Loading

ค้านคุมเข้มใช้ไฟ จัดสรร แนะหามาตรการภาษีกระตุ้นบ้านประหยัดพลังงา

วันที่ : 13 พฤษภาคม 2549
ค้านคุมเข้มใช้ไฟ จัดสรร แนะหามาตรการภาษีกระตุ้นบ้านประหยัดพลังงาน

                    จากการที่รัฐได้มีนโยบายส่งเสริมการประหยัดพลังงานในที่อยู่อาศัย ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งที่ใช้พลังงานมากเป็นอันดับ 3 ของการใช้พลังงานในประเทศโดยได้ตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อวางหลักเกณฑ์ และแนวทางในการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในอาคารรวมทั้งอาคารที่อยู่อาศัย นางศิรินทร วงษ์เสาวศุภ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (พ.พ.) เปิดเผย สยามธุรกิจว่า ขณะที่ภาครัฐกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณากฎหมายควบคุมพลังงาน ภายใต้พ.ร.บ.ควบคุมอาคารโดยจะควบคุมการใช้พลังงานไฟฟ้าในอาคารขนาดพื้นที่ 2,000 ตร.ม.ขึ้นไป รวมถึงบ้านพักอาศัยประเภททาวน์เฮาส์ และบ้านเดี่ยวด้วย ซึ่งปัจจุบันกฎหมายเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน อยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกันระหว่างกรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน (พ.พ.) และกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย โดยได้ข้อสรุปร่วมกันทางด้านเทคนิค แล้ว จากนั้นคงต้องรอการพิจารณาร่วมกันระหว่างฝ่ายนิติกรของกรมโยธาฯ และนิติกรของกระทรวงมหาดไทย ในการยกร่างกฎหมายซึ่งต้องใช้ระยะเวลาอีกนานกว่ากฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ได้

 

                    เนื่องจากต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาให้คำแนะนำจากเลขาธิการครม.ก่อนนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเซ็นรับรอง และนอกจากนี้ปัจจุบันยังเป็น ครม.รักษาการอยู่ จึงต้องรอการแต่งตั้งรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนอีกด้วย โดยกฎหมายจะควบคุมอาคาร 3 ลักษณะคือ 1.อาคารขนาดใหญ่ พื้นที่ 10,000 ตร.ม. ที่ใช้ไฟเกิน 1,000 กิโลวัตต์ 2.อาคารซึ่งมีพื้นที่ขนาด 2,000 ตร.ม.ขึ้นไป 3.ทาวน์เฮาส์ บ้านจัดสรรทั่วไปที่ใช้ไฟเฉลี่ยในรอบ 6 เดือนไม่น้อยกว่า 500 ยูนิต (กิโลวัตต์/ชั่วโมง/เดือน) หรือเจ้าของบ้านที่ต้องการปรับปรุงให้บ้านของตนประหยัดพลังงาน

 

                    ดังนั้น ทางกรมพัฒนาฯจึงได้เร่งจัดทำโครงการนำร่องเพื่อส่งเสริมบ้านพักอาศัยเพื่อการอนุรักษ์พลังงานหรือ บ้านรักษ์พลังงานในเขตกทม.-ปริมณฑล หรือประมาณ 20% ของบ้านพักอาศัยทั่วประเทศ ที่มีกว่า

18 ล้านหลัง เพื่อที่จะได้นำข้อบกพร่องที่ได้พบมาปรับปรุง และกำหนดไว้ในกฎหมายที่จะออกมาใช้บังคับ ซึ่งจะได้ทำการคัดเลือกบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮาส์ ที่สมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน 80 หลัง พร้อมให้คำแนะนำการปรับปรุงบ้านด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญ และให้การสนับสนุนเงินทุนอัตราร้อยละ 30 ของค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นต้นแบบสำหรับประชาชนทั่วไปในการปรับปรุงบ้านให้สามารถประหยัดพลังงานไม่น้อยกว่า 10%

 

                    นายอิสระ บุญยัง อุปนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า การออกกฎหมายของภาครัฐเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ควรนำกฎหมายมาควบคุมบ้านขนาดเล็กให้ต้องเข้าสู่กระบวนการประหยัดพลังงานเนื่องจากปัจจุบันมีผู้มีรายได้น้อยอีกเป็นจำนวนมากในประเทศไทย ที่ใช้ไฟเฉลี่ยต่อเดือนเพียงแค่ 5 แอมแปร์เท่านั้น ซึ่งยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกกฎหมายมาบังคับใช้แต่อย่างใด โดยรัฐควรหันมามองมาตรการที่จำเป็นและน่าจูงใจมากกว่า เช่น ผู้ที่ซื้อวัสดุประหยัดพลังงานมาใช้แล้ว สามารถนำใบเสร็จมาลดหย่อนภาษีได้เลย เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้ผู้บริโภคได้เห็นถึงความสำคัญในการใช้สินค้า ประหยัดพลังงานมากกว่า เนื่องจากกฎหมายเป็นเรื่องของการบังคับใช้และถ้าออกมาไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ก็จะส่งผลกระทบต่อประชาชนในภายหลังได้

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ