Loading

รื้อข้อกำหนดจัดสรรบีบเอกชนทำบึงรับน้ำ

วันที่ : 4 ธันวาคม 2549
รื้อข้อกำหนดจัดสรรบีบเอกชนทำบึงรับน้ำ

                นายบุญเชิด คิดเห็น ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กรมที่ดิน เปิดเผยกับ ""ฐานเศรษฐกิจ"" ว่า เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2549ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้หารือมายังกรมที่ดินเพื่อขอแก้ไขเพิ่มเติม

 

ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินกรุงเทพ- มหานคร พ.ศ.2544 ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตาม ความในมาตรา 14 (1) และมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 โดยจะกำหนดให้ทุกโครงการจัดสรรที่ดินในเขตกรุง- เทพมหานคร จะต้องกันพื้นที่ เพื่อทำบึงรับน้ำหรือสวนน้ำ 5% ป้องกันน้ำท่วม นอกเหนือไปจากสาธารณูปโภคอื่น เช่น สวนสาธารณะ โรงเรียนอนุบาล ฯลฯ ที่กำหนดไว้ 5%

 

คาดว่ากลางเดือนธันวาคมนี้ จะหารือร่วมกันอีกครั้งหนึ่งระหว่าง กรมที่ดิน,  คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกรุงเทพ และผู้แทนจากกทม. เพื่อหาหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการแก้ไขข้อกำหนดฯดังกล่าว โดยจะแก้ไขเพิ่มเติมเข้าไปในหมวดที่ 8 ""ข้อกำหนดการอื่นที่จำเป็นต่อการรักษาสภาพแวดล้อม"" แต่มีปัญหาว่า

 

จะทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและผลักภาระไปให้ผู้บริโภคซื้อบ้านแพงขึ้นโดยไม่จำเป็น และจะทำให้ผู้ประกอบการ เลี่ยงหนีไปพัฒนาโครงการในพื้นที่ เขตปริมณฑลกันมากขึ้น เช่น จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ฯลฯ มากขึ้น

 

สำหรับทางออกที่ดีที่สุดกทม.ควรจะกำหนดให้ชัดเจนไปเลย กรณีพื้นที่ที่มีปัญหาน้ำท่วม เช่นโซนตะวันออกของกทม. ที่เป็นพื้นที่รับน้ำในปัจจุบัน ทีสำคัญควรกำหนดขนาดโครงการด้วยว่าขนาดไหนต้องทำบึงรับน้ำ เพราะหากกำหนดคลุมทั้งหมดจะทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบตามมากรณีจัดสรรย่านใจกลางเมือง ราคาที่ดินค่อนข้างแพง และหากทำโครงการขนาด 10-20 แปลง จะต้องบังคับให้ทำบึงหรือแก้มลิง 5% ของพื้นที่โครงการจะคุ้มกันหรือไม่ และที่สำคัญโดยมุมมองของกรมที่ดินแล้ว

 

กทม.ควรจะกำหนดไว้ในกฎกระทรวงผังเมืองรวมกทม.ว่าพื้นที่ไหนหากทำโครงการจัดสรรที่ดินแล้วควรจะต้องทำบึงรับน้ำบ้าง เป็นต้น

 

ขณะที่ นายสมศักดิ์ เศรษฐนันท์ รองผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า จะพิจารณาแก้ไขข้อกำหนดจัดสรรกทม.ฯของกรมที่ดินร่วมกัน โดยจะกำหนดให้โครงการจัดสรรในเขตกทม.ทุกโครงการต้องทำบึงรับน้ำหรือแก้มลิงเพื่อรองรับน้ำแก้ปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว เพราะมีบทเรียนน้ำท่วมใหญ่ช่วงที่ผ่านมาไม่นานนี้ โดยจะขอเพิ่มสาธารณูปโภคส่วนที่เป็นสวนน้ำ 5% แทรกเข้าไปในส่วนที่เป็นสวนสาธารณะที่กรมที่ดินกำหนด ซึ่งไม่น่าจะมีผลกระทบต่อต้นทุนแต่อย่างใด

 

ด้านนายอิสระ บุญยัง อุปนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ถ้าใช้พื้นที่ส่วนที่กันเป็นสวนสาธารณะ 5% ของพื้นที่โครงการ ตามข้อกำหนดฯเดิมที่มีอยู่ โดยแบ่งทำเป็นทั้งสวนน้ำและสวนสาธารณะ ในพื้นที่ 5% โดยไม่เพิ่มพื้นที่อีกจะเป็นเรื่องที่ดีและไม่มีผลกระทบต่อต้นทุนและผู้บริโภค

 

อย่างไรก็ดี ทางที่ดี กทม.ควรกำหนดให้ทุกอาคารโดยเฉพาะอาคารพาณิชย์ อาคารที่ไม่ได้ขออนุญาตจัดสรรทำบ่อหน่วงน้ำ บ่อซึมด้วยก็จะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ โดยเฉพาะโซนตะวันออกกทม. ที่เป็นพื้นที่รับน้ำ

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ