Loading

ศุภาลัย เล็งผุด 8 โครงการเน้นจัดกิจกรรมดูแลลูกค้าคลายกังว

วันที่ : 17 มีนาคม 2550
ศุภาลัย เล็งผุด 8 โครงการเน้นจัดกิจกรรมดูแลลูกค้าคลายกังวล

                บมจ.ศุภาลัยปรับกลยุทธ์ปีหมู เน้นกิจกรรมดูแลลูกค้าให้คลายกังวลจากสถานการณ์ที่ไม่ดี พร้อมตั้งเป้าขยายโครงการเพิ่มขึ้นอีก 6-8 โครงการรอบกทม.และปริมณฑล ส่วนผลประกอบการปี 2549 มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 30% กำไรสุทธิโตแค่ 6% เหตุมีปัจจัยลบหลายด้าน

         

นายอธิป พีชานนท์ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บมจ.ศุภาลัย เปิดเผยว่า ในปี 2550 บริษัทฯจะเน้นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง หลังจากสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจสร้างความกังวลใจให้แก่ลูกค้า พร้อมกับตั้งเป้าหมายพัฒนาโครงการประมาณ 6-8 โครงการ เป็นบ้านเดี่ยว 2-3 โครงการ ทาวน์เฮาส์ 2 โครงการ และคอนโดมิเนียมอีก 2-3 โครงการ โดยทำเลสำหรับโครงการใหม่จะแตกต่างกับ 2 ปีที่ผ่านมาเล็กน้อย โดยจะเน้นการกระจายโครงการออกไปรอบๆ กทม.และปริมณฑล จากเดิมที่ปี 2548 จะเน้นทำเลกลางเมือง และในปี 2549 มีทั้งทำเลกลางเมืองและโซนตะวันออก เพื่อรับสนามบินสุวรรณภูมิ

         

นอกจากนี้ยังได้กำหนดภารกิจไว้ว่า เติบโตอย่างมีคุณภาพ ซึ่งหมายถึงทั้ง คุณภาพของสินค้า บริการ การจัดการ ตลอดจนผลตอบแทนสำหรับผู้ถือหุ้นด้วย โดยก่อนการพัฒนาโครงการ บริษัทจะมีการศึกษาข้อมูล ความต้องการตลาด เพื่อปรับรูปแบบสินค้า และกลยุทธ์ทางการตลาดให้มีความสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา จึงเชื่อมั่นได้ว่าทุกโครงการจะได้รับความสนใจอย่างมากเช่นเดียวกับที่ผ่านมา

          

ขณะที่นายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร ศุภาลัย กล่าวถึงผลประกอบการของบริษัทในปี 2549 ว่า บริษัทฯและบริษัทในกลุ่มมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เท่ากับ 4,517.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 1,160.95 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 35 เป็นผลมาจากการส่งมอบบ้านและอาคารชุดให้ลูกค้าได้ถึงจำนวน 4,829 ล้านบาท และบางส่วนเกิดจากการรับรู้รายได้ตามอัตราส่วนของงานที่สำเร็จของอาคารชุดที่ยังสร้างไม่เสร็จ ซึ่งแม้ว่าต้นทุนการก่อสร้างจะปรับตัวเพิ่มขึ้นตลอดปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน แต่บริษัทและบริษัทในกลุ่มยังคงนโยบายไม่ปรับราคาในกรณีที่เป็นบ้านสร้างไว้ก่อน และปรับราคาเท่าที่จำเป็นในบ้านที่สร้างใหม่ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทและบริษัทในกลุ่ม ลดลงจากร้อยละ 43 ของปีที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับร้อยละ 42

         

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นคงไว้ในอัตราที่สูงอันเป็นผลมาจากบริษัทและบริษัทในกลุ่มมีการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในส่วนของอัตราค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมเท่ากับร้อยละ 9 ขณะที่ปีก่อนสูง ร้อยละ 10 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี

         

โดยบริษัทฯ มีกำไรก่อนภาษีเท่ากับ 1,353.09 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่างวดเดียวกันของปีก่อน 318.99 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 31 ในแง่ของกำไรสุทธิเท่ากับ 880.08 ล้านบาท ปีนี้สูงกว่าปีก่อน 49.22 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 6 และหากพิจารณางบการเงินเฉพาะบริษัท ฯ จะมีกำไรสุทธิ 861.68 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อนถึงร้อยละ 9 จากผลประกอบการที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่มที่สามารถคงอัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เกินร้อยละ 40 ซึ่งอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันกับปีก่อน

         

อีกทั้ง ยังคงรักษาอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อทุนอยู่ที่ 0.91 เท่า ซึ่งลดลงจากปี 2548 ที่อยู่ที่ 1.11 เท่า อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นจะพบว่าอยู่ที่ระดับร้อยละ 51 ลดลงจากปีก่อนที่อยู่ที่ร้อยละ 72

         

ทั้งที่ในปี 2549 บริษัทใช้เงินลงทุนมากขึ้นจากการเปิดโครงการใหม่หลายโครงการแต่ภาระหนี้ที่มีกับสถาบันการเงินกลับลดลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้แล้วจากยอดขายที่ยังไม่ได้ส่งมอบบ้านให้ลูกค้าได้ยังมีจำนวนสูงถึง 8,651 ล้านบาท โดยจะสามารถทยอยส่งมอบได้ในปีนี้ จำนวนไม่ต่ำกว่า 3,400 ล้านบาท ส่วนที่เหลือสามารถส่งมอบได้ในปีหน้าและปีถัดไป

         

แม้ว่าปัจจัยภายนอกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น ราคาน้ำมัน ธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ ได้เริ่มเข้มงวดกับการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับผู้บริโภค ประกอบกับเสถียรภาพทางการเมือง จะมีผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า แต่บริษัทฯ ก็ประสบความสำเร็จจากการเปิดโครงการอาคารชุดพักอาศัยริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่สามารถทำยอดขายได้กว่า 2,000 ล้านบาท ประมาณร้อยละ 90 ของมูลค่าโครงการและโครงการอาคารชุดพักอาศัยบนถนนศรีนครินทร์ ที่มียอดขายสูงถึงร้อยละ 60 ส่วนความสำเร็จในการส่งมอบห้องชุดที่สร้างเสร็จอันได้แก่ โครงการศุภาลัย โอเรียลทัล เพลส สาทร-สวนพลู และโครงการศุภาลัย พรีเมียร์ เพลส อโศก ซึ่งบริษัทได้ทำการส่งมอบห้องชุดให้ลูกค้าเกือบทั้งหมดแล้ว และเริ่มส่งมอบห้องชุดโครงการศุภาลัย ซิตี้โฮม รัชดาภิเษก เฟส แรก ให้ลูกค้าแล้วเมื่อช่วงปลายปี 2549

         

นายประทีป กล่าวถึงแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2550 จะมีการแข่งขันสูงมาก ทั้งในเรื่องของราคา การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการส่งเสริมการขาย บริษัทจึงกำหนดนโยบายและแผนงาน ตลอดจนกลยุทธ์ในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยของบริษัทให้สอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยเน้นพัฒนาสินค้าในหลากหลายรูปแบบ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียม ซึ่งบริษัทมีความสามารถและประสบการณ์ รวมทั้งเน้นการพัฒนาที่อยู่อาศัยประเภทอาคารชุดพักอาศัยระดับปานกลาง ราคา 1 - 3 ล้านบาท บนทำเลที่ตั้งใกล้แนวรถไฟฟ้าและชุมชนเมือง รวมถึงการพัฒนาที่อยู่อาศัยประเภททาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยวระดับราคา 1 - 3 ล้านบาท ในบริเวณย่านชุนชมและทำเลที่มีศักยภาพ

 

 

ที่มา : เว็บไซต์สยามรัฐ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ