Loading

100คอนโดทั่วปท.เดี้ยงติดEIA

วันที่ : 27 มกราคม 2551
100คอนโดทั่วปท.เดี้ยงติดEIA

ตามที่สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้ออกหลักเกณฑ์ใหม่เพิ่มเติม เกี่ยวกับ การเว้นที่ว่างเพื่อปลูกไม้พุ่มยืนต้น ในสัดส่วน 1 ต้นต่อ แอร์ 2ตัน หรือ 20,000 บีทียู เพื่อประกอบการยื่นขออนุญาตจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA สำหรับที่อยู่อาศัย ในรายที่เป็นคอนโดมิเนียมมีจำนวนยูนิตตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป บ้านจัดสรร ตั้งแต่ 200 หน่วยขึ้นไป และมีผลบังคับใช้ทันทีเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2550 ที่ผ่านมา หลังจากได้ออกเกณฑ์เพิ่มพื้นที่สีเขียว 1ตารางเมตร /ต้นไม้1ต้น และเกณฑ์กันพื้นที่ว่างบริเวณพื้นดิน 50 % เพื่อปลูกต้นไม้50 % ของพื้นที่ว่าง ไปแล้วเมื่อก่อนหน้านี้นั้น

++สผ.ตีกลับ100คอนโดฯเพิ่มที่เขียว
แหล่งข่าวระดับสูงจาก สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เปิดเผยกับ""ฐานเศรษฐกิจ""ว่า ได้ปฎิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่มีพลเอกสุรยุทธ จุลานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนสิงหาคม 2550 ที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลรณรงค์ให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนช่วยลดภาวะโลกร้อน ด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ที่ผ่านมา การกันพื้นที่ว่างด้วยกฎกระทรวงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ตลอดจน ผังเมืองรวมจังหวัดทั่วประเทศ และการเว้นระยะถอนร่น พื้นเว้นที่ว่าง ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มักไม่ได้ผลที่จะให้เอกชนเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อเป็นประโยชน์ต่อชุมชนแต่กลับนำไปดัดแปลงเป็นลานจอดรถ ทางเดินเท้า ที่ พักผ่อน ที่สันทนาการ ร้านค้าตลาดนัดให้เช่า สระว่ายน้ำ เป็นต้น เมื่อเป็นเช่นนี้ทางออกที่ดีที่สุด จึงได้ กำหนดเป็นเกณฑ์ที่จะขออนุญาตEIA และให้มีผลบังคับใช้ทันทีในเดือนพฤศจิกายน 2550 ส่งผลให้ต้องทยอยตีกลับไปแก้ไขใหม่ ซึ่งประเมินว่ามีโครงการคอนโดมิเนียมไม่ต่ำกว่า 100 รายทั้งในกทม.และต่างจังหวัดเนื่องจากในแบบแปลนแผนผังก่อสร้าง ไม่ได้ระบุ การปลูกต้นไม้ยืนต้นทรงพุ่ม ตามเกณฑ์ที่กำหนด ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 เซนติเมตร สูง 5 เมตร อย่างไรก็ดีหลายรายก็แก้ไขปรับปรุงและยื่นกลับเข้ามาใหม่แล้ว ต่อข้อถามที่ว่า เอกชน ขอผ่อนผันจะทำได้หรือไม่ แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า คงไม่ได้เพราะเป็นมติครม. ส่วนเงื่อนระยะเวลาที่ยืดออกไปจะได้ หรือไม่นั้นต้องหารือกันอีกครั้ง

++เอกชนจวกยับทำต้นทุนพุ่ง5-10%
ขณะที่นายจรัญ เกสร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุมพินีโปรเจค มาเนจเมนท์ เซอร์วิสจำกัด กล่าวถึงหลักเกณฑ์ใหม่ได้ มีผลบังคับใช้ทันทีเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการผู้ชำนาญการจะใช้ดุลยพินิจพิจารณาแต่ละโครงการเป็นรายๆไป ว่าโครงการใดจะผ่านไม่ผ่าน

โดยเน้นให้มีพื้นที่สีเขียว ส่วนรายใดไม่ได้กันพื้นที่สีเขียวไว้ตามเกณฑ์มาตรฐาน ก็จะ ถูกตีกลับ เพื่อนำกลับไปแก้ไขใหม่ ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามีจำนวน 100 กว่าโครงการทั่วประเทศ เฉลี่ยโครงการละ 200 หน่วย ได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะผู้ประกอบการยังต้องแบกภาระต้นทุนดอกเบี้ย ค่าที่ดินและค่าก่อสร้าง แต่กลับไม่สามารถพัฒนาโครงการได้ตามแผนที่วางไว้

ที่สำคัญ หลายโครงการไม่สามารถจัดหาที่ดินเพิ่มเพื่อปลูกไม้ยืนต้นได้ตามต้องการ เนื่องจากพื้นที่จำกัดโดยเฉพาะทำเลใจกลางเมือง ซึ่งที่ดินราคาแพง ขณะที่รูปแบบอาคาร ขนาด ห้องที่จะขาย สถาปนิกได้ออกแบบไว้แล้ว และผู้บริโภคก็ซื้อไปแล้วบางส่วน อย่างไรก็ดีหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็จำเป็นต้องรื้อแบบใหม่ ซึ่งจะกระทบตามมาเป็นลูกโซ่ ส่วนโครงการคอนโดมิเนียม และบ้านจัดสรรที่มีทำเลอยู่ชานเมือง ยังพอแก้ไขได้ เพราะยังมีที่ว่างอยู่ ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าว จะทำให้ต้นทุนต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ไม่ต่ำกว่า 5-10 % และ ผู้ที่รับกรรมก็คือ ผู้บริโภคที่ซื้อบ้านซื้อคอนโด เนื่องจากผู้ประกอบการต่างผลักภาระให้อยู่แล้ว

++อ้างคนซื้อบ้านผวา!จี้ผ่อนรายเก่า
นายจรัญกล่าวต่อว่ามาตรการดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อบริษัท เพราะผู้บริโภคต่างวิตกกังวลและสอบถามมายังบริษัทกันมาก โดยเฉพาะโครงการของ LPN ที่ขายพื้นที่ไปแล้วแต่ หลายรายกังวลว่าจะได้ห้องชุดที่ซื้อ หรือ จองไว้หรือได้ตามแบบหรือขนาดที่ต้องการหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้ได้ชี้แจงกับผู้ซื้อไปแล้ว ว่าบริษัทมีทางออกและไม่กระทบต่อการตัดสินใจซื้อบ้าน

อย่างไรก็ดีมองว่าผลการพิจารณาข้อเสนอของภาคเอกชน ทางสผ.น่าจะยอมผ่อนผันให้เพราะกระทบกับคนซื้อบ้านโดยตรง สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมของLPN ยอมรับว่า ติดEIA 1-2 โครงการ เพราะเรื่องพื้นที่สีเขียว ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้กำลังหาทางแก้ไขอยู่

++""ศุภาลัย""ลดพื้นที่จอดรถปลูกป่า
เช่นเดียวกับนายอธิป พีชานนท์ รองกรรมการผู้จัดการบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาเอกชนได้ปฎิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับการเว้นที่ว่างและปลูกไม้ยืนต้นมาตลอด และเห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว อย่างไรก็ดี ควรมีเงื่อนเวลาแจ้งล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 90 วันว่าจะออกระเบียบใหม่ และ กำหนดวันที่ประกาศใช้ให้ชัดเจน ไม่ใช่ อยู่ดีๆประกาศใช้ขึ้นมาโดยที่เอกชนไม่ทราบและ พัฒนาหรือ ขายพื้นที่ไปแล้ว ซึ่งเมื่อถูกตีกลับแก้ไขใหม่ยอมรับว่าเสียเวลาทั้ง
ต้นทุนดอกเบี้ย และ ความน่าเชื่อถือของโครงการ ซึ่งบริษัทยอมรับว่า ติดEIA ในกรณีนี้ 2 โครงการ และ ต้องปรับแบบใหม่

ส่วนแนวทางแก้ปัญหา บริษัทจะไม่ลดขนาดพื้นที่ขาย หรือ ขนาดห้องลง แต่ จะ ใช้วิธี ลดขนาดพื้นที่จอดรถยนต์ลง เพื่อนำมาปลูกต้นไม่ นอกจากนี้ จะพิจารณาลดพื้นที่ว่างที่เป็นคอนกรีตทั้งหมด รวมถึงการนำระยะถอยร่นรอบอาคาร และระหว่างอาคาร ไปใช้เพื่อปลูกสวนป่าในโครงการ อีกทั้ง ริมเขตทางของถนนในโครงการทั้งหมด ซึ่งวิธีนี้เป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะ บริษัทมักสร้างอาคารไม่เต็มพื้นที่ รวมถึงที่จอดรถเกินมาตราฐานกฎหมายควบคุมอาคารที่กำหนดให้สร้าง 120ตารางเมตร/1คัน

อย่างไรก็ดีปลายเดือนนี้ สมาคมอาคารชุดไทยและ หอการค้าจะประชุมกันเพื่อหาทางออก และผ่อนปรนหลักเกณฑ์ดังกล่าว ให้ปฏิบัติเฉพาะรายใหม่ ที่ยังไม่ดำเนินการส่วน รายที่เตรียมยื่นขอหรือ อยู่ระหว่างยื่นขอEIA ให้ ใช้ เกณฑ์เดิม

 

ที่มา :หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ