Loading

ชโยกรุ๊ป ผนึกบิ๊กอสังหาฯ ลุยพัฒนาที่ดิน 6 แปลงงาม

วันที่ : 31 มีนาคม 2562
"ชโย กรุ๊ป" รุกต่อยอดธุรกิจนำกรุที่ดิน 6 แปลงงามค่ากว่า 400 ล้านบาท เผยเจรจา 4 บิ๊กอสังหาฯ คาดเปิดตัวไตรมาส 4 หลังได้ข้อสรุปราคาขาย-รูปแบบร่วมทุน เดินหน้าปล่อยกู้นาโนไฟแนนซ์ สาวโรงงาน รายละ 1-2 หมื่นบาท ดีเดย์เมษายนนี้
          ตั้งงบปล่อยสินเชื่อรายย่อยปีนี้200ล้านบาท

          "ชโย กรุ๊ป" รุกต่อยอดธุรกิจนำกรุที่ดิน 6 แปลงงามค่ากว่า 400 ล้านบาท เผยเจรจา 4 บิ๊กอสังหาฯ คาดเปิดตัวไตรมาส 4 หลังได้ข้อสรุปราคาขาย-รูปแบบร่วมทุน เดินหน้าปล่อยกู้นาโนไฟแนนซ์ สาวโรงงาน รายละ 1-2 หมื่นบาท ดีเดย์เมษายนนี้

          นายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ชโย กรุ๊ป (CHAYO) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าจากการที่บริษัทดำเนินธุรกิจบริหารสินทรัพย์โดยการรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีสินทรัพย์ที่เป็นที่ดินที่มีศักยภาพหลายแปลง มูลค่ารวม 400 ล้านบาท ซึ่งเป็นที่สนใจของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์  โดยอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อหารูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสม ซึ่งบริษัทวางไว้ 2 แนวทางคือ 1. ขายที่ดินให้ผู้ซื้อไปลงทุนพัฒนาต่อ 2. การร่วมทุน โดยใช้ที่ดินของบริษัท

          "มี 4 รายที่เข้ามาคุยแล้ว จำนวนนี้ 2 รายเป็นอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่จะจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ฯ เบื้องต้นที่คุยกันไว้คือ  ซื้อที่ดินจากเราไปเลย  หากเราได้ราคาตามเป้าหมายที่วางไว้ หรือในลักษณะร่วมทุน โดยเราลงที่ดิน ส่วนดีเวลอปเปอร์ที่จะมาร่วมทุนด้วยก็ลงทุนด้านก่อสร้าง ทำมาร์เก็ตติ้ง และต้องเป็นแบรนด์ที่ตลาดรู้จักดี โดยจะตั้งบริษัทร่วมขึ้นมาบริหารและแบ่งกำไรจากการลงทุน คาดจะเปิดตัวได้ภายในไตรมาส 4 หลังจากได้ข้อสรุปราคาขายที่ดินแล้ว"

          ที่ดินจำนวนนี้มีอย่างน้อย 6 แปลง  ได้แก่ 1. ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ ใกล้รถไฟฟ้าตรงข้ามศูนย์ราชการเนื้อที่  375 ตารางวาซึ่งเหมาะกับการพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมสูง 2. ติดถนนลำลูกกาคลอง 7 เนื้อที่  31 ไร่ 3. ใกล้ถนนมอเตอร์เวย์ ทางหลวงหมายเลข 7 มี  2 แปลง เนื้อที่ 6 ไร่ และ 12 ไร่ 4. ตั้งอยู่ใกล้นิคมอุตสาหกรรมสิ่งทอ บนเนื้อที่ 26 ไร่ 5. อยู่ติดถนนทางหลวงหมายเลข 3 ตรงข้ามโรงเรียนชุมพลทหารเรือ สัตหีบ จังหวัดชลบุรี  เนื้อที่ 19 ไร่ และ 6. ติดหาดแม่พิมพ์ จังหวังระยอง เนื้อที่ประมาณ  4 ไร่

          ทั้งนี้เมื่อกลางปี 2561 ชโย กรุ๊ป ได้ตั้งบริษัทย่อย 2 แห่งคือ 1. บริษัทชโย แคปปิตอล จำกัด (บจก.)(บมจ.ชโย กรุ๊ป ถือหุ้น 70%) ดำเนินธุรกิจปล่อยกู้ให้กับรายย่อยทั้งที่มีหลักประกัน (เพอร์ซัลนัลโลน) และไม่มีหลักประกัน และ  2. บจก.ชโย พร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ เซอร์วิส  ดำเนินธุรกิจให้กู้ยืมเงินโดยมีอสังหาริมทรัพย์จำนอง และรับซื้ออสังหา ริมทรัพย์ด้วยการขายฝาก การประกอบกิจการค้าที่ดิน พัฒนาและจัดทำโครงการอสังหาริมทรัพย์

          นายสุขสันต์ กล่าวต่อว่าบริษัท ตั้งเป้าซื้อหนี้เข้ามาบริหาร ในปี 2562 ประมาณ 10,000 ล้านบาท วางงบลงทุนไว้ที่ 1,000-1,500 ล้านบาท แบ่งเป็นซื้อหนี้เข้ามาบริหารประมาณ  1,000-1,250 ล้านบาท และรองรับบจก.ชโย แคปปิตอลที่จะใช้ปล่อยกู้ในปีนี้อีกประมาณ 200-250 ล้านบาท โดยตั้งเป้าการเติบโตของรายได้เพิ่ม 15% จากปีก่อน

          โดยเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริษัทได้ใบอนุญาตสินเชื่อบุคคลและนาโนไฟแนนซ์แล้ว ส่วนพิโกไฟแนนซ์ ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประ เทศไทย (ธปท.) และจะเริ่มปล่อยกู้นาโนไฟแนนซ์หรือสินเชื่อไม่มีหลักประกัน เน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรม ในกรุงเทพฯ ก่อน ซึ่งเรามีพันธมิตรที่เป็นเจ้าของโรงงานและมีคนงานระดับ 200-500 คน  ในเดือนเมษายนคาดจะปล่อยกู้ได้ประมาณ  100 ราย รายละ 10,000-20,000 บาท

          ด้านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ระบุในบทวิเคราะห์ว่า จากการรายงานกำไรสุทธิปี 2561 ที่ 85 ล้านบาท เป็นไปตามที่เราคาด โดยเติบโต 47% จากปีก่อน ตามรายได้รวมที่เติบโตราว 24%จากปีก่อน โดยหลักมาจากรายได้จากเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่เติบโต 31% จากปีก่อน สู่ 213 ล้านบาท มีสัดส่วนราว 83% ของรายได้รวม โดยบริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูงได้ที่ 64%  โดยในปี 2561 บริษัทมีกำไรจากการขายสินทรัพย์รอการขาย (NPA) จำนวน 6.7 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 28% ในปี 2560 สู่ 33%

          ทั้งนี้คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2562 ที่ 108 ล้านบาท เติบโต 26% จากปีก่อน โดยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากกองสินทรัพย์ด้อยคุณภาพมูลค่าราว 10,000 ล้านบาท ที่ประมูลมาในช่วงปี 2561 และเติบโตจากบริษัทย่อยที่ก่อตั้งใหม่ในปี 2561 ได้แก่ บริษัท ชโย แคปปิตอลฯ ซึ่งจะดำเนินธุรกิจปล่อยสินเชื่อและ บริษัท ชโย พร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ เซอร์วิสฯ ซึ่งจะดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

          GBS คงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเหมาะสม 4.80 บาท  (อัพไซด์ราว 23.08%) โดยอิง PER ที่ 28 เท่า ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งที่ระดับ 23 เท่า เนื่องจากมีศักยภาพการเติบโตที่โดดเด่นกว่า ประเมินกำไรสุทธิต่อหุ้นปี2562 ราว 0.17 บาท

          มี 4 รายที่เข้ามาคุยแล้ว จำนวนนี้ 2 ราย เป็นอสังหาฯในตลาดหลักทรัพย์ฯ เบื้องต้นที่คุยกันคือซื้อที่ดินจากเรา หรือไม่ก็เป็นลักษณะร่วมทุน
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ