Loading

หักต้น-ดอกได้ 2 แสน ซื้อบ้าน-คอนโดฯ ปีนี

วันที่ : 17 มกราคม 2552
หักต้น-ดอกได้ 2 แสน ซื้อบ้าน-คอนโดฯ ปีนี้

มหกรรมหว่านเงินกระตุ้นเศรษฐกิจก๊อกแรกของรัฐบาลได้ผ่านความเห็นชอบจากครม.ไปแล้ว และได้สร้างความฮือฮาและวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลมากมายว่า เกาไม่ถูกที่คัน และใช้เงินอย่างไร้ประสิทธิภาพ     แต่รัฐบาลก็ยังยืนยันว่าทำถูกต้อง และเดินหน้าหาทางฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจต่อไป ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

                ดังนั้นโปรดจับตาในสัปดาห์หน้า ทั้งในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ก็จะมีมาตรการเด็ดทางเศรษฐกิจออกมาอีกเป็น ก๊อกที่ 2

                แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันที่ 20 ม.ค.นี้ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง จะเสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยให้ผู้ที่ซื้อบ้านใหม่จากโครงการของผู้ประกอบการให้นำเงินต้นจากการซื้อจำนวน 2 แสนบาท ไปเป็นรายจ่ายหักลดหย่อนภาษีของรายได้ปี 2552 ที่จะยื่นแบบและชำระภาษีในปี 2553 โดยมาตรการนี้เพียงปีเดียวและต้องเป็นการซื้อบ้านภายในปีนี้เท่านั้น

                สำหรับมาตรการภาษีนี้มีการปรับจากเดิมที่จะมีแนวเพิ่มหักค่าลดหย่อนภาษีจากภาระดอกเบี้ยจาก 1 แสนบาท ให้เป็น 2 แสนบาท กับคนที่ซื้อบ้านในปีนี้ แต่เนื่องจากมีความยุ่งยากในการยื่นแบบชำระภาษีของคนที่ซื้อบ้านก่อนหน้านี้ที่หักลดหย่อนได้ 1 แสนบาท จะทำให้มีปัญหาการตรวจสอบความถูกต้อง ทำให้กรมสรรพากรต้องตรวจสอบหลักฐาน และเกิดความยุ่งยากกับผู้เสียภาษี

                การให้นำเงินต้นมาหักลดหย่อนภาษีบ้านได้ 2 แสนบาท น่าจะจูงใจให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กระเตื้องขึ้นได้ เนื่องจากผู้ที่ซื้อบ้านในปีนี้สามารถนำเงินต้นมาหักลดหย่อนภาษีและก็ยังได้รับการลดหย่อนปกติจากภาระดอกเบี้ยปีละ        1 แสนบาทแหล่งข่าวกล่าว

                สำหรับมาตรการพิเศษนี้ จะช่วยให้ประชาชนที่ซื้อบ้านปีนี้ประหยัดภาษีได้ตามฐานการเสียภาษี ยิ่งมีฐานภาษีสูงก็จะยิ่งได้ประโยชน์มาก แต่เสียงความเห็นของผู้ประกอบการในเรื่องนี้กลับมีทั้งเห็นว่าดีและเห็นว่าไม่ดี

                นายวสันต์ เคียงศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ ไพรส์ กล่าวว่า การเพิ่มเพดานการหักค่าลดหย่อนภาษีจาก 1 แสนบาทเป็น 2 แสนบาท จากดอกเบี้ยและเงินต้นผ่อนบ้าน จะได้ประโยชน์กับคนซื้อบ้านในวงกว้างมากขึ้น จากเดิมที่คนซื้อบ้านในราคา 2 ล้านบาทขึ้นไปถึงจะได้ประโยชน์จากการนำดอกเบี้ยมาหักค่าลดหย่อน แต่เมื่อสามารถนำเงินต้นมาหักได้ในเพดานไม่เกิน 2 แสนบาท จะทำให้คนซื้อบ้านในราคา 2 ล้านบาทลงมาได้ประโยชน์ไปด้วย

                รศ.มานพ พงศทัต อาจารย์ผู้ ทรงคุณวุฒิประจำภาควิชาเคหะการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า มาตรการนี้จะช่วยลดภาระผู้ผ่อนบ้าน แต่ไม่กระตุ้นการซื้อบ้านโดยตรง เพราะให้ประโยชน์หลังการ ซื้อบ้านไปแล้ว ส่วนมาตรการที่จะกระตุ้นได้โดยตรงคือ การกระตุ้นให้คนซื้อบ้านใหม่ได้ง่ายขึ้น เช่น การลดดอกเบี้ยให้คนซื้อบ้านใหม่ เป็นต้น

                นายอิสระ บุญยัง อุปนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า มาตรการของรัฐบาลที่จะกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์นั้น เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ขาดการวางกรอบระยะยาว อยากเห็นรัฐบาลวางกรอบระยะยาว อย่างเรื่องมาตรการภาษีที่จะเอามาลดหย่อน นั้นเป็นเพียงการกระตุ้นดีมานด์ระยะสั้น หรือเป็นการลดภาระของประชาชน ซึ่งเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อระยะสั้นให้กับคนที่ซื้อบ้านและโอนกรรมสิทธิ์ในปีนี้อย่างเดียว

                นอกจากนี้ยังเห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลหากจะมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้คงที่ระยะยาว ซึ่งภาครัฐควรจะต้องหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำในอัตราที่ต่ำระยะยาว

                นอกจากการเพิ่มการลดหย่อนภาษีด้วยการให้หักเงินต้นได้แล้ว กระทรวงการคลังยังจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแก่ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลซึ่งเป็นวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 และมีเงินได้พึงประเมินไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จากเดิม 1.2 ล้านบาทต่อปี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ

                เมื่อมีการเพิ่มเงินให้ประชาชนโดยรัฐยอมเจียดรายได้ภาษีให้ไป ก็ต้องจับตามองว่าจะไปสร้างปัญหาให้กับการจัดเก็บภาษีของรัฐหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้ได้ให้กรมสรรพากรทำตัวเลขการสูญเสียรายได้จากการออกมาตรการภาษีเพื่อที่จะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ เชื่อว่าไม่น่าจะมีผลกระทบมาก เพราะเมื่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใช้ได้ผล การเก็บเงินภาษีจากผู้ประกอบการและประชาชนก็จะดีขึ้น

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ