Loading

ยอดขออนุญาตจัดสรรเมืองท่องเที่ยวหด กรมที่ดินชี้การเมือง-เศรษฐกิจฉุดการลงทุ

วันที่ : 20 ตุลาคม 2551
ยอดขออนุญาตจัดสรรเมืองท่องเที่ยวหด กรมที่ดินชี้การเมือง-เศรษฐกิจฉุดการลงทุน

นายสุชาติ ดอกไม้เพ็ง โฆษกกรมที่ดิน กล่าวว่า ในช่วง9เดือนของปีนี้นับจากเดิน ม.ค.-ก.ย.ที่ผ่านมา จำนวนยอดการขออนุญาตจัดสรรโครงการในต่างจังหวัด โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวหลักๆ อาทิ ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา มีจำนวนการขออนุญาตจัดสรรลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับยอดการขออนุญาตจัดสรรตลอดทั้งปีของปี50 โดยในช่วง9เดือนของปีนี้มียอดการขออนุญาตจัดสรร 255 ราย ลดลงจากยอดการขออนุญาตจัดสรรทั้งปีของปีที่แล้ว140ราย โดยในปี50มีจำนวนการขอใบอนุญาตจัดสรรรวม495 ราย

                ทั้งนี้ สาเหตุหลักที่ทำให้ยอดการออกใบอนุญาตจัดสรรลดลงเนื่องจาก แนวโน้มการปลูกสร้าง บ้านพักตากอากาศ ประเภทวิลล่า ซึ่งถือเป็นบ้านหลังที่สอง ใช้ในการพักผ่อน ตากอากาศ ในเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ ลดลงอย่างมาก หลังจากการประกาศ พรก. ฉุกเฉินและเกิดสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง เพราะได้รับผลกระทบ จากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง

                การขอใบอนุญาตจัดสรรในต่างจังหวัด ส่วนมากจะเป็นการขออนุญาตจัดสรรในแหล่งท่องเที่ยว ส่วนบ้านจัดสรรนั้นมีน้อย โดยส่วนมากจะอยู่ในหัวเมืองใหญ่ เช่น จังหวัดสงขลา, หาดใหญ่, ภูเก็ต, ขอนแก่น,นครราชสีมา ซึ่งโดยมากจะขอใบอนุญาตทำบ้านจัดสรร

                สำหรับการออกใบอนุญาตจัดสรรในกรุงเทพฯ ในช่วง9เดือนมีจำนวนทั้งสิ้น 79 ราย ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าการออกใบอนุญาตจัดสรรในเขต กทม.ส่วนใหญ่ เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีการขอใบอนุญาตจัดสรรโครงการใหม่ และแนวโน้มการขอใบอนุญาตจัดสรรยังมีอัตราที่ลดลงด้วย ซึ่งจากการสอบถามจากกลุ่มผู้ประกอบการให้เหตุผลว่า ได้รับผลกระทบจากปัญหาสถาบันการเงิน เข้มงวดในการปล่อยกู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย และเข้มงวดกับ ลูกค้า ที่มาขอสินเชื่อบ้าน มีอัตราการถูกปฏิเสธ เงินกู้มากขึ้นเพราะกลัวปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได (เอ็นพีแอล)

                นายสุชาติ กล่าวว่า การลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวส่งผลกระทบกับยอดการออกใบอนุญาตในพื้นที่ต่างจังหวัดต่อเนื่อง ส่วนในเขต กทม.นั้น การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันสามารถช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อบ้านได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ซื้อบ้านของบ้านหลักแรก แต่อย่างไรก็ตามผู้บริโภคจะพิจารณาปัจจัยภาวะเศรษฐกิจ การเมือง รวมทั้งมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์โดยการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองที่จะหมดอายุลงในเดือนมีนาคมปีพ.ศ. 52 ด้วยว่ารัฐบาลจะต่ออายุมาตรการดังกล่าวออกไปหรือไม่ก่อนการตัดสินใจซื้อ

                ทั้งนี้ คาดว่าหน่วยงานหลักซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าว คือ ทางกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง จะมีการหารือเรื่องผลกระทบกับเม็ดเงินภาษี ค่าธรรมเนียม รวมทั้งผลกับการกระตุ้นเศรษฐกิจของมาตรการดังกล่าวว่าว่าจะมีผลมากน้อยแค่ไหนในช่วงต้นปี52 ก่อนจะตัดสินใจว่าจะมีการต่ออายุมาตรการดังกล่าวออกไปอีกหรือไม่

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ