Loading

ลดภาษีอสังหาฯอุ้มรายใหญ่ ปลุกเก็งกำไรที่ดินคืนชี

วันที่ : 27 มีนาคม 2551
ลดภาษีอสังหาฯอุ้มรายใหญ่ ปลุกเก็งกำไรที่ดินคืนชีพ

                มาตรการลดภาษี-ค่าโอนอสังหาฯ โอละพ่อ คลังหมกเม็ดอุ้มนายทุนเต็มๆ ลดภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3%

ครอบคลุมการซื้อขายอสังหาฯแบบยกลอต ทั้งโครงการคอนโดฯ โรงแรม ห้าง ยันที่ดินเปล่า ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ นักลงทุน กลุ่มต่างชาติเฮลั่น คนซื้อบ้านได้อานิสงส์น้อยกว่าหลายเท่า จับตาเก็งกำไรฟื้นคืนชีพ หวั่นแห่ปั่นฟองสบู่รอบใหม่ ดีเวลอปเปอร์ ชี้มาตรการมีผลแค่ 1 ปี ซื้อที่ดินตุนในพอร์ตไม่คุ้ม แค่ชะลอขยับราคาบ้าน

                แหล่งข่าวจากวงการพัฒนาที่ดิน รายงานกับ ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า มาตรการลดภาษีและค่าโอนในการซื้อขาย อสังหาริมทรัพย์ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ ตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง โดยนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ให้ลดค่าจดทะเบียนโอนจาก 2% เหลือ 0.01% ลดค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% และลดภาษีธุรกิจเฉพาะจาก 3.3% เหลือ 0.1% ที่หลายฝ่ายมองว่ารัฐมุ่งจะกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยพุ่งเป้าไปทั้งที่ ผู้ซื้อรายย่อยและผู้ประกอบการ จริงๆ แล้วกลับกลายเป็นว่าผู้ซื้อบ้านได้รับลดค่าโอนและค่าจดจำนองลงเพียงแค่เล็กน้อย ขณะที่ผู้ประกอบการได้ประโยชน์จากมาตรการดังกล่าวเต็มที่ โดยเฉพาะการได้รับลดภาษีธุรกิจเฉพาะของกรมสรรพากรที่ครอบคลุมถึงการขายโครงการอาคารชุดทั้งโครงการ การขายอาคารสำนักงาน ที่ดินเปล่า ตลอดจนโครงการอสังหาฯอื่นๆ ทุกประเภท จากปกติต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ก็ลดเหลือเพียง 0.1%

ซื้อขายอสังหาฯบิ๊กลอตส้มหล่น

                อย่างเช่น บริษัท ก. การขายโครงการอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) ทั้งโครงการ หรือขายโรงแรม ห้างสรรพสินค้า ที่ดินเปล่า ฯลฯ มูลค่า 100 ล้านบาท ให้บริษัท ข. เดิมบริษัท ก.ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.33 ล้านบาท และค่าโอนอีก 1% (จ่ายคนละครึ่งกับบริษัท ข.) แต่หลังมาตรการนี้มีผล บังคับใช้จะเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเพียงแค่ 100,000 บาทเท่านั้น ไม่รวมได้รับลดค่าโอนอีก ครึ่งหนึ่งของ 0.01% คือ 0.005% หรือขายโครงการอสังหาฯมูลค่า 100 ล้านบาท จ่ายค่าโอนแค่ 5,000 บาทเท่านั้น

                ขณะที่ผู้ซื้อบ้านรายย่อยแม้จะได้รับ ลดค่าโอนและค่าจดจำนองจากปกติ 2% (ค่าโอนจ่ายคนละครึ่ง

กับผู้ประกอบการจัดสรร-คอนโดฯ หรือคนละ 1% บวกค่าจดจำนองที่ผู้ซื้อต้องจ่ายเองอีก 1%) เหลือ 0.005+0.01% หรือเท่ากับ 0.015% ก็เทียบไม่ได้กับการที่ผู้ประกอบการได้รับลดภาษีและค่าโอนถึง 5.185% (ลดค่าโอนจาก 1% เหลือ 0.005% ค่าจดจำนองกรณีซื้อโครงการหรือที่ดินเปล่าจากบริษัทอื่น แล้วจำนองเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงินจาก 1% เหลือ 0.01% และจ่ายภาษีธุรกิจเฉพาะอีก 0.1% รวมแล้วจ่ายค่าโอนค่าจดจำนอง และภาษีธุรกิจเฉพาะเพียง 0.115% เท่านั้น จากปกติต้องจ่ายภาษีและค่าโอนค่าจดจำนองรวม 5.3% แสดงให้ เห็นชัดเจนว่าภาครัฐมุ่งช่วยเหลือผู้ประกอบการตลอดจนนักลงทุนเป็นหลัก ส่วนคนซื้อบ้านหรือผู้บริโภคเป็นเพียงแค่เป้าหมาย รองเท่านั้น

หนุนเก็งกำไรหวั่นปัญหาฟองสบู่

                แหล่งข่าวกล่าวว่า ที่น่าสังเกตคือ ในการลดภาษีธุรกิจเฉพาะในการซื้อขายอสังหาฯ ช่วงที่ผ่านมาตั้ง

แต่กลางปี 2543 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2546 จะมีเงื่อนเวลากำกับไว้ เช่น ผู้ขายต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านอย่างน้อย 1 ปี หรือกรณีไม่มี ชื่อในทะเบียนบ้านก็ต้องครอบครองอสังหาฯนั้นมาไม่น้อยกว่า 5 ปี จึงไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

                แต่มาตรการที่ออกมาใหม่เปิดกว้างไม่มีเงื่อนเวลากำหนด ขณะเดียวกันก็ครอบคลุมถึงอสังหาฯทุก

ประเภท เท่ากับว่าภาครัฐ ไม่ได้ให้ความสำคัญในการป้องกันการ เก็งกำไรอสังหาฯ ทั้งๆ ที่วัตถุประสงค์หลัก ข้อหนึ่งของการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ คือการป้องกันการเก็งกำไรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาฟองสบู่อสังหาฯ

อสังหาฯ-ทุนต่างชาติเฮ

                สรุปแล้วมาตรการที่ออกมาส่งเสริมให้มีการซื้อขายอสังหาฯที่มีมูลค่าสูงทุกประเภท โดยผู้ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากมาตรการลดภาษีและค่าธรรมเนียมได้แก่ ผู้ประกอบการอสังหาฯ นักธุรกิจ นักลงทุน นักเก็งกำไร ตลอดจนผู้ซื้อและผู้ขายอสังหาฯลอตใหญ่ชาวต่างชาติ ที่น่าจับตามมองคือเมื่อมาตรการนี้มีผลบังคับใช้ในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า น่าจะมีความเคลื่อนไหวในการซื้อขายคอนโดฯแบบยกโครงการ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า รวมทั้งที่ดินแปลงใหญ่จำนวนมาก

                นางรวิฐา พงศ์นุชิต รองอธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า ขณะนี้กรมสรรพากรกำลังรอสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาร่าง พระราชกฤษฎีกาในส่วนของการลดภาษีธุรกิจเฉพาะในการซื้อขายอสังหาฯ ซึ่งคาดว่า จะออกมาพร้อมกับประกาศกระทรวง มหาดไทยเรื่องการลดอัตราค่าธรรมเนียมโอนและค่าจดจำนอง โดยในส่วนของภาษีธุรกิจเฉพาะนั้น การซื้อขายอสังหาฯ ทุกประเภทรวมทั้งบ้านมือสองอยู่ในข่ายได้รับการลดหย่อนภาษีทั้งหมด

ดีเวลอปเปอร์ชี้เก็งกำไรไม่เกิด

                ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า

อาจมองได้ว่ามาตรการลดภาษีและค่าธรรมเนียมที่ ออกมาทำให้ผู้ประกอบการได้ประโยชน์มากกว่าผู้บริโภค แต่โดยรวมแล้วเชื่อว่าจะกระตุ้นตลาดอสังหาฯอย่างได้ผล และไม่น่าทำให้เกิดการเก็งกำไรในที่ดิน เนื่องจากระยะเวลาที่มาตรการมีผลบังคับใช้แค่ปีเดียว การซื้อที่ดินตุนไว้จึงไม่มีประโยชน์นอกจากซื้อแล้วต้องพัฒนาภายใน 1 ปี

                นายประทีปกล่าวด้วยว่า แม้ว่าผู้ประกอบการจะได้ส่วนลดด้านภาษีมาก แต่เมื่อเทียบกับราคาวัสดุก่อ

สร้างที่ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเหล็กเส้นและน้ำมัน ทำให้ต้องแบกรับภาระต้นทุนสูงขึ้นมากเช่นเดียวกัน ทำให้ไม่สามารถที่ปรับลดราคาบ้านลงได้ แต่ทำได้เพียงตรึงราคาบ้านไว้ให้นานที่สุดเท่านั้น

                สอดคล้องกับที่นายวสันต์ เคียงศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) มองว่า มาตรการดังกล่าวไม่น่าจะให้เกิดการเก็งกำไรขึ้น แต่อยากให้มองว่าภาษีที่ได้จะไปช่วยชะลอไม่ให้ราคาบ้านขยับขึ้นตามต้นทุนวัสดุและค่าก่อสร้างที่ปรับขึ้นไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนเก็งกำไรคงไม่เกิดขึ้น เพราะภาวะเศรษฐกิจตอนนี้ไม่ได้ดีขนาดที่จะซื้อทรัพย์เข้ามาแล้วถือไว้ หรือปล่อยขายได้ในเวลาง่ายๆ

 

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ