Loading

ต่างชาติซื้ออาคารชุดไทย เพิ่มต่อเนื่อง

วันที่ : 17 มีนาคม 2562
แนวโน้มลูกค้าต่างประเทศสนใจซื้อหรือลงทุนอาคารชุดในไทยยังทยอยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าเงินโอนต่างชาติเพื่อซื้ออาคารชุดที่เข้ามาสัดส่วน 30% ของมูลค่าการโอนอาคารชุดทั้งหมดโดยเฉพาะในสัดส่วน 30% ดังกล่าวมีประมาณ 40% แบ่งเป็นลูกค้าชาวจีนจากแผ่นดินใหญ่และจีนฮ่องกง
          แนวโน้มลูกค้าต่างประเทศสนใจซื้อหรือลงทุนอาคารชุดในไทยยังทยอยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าเงินโอนต่างชาติเพื่อซื้ออาคารชุดที่เข้ามาสัดส่วน 30% ของมูลค่าการโอนอาคารชุดทั้งหมดโดยเฉพาะในสัดส่วน 30% ดังกล่าวมีประมาณ 40% แบ่งเป็นลูกค้าชาวจีนจากแผ่นดินใหญ่และจีนฮ่องกง

          โดยเห็นได้จากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2557-2561) มูลค่า 47,740 ล้านบาท 51,579 ล้านบาท 53,193 ล้านบาท 70,733 ล้านบาทและสิ้นปี 2561 เพิ่มเป็น 92,191 ล้านบาท ซึ่งหากพิจารณาสัดส่วนมูลค่าเงินโอนจากต่างชาติเพื่อซื้ออาคารชุดไทย แยกเป็นรายประเทศหรือสัญชาติเจ้าของบัญชีในปี2561 มูลค่ารวม 92,191 ล้านบาทนั้นประกอบด้วย ฮ่องกง มูลค่า เงินโอนฯ จำนวน 30,343 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน  32.9% อื่นๆ 21,267 ล้านบาทสัดส่วน 23.1% สหรัฐอเมริกามูลค่า 13,739 ล้านบาทสัดส่วน 14.9% สิงคโปร์มูลค่า 9,600 ล้านบาทสัดส่วน 10.4% จีน (แผ่นดินใหญ่) มูลค่า 8,836 ล้านบาท สัดส่วน 9.6%

          ที่เหลือประกอบด้วย ไต้หวัน 3,613 ล้านบาทสัดส่วน 3.9% สหราชอาณาจักร 3,152 ล้านบาทสัดส่วน 3.4% และญี่ปุ่น 1,642 ล้านบาทสัดส่วน 1.8%

          สะท้อนว่าแม้กำลังซื้อภายในประเทศถดถอย เกิดปัจจัย ลบจากมาตรการรัฐรบกวน อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการค่อนข้างมั่นใจว่า ลูกค้าต่างชาติยังคงให้การสนับสนุน โดยเฉพาะฮ่องกงเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ชื่นชอบการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไปทั่วโลก และ ไทยคือ ฐานใหญ่ เนื่องจากสามารถถือครองกรรมสิทธิ์ได้ ราคาถูกคุ้มค่าการลงทุน ปล่อยเช่า หรือขายทำกำไรในราคาสูงหากคนในประเทศเดียวกันสนใจ

          ขณะเดียวกันกำลังซื้อ ได้ขยายออกมายังโซนบางนา ทำเลลาดกระบัง และรัศมีรอบสนามบินสุวรรณภูมิ นอกจากแนวรถไฟฟ้า ย่านพระราม 9-รัชดาฯ

          นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ฐานะนายกกิตติมศักดิ์สมาคมอาคารชุดไทย ย้ำว่ากำลังซื้อต่างชาติยังมีต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มไฮเอนด์มักซื้อเงินสด และโอนกรรมสิทธิ์ ทำเลที่สนใจ อย่าง สาทร สุขุมวิท ฯลฯ

          ด้านนางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ระบุว่า ที่ดินใจกลางเมืองที่มีราคาสูงขึ้นและหายากขึ้นทำให้เจ้าของที่ดินเอกชนสนใจที่จะปล่อยที่ดินให้เช่าระยะยาวมากกว่าขายสำหรับในมุมมองตลาดลงทุน โดยปกติแล้วคอนโดฯ แบบให้สิทธิการเช่าระยะยาว จะมีเงื่อนไขการจ่ายเงินจองและทำสัญญามากกว่าคอนโดฯ แบบขายขาดโดยอยู่ทีประมาณ 30% ธนาคารก็จะปล่อยกู้ในวงเงิน 70% ที่เหลือ ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าวหากเปรียบเทียบกับนโยบายใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย ในกรณีที่ซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 หรือหลังที่ 3 ส่งผลให้คอนโดฯแบบให้สิทธิการเช่าระยะยาว ไม่ได้เสียเปรียบคอนโดฯฟรีโฮลด์ในแง่เม็ดเงินลงทุนเบื้องต้นอีกต่อไป สำหรับผลตอบแทนจากการลงทุนคอนโดฯแบบให้สิทธิการเช่าระยะยาว 

          โดยทั่วไปจะให้ผลตอบแทนต่อปีสูงกว่าเนื่องจากราคาขายต่ำกว่าและส่วนใหญ่จะอยู่ในทำเลที่มีความต้องการเช่าสูง ด้วยปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นความคุ้นเคยของต่างชาติ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ของการอยู่คอนโดฯประเภทนี้ ความง่ายในการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์คอนโดฯแบบให้สิทธิการเช่าระยะยาว รวมถึงเงื่อนไขในการซื้อต่างๆ เช่น ไม่จำเป็นต้องโอนเงินจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสำหรับชาวจีน ที่การโอนเงินออกมาซื้อคอนโดฯเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก เป็นต้น
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ