Loading

มั่นคง เจาะเทรนด์สุขภาพ โครงการใหม่บาลานซ์รายได้

วันที่ : 2 กรกฎาคม 2562
น.ส.ดุษฎี ตันเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือเอ็มเค เปิดเผยว่า ธนาคารดำเนินธุรกิจตามแผนงานที่วางไว้ในระยะ 5 ปี (2560-2564) โดยจะมีการสร้างสมดุลการรับรู้รายได้ ตั้งเป้าหมาย ที่จะมีรายได้จากอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย 50%
           น.ส.ดุษฎี ตันเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือเอ็มเค เปิดเผยว่า ธนาคารดำเนินธุรกิจตามแผนงานที่วางไว้ในระยะ 5 ปี (2560-2564) โดยจะมีการสร้างสมดุลการรับรู้รายได้ ตั้งเป้าหมาย ที่จะมีรายได้จากอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย 50% และอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าและบริการ 50% จากปัจจุบันที่สัดส่วนอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายอยู่ที่ราว 90% ทั้งนี้ บริษัทได้มีการรีเฟรชแบรนด์ใหม่เน้นภายใต้แนวคิดการใช้ชีวิตในแบบสุขภาวะที่ดี (เวลบีอิง) ซึ่งในปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งที่กำลังได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเจนวายที่เป็น กลุ่มฐานลูกค้าใหญ่

          น.ส.ดุษฎีกล่าวว่า สำหรับแผนธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี จะเปิดโครงการใหม่มูลค่ารวม 7,650 ล้านบาท เป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย 4 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 4,650 ล้านบาท เป็นทาวน์โฮม 3 โครงการ และบ้านแฝด 1 โครงการ และช่วงปลายปี จะมีการลงทุนธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพเพื่อสร้างรายได้ประจำร่วมกับพันธมิตรอีก 2 ราย มูลค่าราว 3,000 ล้านบาท

          นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ศูนย์ได้ทำรายงานสรุปผลการสำรวจอุปทานและอุปสงค์ของโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในช่วงครึ่งหลังปี 2561 ภาคใต้ คือ จ.ภูเก็ต ภาคตะวันตก ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี พบว่าโครงการที่อยู่อาศัยมียอดขายดีโดยเฉพาะทำเลพื้นที่ท่องเที่ยว
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ
15 ตุลาคม 2562
ตลาดบ้านพักตากอากาศฟื้น ซีบีอาร์อี พบต่างชาติแห่ซื้อสูงถึง40%
นางสาวประกายเพชร มีชูสาร ผู้อำนวยการแผนกซื้อขายบ้านพักตากอากาศ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการสำรวจตลาดบ้านพัก ตากอากาศโดยซีบีอาร์อี บริษัท ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ พบว่า ตลาดบ้านพักตากอากาศเริ่มกลับมาได้รับความนิยมจากนักลงทุนอีกครั้ง โครงการบ้านพักตากอากาศชั้นนำหลายแห่งมียอดขายเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากความต้องการโครงการระดับคุณภาพที่สะสมมานานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดที่พักอาศัยที่มีราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท จะมีสัดส่วนผู้ซื้อเป็นชาวต่างชาติสูงถึงกว่า 40%