Loading

จับตา!ที่ดิน รัชดา ราคาพุ่งเทียบสุขุมวิท คอนโดมิเนียม 1 ห้องนอนขาย 3-5 ล้านบาท

วันที่ : 13 เมษายน 2562
อานิสงส์ของการสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่จะเปิดให้บริการในปี 2563 และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ที่จะเปิดให้บริการในปี 2564 ส่งผลให้ถนนเส้นรัชดา กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ (CBD)เทียบเท่าถนนเส้นสุขุมวิท หรือ เรียกได้ว่าเป็นแหล่งทำเลทอง ที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต่างจับจองหาซื้อที่ดิน สำหรับทำโครงการรองรับทั้งกลุ่มคนไทยและคนต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ฮ่องกง และไต้หวัน
          เมเจอร์ฯเปิดโครงการหรูตอบโจทย์คนรักสัตว์

          อานิสงส์ของการสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่จะเปิดให้บริการในปี 2563 และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ที่จะเปิดให้บริการในปี 2564  ส่งผลให้ถนนเส้นรัชดา กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ (CBD)เทียบเท่าถนนเส้นสุขุมวิท หรือ เรียกได้ว่าเป็นแหล่งทำเลทอง ที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต่างจับจองหาซื้อที่ดิน สำหรับทำโครงการรองรับทั้งกลุ่มคนไทยและคนต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ฮ่องกง และไต้หวัน

          ทำเลรัชดาภิเษกจึงถูกยกระดับ ให้เป็นทำเลที่มีศักยภาพทั้งการอยู่อาศัย และลงทุน ซึ่งปัจจุบันราคาที่ดินพุ่งเฉลี่ย 10-15% ต่อปี หรืออยู่ที่ 400,000-700,000 บาท/ตร.ว. ขณะที่ราคาคอนโดฯ เฉลี่ยสูงขึ้น 9% ต่อปี

          นางสาวเพชรลดา พูลวรลักษณ์ กรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทำเลรัชดาภิเษกเป็นทำเล New CBD (ย่านศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่) ที่มีดีมานด์สูงทั้งกลุ่มลูกค้าชาวไทยและกลุ่มลูกค้าชาว ต่างชาติ โดยกลุ่มลูกค้าชาวไทยคือพนักงานออฟฟิศ และผู้บริหาร ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงาน เนื่องจากเป็นย่านธุรกิจ ที่สำคัญ เช่น อาคารสำนักงาน อาคารตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตึก AIA Capital Center ตึกเมืองไทย-ภัทร นอกจากนี้ ยังเป็นที่ตั้งของสถานทูตจีน สถานทูตเกาหลีใต้ และสถานทูตกัมพูชา จึงทำให้เป็นที่ต้องการของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนที่ต้องการเลือกคอนโดฯ รอบๆ สถานทูตนี้ไว้เป็นที่พักอาศัยให้แก่พนักงาน

          สำหรับด้านการลงทุน ทำเลรัชดา ภิเษกนับว่ามีศักยภาพมาก โดยมีผลตอบ แทนค่าเช่าอยู่ที่ 5-6% และราคาคอนโดฯ ก็สูงขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 9% ต่อปี จากราคา เฉลี่ย 86,900 บาท/ตร.ม. ในปี 2556 เป็น 116,000 บาท/ตร.ม. บาทในปี 2561 โดยคอนโดฯ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ คอนโดฯ ประเภท 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 21-45 ตร.ม. ระดับราคาประมาณ 3-5 ล้านบาท ทั้งนี้ คาดว่าอนาคตทำเลรัชดาภิเษกจะมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากเปิดให้บริการ รถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ในปี 2563 และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ที่จะเปิดให้บริการปี 2564 และคาดว่า ราคาที่ดินจะสูงขึ้นตามอัตราการเติบโตของทำเล โดยมีราคาที่ดินขึ้นเฉลี่ย 10-15% ต่อปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 400,000 - 700,000 บาท/ตร.ว.

          "เมเจอร์ ดีเวลอปเม้นท์ เล็งเห็นศักยภาพทำเลรัชดาภิเษก จึงได้เปิดคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ "มาเอสโตร 19 รัชดา19-วิภา" โครงการขนาดใหญ่ที่สุดของแบรนด์ มาเอสโตร เรสซิเดนซ์ ทำเลใจกลางรัชดา ใกล้ MRT  รัชดาภิเษก กับห้อง 2 สไตล์ ภายใต้คอนเซปต์ "Industrial Elegance" แบบ 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 29 ตร.ม. และ 35 ตร.ม. ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์เรียบหรู พร้อม ฟังก์ชั่นห้องที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลายตามการใช้งานจริง ราคาเริ่มต้นที่ 2.8 ล้านบาท" นางสาวเพชรลดา กล่าว

          โครงการ "มาเอสโตร 19 รัชดา19-วิภา" เป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ใจกลางเมืองที่ให้ความรู้สึกเสมือนอยู่บ้าน ประกอบด้วยอาคารพักอาศัยทั้งหมด 4 อาคาร จำนวนทั้งสิ้น 560 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,700 ล้านบาท  บนเนื้อที่ขนาดใหญ่กว่า 5 ไร่ ในซอยรัชดาภิเษก 19 หรือ ซอยวิภาวดี 16 ออกแบบผสมผสานระหว่างโครงเหล็กและหินอ่อนลายเฉพาะและสิ่งอำนวยความสะดวกครบ อาทิ  คลับเฮาส์ที่ประกอบด้วย ล็อบบี้กลาง (Main Lobby), พื้นที่สร้างสรรค์งาน (Co-working Space), ห้องสมุด, ฟิตเนส, ลานโยคะ(Yoga Terrace Area), ห้องสตีมและ เซาน่า รวมถึงมีสระว่ายน้ำที่ยาว 25 เมตร ลานบาร์บีคิวบนดาดฟ้าอาคารพักอาศัยทั้ง 4 อาคาร ทางวิ่งออกกำลัง (Jogging Track) และพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ พร้อมที่นั่งพักผ่อนตามจุดต่างๆ (Retreat Garden และ Courtyard) นอกจากนี้ ยังเป็น Pet-Friendly Residences คอนโดฯ เลี้ยงสัตว์ได้ โดยมีพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงภายนอกอาคารอีกด้วย
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ
15 ตุลาคม 2562
ตลาดบ้านพักตากอากาศฟื้น ซีบีอาร์อี พบต่างชาติแห่ซื้อสูงถึง40%
นางสาวประกายเพชร มีชูสาร ผู้อำนวยการแผนกซื้อขายบ้านพักตากอากาศ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการสำรวจตลาดบ้านพัก ตากอากาศโดยซีบีอาร์อี บริษัท ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ พบว่า ตลาดบ้านพักตากอากาศเริ่มกลับมาได้รับความนิยมจากนักลงทุนอีกครั้ง โครงการบ้านพักตากอากาศชั้นนำหลายแห่งมียอดขายเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากความต้องการโครงการระดับคุณภาพที่สะสมมานานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดที่พักอาศัยที่มีราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท จะมีสัดส่วนผู้ซื้อเป็นชาวต่างชาติสูงถึงกว่า 40%