชนและภาพรวมของเศรษฐกิจ ส่วนเรื่องการสร้างรายได้จะเป็นประเด็นที่รองลงมา โดยเงินที่เก็บได้จะเข้าไปสู่องค์กรท้องถิ่น"" นายกรณ์กล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ