Loading

ธปท.เผยสินเชื่อในระบบชะลอตั

วันที่ : 24 พฤศจิกายน 2551
ธปท.เผยสินเชื่อในระบบชะลอตัว

          ธปท.เผยภาวะเศรษฐกิจกระทบการปล่อยสินเชื่อ คาดสินเชื่อในระบบชะลอตัว คงค้างเพิ่มขึ้น หวั่นสินเชื่อนอกระบบเพิ่ม

          กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายเกริก วณิกกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจต่อการปล่อยสินเชื่อว่าจากข้อมูลการให้สินเชื่อล่าสุดชี้ว่าการปล่อยสินเชื่อในระบบขยายตัวชะลอลงบ้าง แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าการขยายตัวของสินเชื่อในระบบที่ชะลอลงจะถูกทดแทนด้วยสินเชื่อนอกระบบหรือไม่ เนื่องจาก ธปท.ไม่มีข้อมูลการขอกู้ยืมเงินนอกระบบ

          อย่างไรก็ตามการขอกู้ยืมสินเชื่อนอกระบบอาจจะไม่ได้เป็นการกู้ยืมที่ไม่ดีเสมอไป เพราะผู้ขอสินเชื่ออาจจะกู้ยืมเงินจากญาติ พี่น้องแทนสถาบันการเงินก็ได้ อีกทั้งในเวลาที่เศรษฐกิจไม่ดี ไม่ได้แสดงว่าผู้ที่เคยขอสินเชื่อในระบบจะหันไปขอกู้นอกระบบเสมอไป เพราะผู้กู้อาจจะคำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้ที่ลดลงจึงหยุดการก่อหนี้เพิ่มขึ้นก็ได้

          นายเกริก กล่าวด้วยว่า ไม่ว่าการขอสินเชื่อนอกระบบจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ ธปท.ไม่มีอำนาจในการจัดการกับปัญหาดังกล่าว เพราะการตรวจจับสินเชื่อนอกระบบที่ผิดกฎหมายเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

          สินเชื่อคงค้างเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

          ทั้งนี้ ธปท.รายงานข้อมูลสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของ ธปท. ล่าสุดในไตรมาส 3 ว่ามียอดสินเชื่อคงค้างรวม 228,552 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ที่มียอดสินเชื่อคงค้างจำนวน 221,193 ล้านบาท เป็นจำนวน 7,359 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนเพิ่ม 3.33% โดยส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารพาณิชย์ไทยที่มียอดสินเชื่อคงค้าง 103,935 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 จำนวน 5,187 ล้านบาทคิดเป็นสัดส่วนเพิ่ม 5.25%

          ส่วนยอดสินเชื่อคงค้างของสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (นอนแบงก์) ในไตรมาส 3 มีจำนวน 102,872 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 2,484 ล้านบาทจากไตรมาสก่อนหน้า หรือคิดเป็นสัดส่วนเพิ่ม 2.47% ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศมียอดสินเชื่อคงค้างลดลงจากไตรมาสสอง โดยมียอดสินเชื่อจำนวน 21,745 ล้านบาท ลดลง 312 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนลดลง 1.41% จากไตรมาสสอง

          อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสินเชื่อส่วนบุคคลที่ผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือนซึ่งเข้าข่ายหนี้ที่เป็นเอ็นพีแอลในไตรมาส 3 มีจำนวนทั้งสิ้น 9,316 ล้านบาท ลดลงเป็นจำนวน 39 ล้านบาท จากไตรมาสสองที่มีจำนวนสินเชื่อ 9,355 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนลดลง 0.42% โดยลดลงทั้งในส่วนของสินเชื่อที่ปล่อยโดยธนาคารพาณิชย์ไทยและต่างประเทศ แต่กลับเพิ่มขึ้นในส่วนของสินเชื่อที่ปล่อยโดยนอนแบงก์ซึ่งมีจำนวนเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น 146 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้น 4.11% จากไตรมาสก่อนหน้า

          ธปท.หวั่นสินเชื่อนอกระบบเพิ่ม

          ด้าน นายวีระชาติ ศรีบุญมา ผู้อำนวยการสำนักคดี ฝ่ายกฎหมายและคดี ธปท.กล่าวว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวลงและมีความกังวลว่าสินเชื่อนอกระบบจะเพิ่มขึ้นนั้น แต่เชื่อว่าขณะนี้ระบบการตรวจจับกิจการนอนแบงก์นอกระบบหรือนอนแบงก์เถื่อนของไทยอยู่ในเกณฑ์ที่ดีอยู่แล้ว ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจร่วมก็สามารถตรวจจับผู้ประกอบกิจการนอนแบงก์เถื่อนได้เพิ่มขึ้นจากเดิมอีกหลายราย ทำให้นอนแบงก์เถื่อนหมดไปหลายแห่ง ระบบการเงินไทยก็ดีขึ้นมากกว่าเดิม

          อย่างไรก็ตาม ธปท.ก็คงจะสนับสนุนการตรวจจับกิจการนอนแบงก์เถื่อนกับสำนักงานตำรวจอย่างต่อเนื่อง โดยการให้การความรู้เกี่ยวกับวิธีและการหาหลักฐานในการตรวจจับ

          ก่อนหน้านี้ ดร.ธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยสูง การขอสินเชื่อในระบบทำได้ยากขึ้น การขอสินเชื่อนอกระบบเพิ่มขึ้นถือเป็นลักษณะปกติ แต่ในช่วงที่ผ่านมา ข้อมูลสินเชื่อในระบบที่ ธปท.มีอยู่ยังชี้ให้เห็นว่าสถาบันการเงินยังปล่อยกู้ได้ดีอยู่ โดยสินเชื่อขยายตัวถึง 13% ในไตรมาส 3 ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขการส่งออกของไตรมาส 3 ที่ยังชี้ว่าปริมาณการส่งออกยังขยายตัวได้ดีอยู่

 

ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ