Loading

ธปท.แนะรัฐผนึกภาคเอกชนเก็บข้อมูลต่างชาติซื้ออสังหา

วันที่ : 14 มีนาคม 2562
"แบงก์ชาติ" เผยทุนจีนแห่ซื้ออสังหาฯ ไทยในปี 61 พุ่ง 65% แตะระดับ 3.9 หมื่นล้าน มั่นใจยังไม่ส่งผลลบ ต่อภาพรวมตลาด แต่แนะหน่วยงานรัฐผนึกภาคเอกชน เก็บข้อมูลการซื้อขายชาวต่างชาติ เพื่อประเมินความเสี่ยง พร้อมพัฒนากรอบ สัญญาร่วมทุนระหว่างผู้ประกอบการไทย-เทศ เพื่อความโปร่งใส ลดความเสี่ยงจากการร่วมทุนไม่เป็นธรรม
          ช่วยผู้ประกอบการ ประเมินความเสี่ยง เผยปี 61 ยอดโอนพุ่ง 65%

          "แบงก์ชาติ" เผยทุนจีนแห่ซื้ออสังหาฯ ไทยในปี 61 พุ่ง 65% แตะระดับ 3.9 หมื่นล้าน มั่นใจยังไม่ส่งผลลบ ต่อภาพรวมตลาด  แต่แนะหน่วยงานรัฐผนึกภาคเอกชน เก็บข้อมูลการซื้อขายชาวต่างชาติ เพื่อประเมินความเสี่ยง พร้อมพัฒนากรอบ สัญญาร่วมทุนระหว่างผู้ประกอบการไทย-เทศ เพื่อความโปร่งใส ลดความเสี่ยงจากการร่วมทุนไม่เป็นธรรม

          ธนาคารแห่งประเทศไทย เผยแพร่บทความเรื่อง "เจาะลึกและชี้ประเด็นความเสี่ยงของทุนจีนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย" ว่าในปีที่ผ่านมา ชาวจีนมีบทบาทในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยมากขึ้น ทั้งการซื้ออาคารชุดเพื่ออยู่อาศัย การเช่าอาคารสำนักงาน รวมถึงการลงทุนของผู้ประกอบการชาวจีนผ่านการร่วมทุนกับผู้ประกอบการชาวไทย

          โดยการซื้อที่อยู่อาศัยชาวจีนในปี 2561 ขยายตัวจากปี 2560 ค่อนข้างมาก สะท้อนจากมูลค่าเงินโอนเพื่อซื้ออาคารชุดในไทยของชาวจีนปี 2561 อยู่ที่ 39,178 ล้านบาท เร่งขึ้นจากปี 2560 ที่23,621 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 65.9% โดยคิดเป็น 43% ของมูลค่าเงินโอนเพื่อซื้ออาคารชุดของชาวต่างชาติ และ 12% ของมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุดไทย ทั้งประเทศ เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่ 9%

          การซื้อที่อยู่อาศัยของชาวจีนที่ปรับเพิ่มขึ้นดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อ ชาวจีนมีบทบาทในตลาดอาคารชุดไทยมากขึ้น โดยสิ่งที่ดึงดูดให้ชาวจีนสนใจซื้ออาคารชุดไทย มาจากทั้งปัจจัยภายในที่ราคาอาคารชุดถือว่า อยู่ในระดับที่ไม่สูงนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย รวมถึงสิทธิสำหรับการครอบครองกรรมสิทธิ์อาคารชุดสำหรับชาวต่างชาติ และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าแก่อสังหาริมทรัพย์ในอนาคต

          รวมถึงปัจจัยจากประเทศจีน เช่น พฤติกรรมการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงของชาวจีนในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงการจำกัด การครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในเขต เมืองใหญ่ของจีนเพื่อลดการเก็งกำไร

          สำหรับข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย บทความชิ้นนี้ระบุว่า ปัจจุบันทุนจีนยังไม่ได้ส่งผล กระทบในด้านลบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ จึงยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง ออกมาตรการเพื่อแทรกแซงตลาดโดยตรง แต่ในการดูแลความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของทุนจีนในอนาคต นอกจากผู้ประกอบการ ต้องติดตามสถานการณ์ของผู้ซื้อชาวจีนอย่างใกล้ชิดและวางแผนรับมืออย่างเหมาะสมแล้ว การสนับสนุนจากภาครัฐเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างเสถียรภาพในตลาดที่อยู่อาศัยไทย ดังนั้นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่คาดว่าจะเป็นประโยชน์ในการบริหารการเข้ามาของทุนจีน จึงแบ่งออกเป็น 2 ประเด็น

          ประเด็นแรก คือ ภาครัฐควรร่วมมือกับภาคเอกชนรวบรวมและเปิดเผยข้อมูลที่สะท้อนการซื้อขายที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติที่ถูกต้องและรวดเร็วทันกาล เช่น ข้อมูลสัญชาติของผู้ลงทุน มูลค่าการซื้อขาย การทำและเปลี่ยนมือของใบจอง และข้อมูลการถือครองที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติผ่านตัวแทน ผ่านการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ และนำเสนอข้อมูล ในภาพรวมเพื่อให้ผู้ประกอบการ สถาบันการเงิน ครัวเรือน และภาครัฐ ที่เกี่ยวข้อง ทราบถึงแนวโน้มของทุนจีน ซึ่งเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่สำคัญในการประเมินความเสี่ยง สำหรับวางแผนการลงทุนและกำหนดนโยบายที่เหมาะสม

          ประเด็นที่สอง ภาครัฐควรร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อกำหนดและพัฒนากรอบสัญญาร่วมทุนระหว่างผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ เพื่อให้เกิดสัญญาที่โปร่งใส และ ลดความเสี่ยงจากการร่วมทุนที่ไม่เป็นธรรม เช่น ตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินทุน ติดตาม สถานะของบริษัทร่วมทุนเพื่อให้บริษัทยังคงฐานะตามที่กฎหมายกำหนด ขณะเดียวกัน ต้องไม่เป็นการเพิ่มอุปสรรคในการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการ
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ