Loading

ธอส.หวั่นดอกกู้ต่ำกดดันกำไรขอเจรจาคลัง-สคร.ผ่อนปรนแผนงาน

วันที่ : 20 สิงหาคม 2562
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้าจะเข้าหารือ กับกระทรวงการคลัง ถึงอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อที่อยู่อาศัยตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนของ ธอส. วงเงิน 27,000 ล้านบาท
          นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้าจะเข้าหารือ กับกระทรวงการคลัง ถึงอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อที่อยู่อาศัยตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนของ ธอส. วงเงิน 27,000 ล้านบาท ซึ่งจะใช้เงินจากการระดมทุนจากสลากออมทรัพย์ ธอส.รุ่นที่ 1 ชุดวิมานเมฆ วงเงิน 27,000 ล้านบาท เบื้องต้น มีเงื่อนไขกู้บ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ไม่จำกัดรายได้ผู้กู้ ส่วนอัตราดอกเบี้ยขณะนี้สามารถลดเหลือ 3% ได้ทันที แต่ยังมีช่วงที่ปรับลดลงได้เหลือ 2.5-2.75% ซึ่งจะต้องเจรจากับกระทรวงการคลังถึงความเหมาะสมของอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง

          เบื้องต้นคิดอัตราดอกเบี้ย 3% ได้ทันที ไม่มีผลกระทบอะไรกับแบงก์ แต่หากต้องการให้คิด 2.5 -2.75% ธอส.จะต้องเจรจากับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และกระทรวงการคลัง เพื่อผ่อนปรน เรื่องผลการดำเนินงานตามแผนที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้ เพราะหากลดเหลือ 2.5-2.75% จะทำให้กระทบกับกำไรของปีนี้ที่ตั้งกันไว้ที่ 13,000 ล้านบาทได้" นายฉัตรชัย กล่าว

          ส่วนผลการดำเนินงาน ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม-มิถุนายน 2562) ปล่อยสินเชื่อได้ 90,000 ล้านบาท ล่าสุด เดือนกรกฎาคม 2562 ปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 17,000 ล้านบาท มั่นใจว่าทั้งปีจะทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 203,000 ล้านบาท โดยเฉลี่ยทุกเดือนหลังจากนี้ จะต้องปล่อยสินเชื่อได้ไม่ต่ำกว่า 18,000 ล้านบาท

          ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปัจจุบันอยู่ที่ 4.86% ของสินเชื่อรวม ซึ่งสูงกว่าสิ้นปี 2561 ที่อยู่ที่ 4.17% เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ธอส.มีแผนจะขาย NPL ออก 12,000 ล้านบาท จะทำให้ NPL ในปีนี้ ลดลงเหลือ 4.26% แม้จะสูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ว่าจะให้เหลือ 4% แต่ระดับดังกล่าวก็อยู่ในระดับเดียวกับระบบสถาบันการเงิน ซึ่งสะท้อนว่าธอส.บริหารจัดการหนี้เสียได้ดี

          สำหรับการปล่อยสินเชื่อตามโครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 1 นั้นปล่อยไปได้แล้ว 7,000 ล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ 800-900 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันวงเงิน ในระยะที่ 1 ที่วางกรอบไว้ 50,000 ล้านบาท ยังเหลือ จึงจะขอหารือกับกระทรวงการคลัง ถึงนโยบายดังกล่าวว่า จะมีโครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2 ต่อไปหรือไม่ หากจะมีในระยะที่ 2 อาจต้องปรับหลักเกณฑ์เพื่อ ให้ง่ายต่อการขอสินเชื่อ
 
ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ