Loading

ลูกค้าบ้านทรุดร้องสภาทนายใช้กฎหมายบีบโครงการซื้อคื

วันที่ : 16 พฤษภาคม 2549
ลูกค้าบ้านทรุดร้องสภาทนายใช้กฎหมายบีบโครงการซื้อคืน

                  วานนี้ (15 พ.ค.) นางสาวจิตรลดา แสงทองสุข พร้อมด้วยเพื่อนบ้านรวม 8 หลังคาเรือนซึ่งได้รับความเดือนร้อน บ้านทรุดพร้อมกัน 8 หลัง ในโครงการทาวน์เฮาส์แบบโฮมออฟฟิศ ในหมู่บ้านสินธานี ซ.ลาดพร้าว 80

เขตวังทองหลาง  ยื่นหนังสือร้องของความช่วยเหลือจากสภาทนายความ หลังจากพยายามดำเนินการเพื่อฟ้องร้องโครงการหมู่บ้านแต่ไม่ได้รับการอำนวยความสะดวก จากหน่วยราชการ โดยมีนายสมัคร สภาพทนายความ นายสมบัติ วงศ์กำแหง เลขาธิการสภาทนายความ เป็นผู้รับหนังสือ นางสาวจิตรลดา กล่าวว่า ต้องการให้เจ้าของโครงการ คือ บริษัท สินธานี พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด รับซื้อบ้านที่มีปัญหาคืนทั้งหมดโดยในส่วนตนเรียกร้องให้ซื้อคืนในราคา 2.7 ล้านบาท เนื่องจากเป็นการซื้อบ้านมาจากกรมบังคับคดีในราคา 2.2 ล้านบาทและตกแต่งไปอีก 5 แสน ขณะที่ผู้เสียหายที่เหลือต้องการขายคืนในราคา 3.5 ล้านบาท/หลัง เนื่องจากเป็นราคาที่ซื้อมาโดยตรงกับโครงการ

 

หลังจากรับหนังสือขอความช่วยเหลือดังกล่าวแล้ว นายสมัคร เชาวภานันท์ อุปนายกฝ่ายบริหาร สภาพทนายความ กล่าวว่า สภาทนายความ มีหลักเกณฑ์ให้ความช่วยเหลือด้านทนายที่ปรึกษา 2 ข้อใหญ่ๆ คือ 1.พิจารณาจากความยากจนของผู้เดือดร้อนและไม่ได้รับความเป็นธรรม 2.หากไม่ได้รับความเป็นธรรม และเกิดความเสียหายต่อบุคคลจำนวนมากซึ่งกรณีนี้ จะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุดเพราะความเสียหายเกิดขึ้นตลอดเวลายิ่งช้ายิ่งเสียหายมาก คาดว่าจะสรุปได้ในสัปดาห์นี้ ว่าสภาทนายความจะช่วยเหลือหรือไม่ หากตกลงช่วยเหลือ ก็จะมีทนายความฝ่ายช่วยเหลือประชาชนด้านกฎหมายสืบสวนข้อเท็จจริงทันทีและอาจจะสิ้นสุดที่การนำทั้ง 2 ฝ่ายมาไกล่เกลี่ยกันและชดใช้ค่าเสียหายหากตกลงกันได้ โดยผู้เสียหายไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆให้กับทนายความ เสียเพียงค่าวางศาลตามธรรมเนียมเท่านั้น

 

ด้านผู้ประกอบการธุรกิจจัดสรรมองเรื่องนี้เป็นปัญหาที่ควรให้ความสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะในส่วนของสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร รับทราบปัญหานี้และเตรียมนำเข้าที่ประชุมหารือแก้ปัญหาช่วยผู้บริโภค โดยนายสุนทร สถาพร เลขาธิการ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรกล่าวว่า เรื่องนี้ได้มีการคุยกันเบื้องต้นแล้วในสมาคม แต่ยังไม่ได้หารืออย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าจะมีการบรรจุเข้าเป็นวาระหนึ่ง ในการประชุมสมาคมช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งในเบื้องต้นคงยังบอกไม่ได้ว่าจะมีหนทางใดในการช่วยเหลือ เพราะหากดูจากสัญญาซื้อขาย ที่เป็นสัญญามาตรฐานของกรมที่ดิน จะระบุไว้ว่าผู้ประกอบการรับประกันโครงสร้างบ้านเป็นเวลา 5 ปี แต่กรณีนี้เสียหายหลังจากเข้าอยู่แล้วกว่า 10 ปีหากดูแง่กฎหมายอาจมีปัญหา แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นเรื่องของความเชื่อมั่น ต่อภาพรวมธุรกิจจัดสรรทางสมาคมต้องหารือ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นซ้ำซ้อนขึ้น ในกรณีอื่นๆ เพิ่มเติมเช่นอาจย้อนมาดูกันเรื่องกฎหมาย หรือมาตรการให้ความช่วยเหลืออื่นๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องเงินเพียงอย่างเดียว

 

ด้านรศ.มานพ  พงศทัต อาจารย์ประจำภาควิชาเคหการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า หากลูกบ้านต้องการเรียกร้องข้อกฎหมาย ต้องไปตรวจสอบย้อนหลังว่า การก่อสร้างได้มาตรฐานหรือไม่ โดยตรวจสอบได้จากโยธาธิการท้องที่ ในช่วงการขออนุญาตก่อสร้างโครงการ เพราะในแง่เทคนิคแล้วหากการก่อสร้างมีปัญหา ความเสียหายควรเกิดขึ้นใน 1-2 ปีแรก แต่หากอยู่ได้ถึง 10 กว่าปีแล้วมีปัญหาน่าจะมาจากกรณีของวิบัติภัย หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ ซึ่งอาจเอาผิดตามกฎหมายไม่ได้ จึงอยากแนะนำว่า ลูกค้าที่ซื้อบ้านควรคำนึงถึงปัญหานี้ และควรซื้อประกันอุบัติภัยเพื่อป้องกันความเสียหาย เช่นเดียวกับในต่างประเทศไว้ด้วย

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ