Loading

กทม.อุ้มจัดสรรขยับวงเงินบ้านยิ้ม 4แบงก์รัฐขานรับลงขันปล่อยกู้5พันล.ไม่จำกัดทำเ

วันที่ : 11 พฤษภาคม 2552
กทม.อุ้มจัดสรรขยับวงเงินบ้านยิ้ม 4แบงก์รัฐขานรับลงขันปล่อยกู้5พันล.ไม่จำกัดทำเล

3 สมาคมอสังหาฯ เฮ ! กทม.รับลูกข้อเสนอขอขยายเพดานวงเงินกู้ซื้อบ้านโครงการบ้านยิ้มจาก 1 ล้านบาท เป็น 2-3 ล้านบาทต่อราย พร้อมเปิดกว้างให้เลือกซื้อได้ไม่จำกัดทำเล แต่ขอพิจารณารายละเอียดก่อนไฟเขียวอย่างเป็นทางการ เผย 4 แบงก์รัฐมีวงเงินรองรับ 5 พันล้านบาท เล็งจับมือเอกชนจัดงานใหญ่เปิดจองบ้านภายในเดือนมิถุนายน นายก ส.ธุรกิจบ้านจัดสรร ปิ๊งไอเดียขยายความร่วมมือสู่หน่วยงานรัฐ-รัฐวิสาหกิจแห่งอื่นๆ

 

นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่า ราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า จากที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ได้เปิดตัว ""โครงการบ้านยิ้ม 2"" จัดเป็นสวัสดิการให้ข้าราชการและลูกจ้างประจำของ กทม.ที่มีรายได้เกิน 13,500 บาท สามารถซื้อบ้านในโครงการบ้านจัดสรรของภาคเอกชนได้ตามต้องการ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียม โดยให้ยื่นกู้กับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ คิดอัตราดอกเบี้ยในระดับที่ต่ำ 2.75% ต่อปี ผ่อนนาน 30 ปี จากสถาบันการเงิน 4 แห่ง คือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย วงเงินสินเชื่อประมาณ 5,000 ล้านบาท

 

ปรากฏว่าสมาคมอสังหาริมทรัพย์ 3 สมาคม ได้แก่ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมอสังหา ริมทรัพย์ไทย สนใจจะนำโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดฯของผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการด้วย ซึ่ง กทม.จะหารือใน รายละเอียดกับ 3 สมาคม โดยจะพิจารณาเงื่อนไขที่ภาคเอกชนเสนอ จากนั้นจะจัดงานเพื่อเปิดโอกาสให้ข้าราชการและลูกจ้างประจำของ กทม.จองซื้อบ้าน ซึ่งคาดว่า น่าจะดำเนินการได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้

 

""3 สมาคมอสังหาฯยื่นข้อเสนอขอขยายวงเงินกู้จากที่กำหนดไว้ไม่เกิน 1 ล้านบาท/ราย เป็น 2-3 ล้านบาท/ราย และไม่ให้จำกัดทำเลโครงการบ้านจัดสรร สามารถซื้อที่ไหนก็ได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะรับข้อเสนอหรือไม่ แต่มองว่าสามารถทำได้ อาจใช้วิธีการแบบผสมผสาน กู้อัตราดอกเบี้ยถูก 2.75% ต่อปี ในวงเงินสินเชื่อก้อนแรก 1 ล้านบาท ส่วนที่เกินมาก็กู้โดยคิดอัตราดอกเบี้ยปกติ 5-6% ต่อปี""

 

รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า โครงการบ้านยิ้ม 2 คาดว่าจะได้รับความสนใจจากข้าราชการและลูกจ้างของ กทม.จำนวนมาก เพราะเปิดกว้างในแง่การซื้อบ้าน ไม่ได้จำกัดเหมือนเฟสแรกที่ให้ซื้อเฉพาะอาคารชุดของการเคหะแห่งชาติ ทำให้ได้รับความสนใจน้อย จากเป้าหมาย 1 หมื่นหน่วย มียอดจองเพียง 1,900 หน่วยเท่านั้น ขณะนี้กำลังพิจารณาว่าจะนำวงเงินสินเชื่อส่วนที่เหลือจากเฟสแรกมารวมกับเฟส 2

 

นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า สมาคมสนับสนุนนโยบายของผู้ว่าฯ กทม.เกี่ยวกับเรื่องนี้เต็มที่ เพราะข้าราชการเป็นตลาดที่น่าสนใจและมีความมั่นคง จะช่วยกระตุ้นภาคธุรกิจอสังหาฯได้มาก โดยได้ยื่นข้อเสนอให้ กทม.พิจารณาเพิ่มเติมจากเงื่อนไขเดิมที่ให้กู้ซื้อบ้านรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ขอขยายเป็น 2-3 ล้านบาทต่อราย เนื่องจากมองว่ามีกำลังซื้อมากพอที่จะซื้อบ้านเกิน 1 ล้านบาทได้ เพราะข้าราชการบางคนอาจจะมีสามีหรือภรรยาประกอบธุรกิจส่วนตัว หรือทำงานบริษัทเอกชน และมีรายได้สูง อีกทั้งไม่ให้จำกัดทำเล ให้เปิดกว้างทั่วไปด้วย

 

เช่นเดียวกับ นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ที่มองว่าหากโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจริงจะเป็นประโยชน์มาก ในส่วนของสมาคมพร้อมจะเข้าร่วมโครงการบ้านยิ้ม 2 ของ กทม.ด้วย โดยอาจจัดกิจกรรมกระตุ้นตลาดและไม่ใช่แค่ข้าราชการและลูกจ้างประจำของ กทม.เท่านั้น สมาคมมีแนวคิดที่จะขยายความร่วมมือในลักษณะนี้ไปยังหน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ด้วย โดยจะนำเสนอโครงการรูปแบบเดียวกับโครงการบ้านยิ้มของ กทม.ที่ให้ข้าราชการซื้อบ้านโดยให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเป็นสวัสดิการ และอาจเสนอแนวคิดนี้กับรัฐบาลเพื่อใช้เป็นมาตรการกระตุ้นภาคธุรกิจอสังหาฯต่อไป

 

""ที่ผ่านมาได้หารือกับ กทม.อย่างไม่เป็นทางการในประเด็นนี้บ้างแล้ว แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ กทม.เองว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ รวมทั้งการกำหนดเงื่อนไขต่างๆ ด้วย ซึ่ง 3 สมาคมเห็นพ้องกันว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์มาก หากมีการขยายเพดานสินเชื่อในโครงการเพิ่มขึ้นอีก เชื่อว่าน่าจะมีพนักงานและข้าราชการในสังกัด กทม.เข้ามาใช้สิทธิขอสินเชื่อจำนวนมาก""

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ