Loading

ล้มนโยบาย สุวรรณภูมิมหานคร มท.เสนอลาดกระบัง-ประเวศแยกกันโ

วันที่ : 1 กุมภาพันธ์ 2550
ล้มนโยบาย สุวรรณภูมิมหานคร มท.เสนอลาดกระบัง-ประเวศแยกกันโต

                แหล่งข่าวจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า เมื่อเร็วๆ นี้กระทรวงได้ทำเรื่องเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้พิจารณาตัดสินใจ โดยจะขอยกเลิกร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งสุวรรณภูมิมหานคร พ.ศ. ...ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา เนื่องจากเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีการปกครองในรูปแบบพิเศษ ในเมื่อรูปแบบการปกครองในปัจจุบันน่าจะใช้ได้แล้ว อีกทั้งไม่ต้องการมีความขัดแย้งกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ไม่ต้องการให้มีการรวมพื้นที่ของ กทม. 2 เขต คือ ลาดกระบังกับประเวศเข้ามาด้วย

 

อย่างไรก็ตาม ได้เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เข้ามาดูแลการบริหารจัดการพื้นที่โดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิเป็นการชั่วคราว ในเรื่องของการใช้ประโยชน์ที่ดิน การสร้างที่อยู่อาศัย เป็นต้น โดยมีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานและให้หน่วยงานท้องถิ่นเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย

 

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า หลังจากที่กระทรวงทำเรื่องเสนอไปยัง ครม. ล่าสุดทางสำนักเลขาฯ ครม. มีหนังสือแจ้งเวียนไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง สภาพัฒน์ เป็นต้น เพื่อขอความคิดเห็นมาประกอบการตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

 

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎหมายสุวรรณภูมิมหานคร ตามข้อเสนอของกระทรวงมหาดไทยจะรวมพื้นที่บางส่วนของ กทม.และจังหวัดสมุทรปราการคือ เขตลาดกระบัง เขตประเวศ บางพลี บางเสาธง รวมพื้นที่ 521.789 ตารางกิโลเมตร หรือ 326,118.125 ไร่ เป็นพื้นที่ของ กทม.จำนวน 176.349 ตารางกิโลเมตร หรือ 110,218.125 ไร่ พื้นที่จังหวัดสมุทรปราการจำนวน 345.44 ตารางกิโลเมตร หรือ 215,900 ไร่ มีประชากร 460,000 คน

 

""แต่เมื่อไม่มีการจัดตั้งเขตปกครองพิเศษแล้ว ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดและตำบลจะเป็นคนบริหารจัดการทั้งหมด ทั้งการจัดเก็บรายได้และภาษี ซึ่งถ้าพูดตามความเป็นจริงแล้วก็น่าเป็นห่วง นอกจากนี้หลังเปิดใช้สนามบินคนจะย้ายเข้ามาอยู่โดยรอบสนามบินจำนวนมาก ทำให้ระบบสาธารณูปโภคไม่เพียงพอกับความต้องการ เพราะไม่มีหน่วยงานเข้าไปรับผิดชอบ""

 

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ขณะที่ขีดความสามารถของท้องถิ่นมีน้อยและงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาลในแต่ละปีจะมีน้อยและกระจัดกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ ส่งผลให้การพัฒนาเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานถูกจำกัดไปด้วย อาจจะทำให้การพัฒนาของเมืองเป็นไปอย่างไร้ทิศทาง ใครที่จะมาขออนุญาตก่อสร้างก็ทำได้หมด เพราะยังไม่มีกฎหมายเข้ามาควบคุมจัดการโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการวางผังเมืองเฉพาะบริเวณโดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิของกรมโยธาธิการและผังเมืองที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะมีผลบังคับใช้ได้เมื่อไร ผังเมืองรวมสมุทรปราการที่อยู่ระหว่างปรับปรุงแก้ไข เป็นต้น

 

แหล่งข่าวกระทรวงมหาดไทยกล่าวตอนท้ายว่า มีรายงานสรุปผลกระทบจากการเปิดใช้สนามบิน จะทำให้จำนวนผู้อยู่อาศัยและผู้ประกอบกิจการเพิ่มขึ้นเป็น 1,309,000 คน ปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นจากเดิม 2-3 เท่า ความต้องการใช้น้ำประปาเพิ่มเป็น 324,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ปริมาณขยะเพิ่มขึ้นจาก 380 ตันต่อวัน เป็น 810 ตันต่อวัน ปริมาณน้ำเสียเพิ่มขึ้นเป็น 231,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

 

นายสมศักดิ์ เศรษฐนันท์ รองผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กทม.กล่าวว่า กทม.เห็นด้วยตามข้อเสนอของกระทรวงมหาดไทยที่จะเสนอให้ ครม. ยกเลิกร่างกฎหมายจัดตั้งสุวรรณภูมิมหานคร และมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลการบริหารและอำนวยการโดยเฉพาะด้วยการให้ท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น นอกจากนี้ กทม.เองจะไม่ต้องเสียพื้นที่ 2 เขตคือ ลาดกระบัง และประเวศ ซึ่งตรงกับความตั้งใจเดิมของผู้บริหาร กทม. อย่างไรก็ตามถึงแม้จะไม่มีการตั้งเขตปกครองพิเศษขึ้น แต่ กทม.ยินดีให้ความร่วมมือช่วยเหลือทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ของ กทม. ทั้งในเรื่องของการพัฒนา มั่นใจว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรในเรื่องศักยภาพในการบริหารจัดการ การจัดเก็บภาษี เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของท้องถิ่นทำเป็นปกติอยู่แล้ว

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ