Loading

โยธาฯคุมก่อสร้างฝั่งธนฯ-นครปฐม บังคับแบบบ้านเดี่ยวต้องมีจั่

วันที่ : 7 เมษายน 2549
โยธาฯคุมก่อสร้างฝั่งธนฯ-นครปฐม บังคับแบบบ้านเดี่ยวต้องมีจั่ว

                    แหล่งข่าวจากกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ออกกฎกระทรวง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วนในท้องที่อำเภอพุทธมณฑล อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม และเขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2549 โดยกฎกระทรวงฉบับดังกล่าวประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2549 ที่ผ่านมา และขณะนี้มีผลบังคับใช้แล้ว

 

                    กฎกระทรวงฉบับนี้ เป็นการยกเลิกกฎกระทรวงฉบับที่ 16 ซึ่งกรมได้ประกาศไปเมื่อปี 2530 แต่ช่วงนั้นยังไม่มีถนนอักษะหรือถนนอุทยาน เป็นการคุมก่อสร้างอาคารสูงในพื้นที่บริเวณถนนพุทธมณฑล ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญเท่านั้น เมื่อ กทม.ก่อสร้างถนนอักษะขึ้นมา และออกข้อบัญญัติคุมการก่อสร้าง แต่มีบางส่วนที่ไม่สามารถควบคุมได้เพราะอยู่ในพื้นที่ที่กรมได้ออกกฎกระทรวงไปแล้ว กทม.จึงขอให้กรมแก้ไขรายละเอียดเพิ่มเติมใหม่ให้ครอบคลุมทั่วถึงมากขึ้น เพื่อป้องกันการก่อสร้างอาคารและสิ่งก่อสร้างของเอกชนที่อาจจะบดบังทัศนียภาพและความสง่างามของถนนเส้นนี้ และศาสนสถานที่ตั้งอยู่ในบริเวณนั้น

 

                    แหล่งข่าวกล่าวว่า กฎกระทรวงฉบับใหม่แบ่งพื้นที่การควบคุมการก่อสร้างในพื้นที่บางส่วนของอำเภอพุทธมณฑล สามพราน และเขตทวีวัฒนา ออกเป็น 4 บริเวณ (ดูแผนผังประกอบ) ได้แก่ บริเวณที่ 1 เป็นบริเวณรอบนอกแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของพุทธมณฑล ในระยะ 300 เมตร ห้ามก่อสร้างห้องแถว ตึกแถว บ้านแถว บ้านแฝด ตลาด โรงมหรสพ โรงแรม สถานบริการ สุสาน โรงซ่อม อาคารเลี้ยงสัตว์ทุกชนิด ที่มีเนื้อที่เกิน 20 ตารางเมตร ห้ามก่อสร้างอาคารมีความสูงเกิน 12 เมตร หอถังน้ำสูงเกิน 15 เมตร คลังสินค้ามีพื้นที่เกิน 200 ตารางเมตร อาคารที่มีพื้นที่รวมกันเกิน 1,000 ตารางเมตร โรงงาน สถานที่เก็บและบริการน้ำมันเชื้อเพลิง สถานีบรรจุก๊าซ

 

                    บริเวณที่ 2 พื้นที่โดยรอบบริเวณที่ 1 ในระยะ 700 เมตร ห้ามก่อสร้างอาคาร สุสาน อาคารเลี้ยงสัตว์ทุกชนิด คลังสินค้าพื้นที่เกิน 200 ตารางเมตร อาคารมีพื้นที่เกิน 1,000 ตารางเมตร โรงงาน สถานที่ใช้เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง สถานที่บรรจุก๊าซ และอาคารที่มีความสูงเกิน 18 เมตร

 

                    บริเวณที่ 3 เป็นพื้นที่ในบริเวณที่วัดจากเขตถนนทั้ง 2 ฟากของถนนอุทยานออกไปข้างละ 15 เมตร เริ่มจากเขตทางของถนนพุทธมณฑลสาย 4 ไปถึงเขตบริเวณที่ 2 ห้ามก่อสร้างอาคารทุกชนิด เว้นแต่อาคารอยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวที่มีความสูงไม่เกิน 10 เมตร และมีระยะถอยร่นแนวอาคารจากเขตถนนอุทยานไม่น้อยกว่า 3 เมตร รั้วโปร่งที่มีความสูงไม่เกิน 2 เมตร แต่ถ้าจะมีส่วนทึบให้มีเฉพาะด้านล่าง สูงไม่เกิน 1 เมตร

 

                    บริเวณที่ 4 เป็นพื้นที่บริเวณที่ถัดจากบริเวณที่ 3 ออกไปอีกข้างละ 35 เมตร ห้ามก่อสร้างอาคารอยู่อาศัย อาคารอยู่อาศัยรวม อาคารชุด เว้นบ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์มีพื้นที่รวมกันเกิน 100 ตารางเมตร ห้องแถว ตึกแถว อาคารที่มีความสูงเกิน 10 เมตร หอถังน้ำสูงเกิน 10 เมตร อาคารพื้นที่เกิน 1,000 ตารางเมตร อาคารที่ใช้ในกิจการสนามกอล์ฟ โรงงาน โรงซ่อม ภัตตาคารหรือร้านจำหน่ายอาหาร อาคารเก็บสินค้า สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิง สถานบริการ โรงมหรสพ ตลาด โรงแรม สถานีขนส่ง อาคารเลี้ยงสัตว์ทุกชนิดพื้นที่เกิน 20 ตารางเมตร สุสาน เพิงหรือแผงลอย ป้าย อาคารที่ใช้ประกอบกิจการสวนสนุก รั้วที่มีความสูงเกิน 2 เมตร

 

                    อาคารที่ก่อสร้างในบริเวณที่ 3 และ 4 ต้องมีระยะห่างระหว่างอาคารไม่น้อยกว่า 4 เมตร ห่างจากเขตที่ดินผู้อื่นไม่น้อยกว่า 2 เมตร และต้องเป็นอาคารที่มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมเป็นหลังคาทรงจั่ว ทรงปั้นหยา หรือทรงสถาปัตยกรรมไทย สีหลังคาให้ใช้สีในกลุ่มสีส้มอิฐหรือส้มกระเบื้องดินเผา สีแดงอิฐหรือสีน้ำตาล""

 

                    แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า สำหรับอาคารที่มีอยู่แล้วก่อนหรือในวันที่กฎกระทรวงฉบับนี้บังคับใช้ จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงฉบับนี้ แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารตามที่ได้กำหนดไว้ ขณะเดียวกันอาคารที่ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ก่อนที่กฎกระทรวงนี้บังคับใช้ และยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ก็ให้ได้รับการยกเว้นเช่นกัน

 

                    ผู้สื่อข่าว ""ประชาชาติธุรกิจ"" รายงานว่า ปัจจุบันการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณดังกล่าวยังไม่หนาแน่นมากนัก และส่วนใหญ่เป็นการพัฒนาหรือก่อสร้างในรูปของบ้านเดี่ยว และยังมีที่ดินว่างเปล่ารองรับการพัฒนาได้อีกจำนวนมาก การออกกฎกระทรวงควบคุมการก่อสร้างฉบับใหม่ให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้นกว่าเดิมจึงเท่ากับเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการพัฒนาโดยไร้ระเบียบและทิศทาง ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาขึ้นในอนาคต

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ