Loading

'แค๊ปสโตนฯ'ลุยโรงแรม-มิกซ์ยูส

วันที่ : 17 สิงหาคม 2562
แค๊ปสโตน แอสเสท พลิกโมเดลลดเสี่ยงอสังหาริมทรัพย์ขาลง หันซื้อโรงแรม-รีสอร์ทมือสอง ภูเก็ต -สมุย รีโนเวทจับกลุ่มนักท่องเที่ยวไฮเอนด์ เล็งผุดโครงการมิกซ์ยูส "นอนซีบีดี" ติดรถไฟฟ้าจับกลุ่มคนรุ่นใหม่
          รุกเจาะลักชัวรี เรียลดีมานด์ กระจายเสี่ยงตลาด อสังหาฯขาลง

          แค๊ปสโตน แอสเสท พลิกโมเดลลดเสี่ยงอสังหาริมทรัพย์ขาลง หันซื้อโรงแรม-รีสอร์ทมือสอง ภูเก็ต -สมุย รีโนเวทจับกลุ่มนักท่องเที่ยวไฮเอนด์ เล็งผุดโครงการมิกซ์ยูส "นอนซีบีดี" ติดรถไฟฟ้าจับกลุ่มคนรุ่นใหม่

          นายฐิติวัฒน์ คูวิจิตรสุวรรณ กรรมการบริหาร บริษัท แค๊ปสโตน แอสเสท จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปีนี้ความต้องการ ค่อนข้างชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ประกอบกับราคาดินราคาแพงและ หายาก บริษัทจึงหันมาโฟกัสตลาดลักชัวรี ที่มีความต้องการที่แท้จริง (เรียลดีมานด์) ทั้งที่อยู่จริงและซื้อเพื่อลงทุน

          โดยร่วมทุนกับบริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด(มหาชน)พัฒนาโครงการ "ต้นสน วัน เรสซิเดนซ์" เป็นคอนโดระดับซูปอร์ลักชัวรี สูง29 ชั้น จำนวน 80 ยูนิต มูลค่า 2,900 ล้านบาท พบว่า 2 ที่ผ่านมา (มิ.ย.-ก.ค.) มียอดขาย 80% คิดเป็นมูลค่า 2,100 ล้านบาท คาดว่าต้นปี 2563 จะสามารถปิดโครงการได้

          ส่วนแผนการทำตลาดครึ่งปีหลัง ของปีนี้ จะให้ความสำคัญกับการซื้อโรงแรม และรีสอร์ทมือสอง ในจ.ภูเก็ตและเกาะสมุย มูลค่าต่อโครงการ 1,000ล้านบาทที่มีขนาด 100-150 ห้อง มารีโนเวทให้เป็นโรงแรม 5 ดาวและบูติกรีสอร์ทเพื่อจับกลุ่มลูกค้า ต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง เพราะนักท่องเที่ยว ต่างชาติยังมองเมืองไทยเป็นพรีเมียร์ รีสอร์ท เดสทิเนชั่น ระดับเอเซีย เป็นรองเฉพาะญี่ปุ่นโดยจะหาพันธมิตรที่สนใจ เข้ามาร่วมลงทุน

          "แม้ว่า 2-3ปีที่ผ่านมาตลาดท่องเที่ยวภูเก็ตและสมุยจะไม่ดีแต่เชื่อว่าในปีหน้า จะดี ประเมินว่าตลาดยังไปได้ ไม่ใช่ทุกโรงแรมจะแย่หมดส่วนใหญ่จะเป็นแมสมาร์เก็ต แต่ในกลุ่มลักชัวรี ยังไปต่อได้ ในฐานะที่เป็นกลุ่มนักพัฒนารุ่นใหม่จึงให้ความสำคัญกับคุณภาพและโปรดักท์ที่น่าสนใจ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นที่อยู่อาศัย เท่านั้น แต่จะเน้นการพัฒนาโครงการ โปรดักท์ที่เหมาะกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง"

          นายฐิติวัฒน์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันอาคารสำนักงานในพื้นที่รอบนอก ใจกลางเมือง ที่ใกล้กับรถไฟฟ้าทำให้ เดินทางสะดวกใกล้รถไฟฟ้ามีศักยภาพมาก เพราะปริมาณ(ซัพพลาย)น้อย ขณะที่อาคารสำนักงานเกรดA ในพื้นที่ใจกลางเมืองราคาสูงขึ้น ในขณะที่ไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิตและการทำงานของคนยุคนี้เปลี่ยนไป ไม่ได้ต้องการความหรูหราอลังการของอาคารสำนักงาน แต่เน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นสำคัญ รวมถึง จึงเชื่อว่าบริษัทจะสามารถพัฒนาอาคารสำนักงานที่นำเสนอรูปแบบของพื้นที่ทำงานใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่

          ดังนั้นทิศทางการลงทุนของบริษัทใน ปี 2563 จะมุ่งเน้นพัฒนาโครงการใน รูปแบบมิกซ์ยูส ปีละ 1-2 โครงการมูลค่า 2,000 ล้านบาทต่อโครงการ เนื่องจากมองว่าหากพัฒนาในรูปแบบของ ที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียวจะเสี่ยงสูง แต่หากพัฒนาในรูปแบบของที่อยู่อาศัยและอาคารสำนักงานเกรดบี หรือโรงแรม ในพื้นที่รอบนอกใจกลางเมือง (Non CBD)ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า อาทิ ทำเลอารีย์ สนามเป้า พหลโยธิน รัชดาภิเษก พระราม9 ลาดพร้าวฯลฯ จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการเพราะสามารถขยายฐาน ผู้ใช้บริการได้กว้างขึ้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจาซื้อที่ดินจึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ในปี2563

          ทั้งนี้ บริษัท แค๊ปสโตน แอสเสท จำกัด ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อต้นปี 2562 โดยฐิติวัฒน์ ถือหุ้นสัดส่วน 50% และกลุ่มครอบครัวยู จากฮ่องกงถือในสัดส่วน50% ในแง่โปรดักท์ จะมีคอนโดมิเนียม โรงแรม และมิกซ์ ยูส จะเป็นรายได้ที่มาจากการลงทุน แต่ ขณะเดียวกันจะมีรายได้ส่วนหนึ่งมาจากการพัฒนาโครงการที่เข้ามาเติม จาก แอคเครทีฟ แคปปิตอล เรียล เอสเตท ซึ่งบริษัทลูกของแค๊ปสโตน

          "โมเดลธุรกิจของเราจะไม่ลงทุน คอนโดทุกปีเหมือนดีเวลลอปเปอร์ รายอื่น แต่จะสร้างรายได้ประจำสม่ำเสมอ (Recurring Income) จากโครงการมิกซ์ ยูสและ โรงแรมให้เป็นรายได้หลัก ส่วน ตัวคอนโด ถ้ามีจะเข้ามาช่วยบูทกำไรเป็นปีๆไป แทนที่กดดันตัวเองว่าทำโครงการทุกปีเพราะแนวโน้มการหาที่ดินยากขึ้นจึงต้องเลือกที่ทำโครงการที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมเท่านั้น"
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ