Loading

คอนโด หั่นราคาขาย30% เร่งโละสต็อก6.2แสนล้าน

วันที่ : 24 กุมภาพันธ์ 2563
อสังหาฯหืดจับ "คอลลิเออร์สฯ"เผยซัพพลายเหลือขาย สิ้นปี 2562 มูลค่ารวมกว่า 6 แสนล้าน รอระบาย ไตรมาส 1 เปิดโครงการใหม่วูบหนัก น้อยสุดรอบ 10 ปี "นักอสังหาฯ"เบรกขึ้นโครงการ เหมาขายยกตึก บางรายลดราคากว่า30% บางรายส่อขาดสภาพคล่อง
        อสังหาฯหืดจับ "คอลลิเออร์สฯ"เผยซัพพลายเหลือขาย สิ้นปี 2562 มูลค่ารวมกว่า 6 แสนล้าน รอระบาย ไตรมาส 1 เปิดโครงการใหม่วูบหนัก น้อยสุดรอบ 10 ปี "นักอสังหาฯ"เบรกขึ้นโครงการ เหมาขายยกตึก บางรายลดราคากว่า30% บางรายส่อขาดสภาพคล่อง
        ปัจจัยลบในปี2562 ยังคงก้าวข้ามมา กระทบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2563 ไม่ว่าจะเป็นมาตรการควบคุมการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย(แอลทีวี) ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) แม้ภายหลังจะผ่อนหลักเกณฑ์ลงแต่ก็ยังไม่ทำให้ธุรกิจอสังหาฯฟื้นอย่างมีนัยยะสำคัญ  เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังคงชะลอตัว กดดันกำลังซื้อสินค้าที่มีราคาแพงอย่างที่อยู่อาศัย
        อีกตัวแปรแทรกสำคัญที่กระทบตลาดอสังหาฯและเกือบทุกธุรกิจในปี 2563 คือการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ  "โควิด-19" จากประเทศจีน ฉุดกำลังซื้อคนจีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อหลักในตลาดคอนโดมิเนียมในไทยทั้งผู้ซื้อใหม่ชะลอซื้อ และผู้ซื้อเดิมที่ส่อจะเกิดภาวะชะลอโอนกรรมสิทธิ์ ดังนั้นในปี 2563 จึงเป็นปีที่ท้าทายสำหรับภาคอสังหาฯ ในการเผชิญกับ ปัจจัยลบต่างๆ ที่มาจากทุกทิศทุกทาง เรียกว่า 'เพอร์เฟ็กต์ สตอร์ม' ซีชั่น 2
นายภัทรชัย ทวีวงศ์ รองผู้อำนวยการ แผนกวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด ประเมินว่า ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2563 ผู้ประกอบการอสังหาฯส่วนใหญ่ยังคงชะลอตัวเปิดขายโครงการใหม่ เน้นนำโครงการเก่าที่เหลือขายก่อสร้างแล้วเสร็จมาลดราคา ซึ่งบางรายลดราคามากกว่า 30% เพื่อระบายสต็อกคงค้าง
โดยข้อมูลจากแผนกวิจัย คอลลิเออร์สฯ พบว่า สิ้นปี 2562 มีซัพพลายเหลือขายบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ มูลค่าโครงการรวมกัน 629,766 ล้านบาท รวม 85,247 ยูนิต แบ่งเป็น บ้านจัดสรร 24,353 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 160,385 ล้านบาท และคอนโด 60,894 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 469,381 ล้านบาท
        นอกจากนี้ ผู้ประกอบการบางราย ยังปรับรูปแบบโครงการใหม่ลดสเปก เพื่อลดราคาลงจากที่เคยขาย ให้โครงการสามารถแข่งขันได้ หรือ บางรายเลือกที่จะเสนอขายโครงการที่อยู่ระหว่างการขายและการพัฒนาให้ผู้ประกอบการรายใหม่ นำไปพัฒนาต่อไป หรือบางรายเสนอขายยกชั้นหรือยกตึกให้กับกลุ่มนักลงทุน ทั้ง ผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ
        ผุดโครงการใหม่น้อยสุดรอบ10ปี
        ข้อมูลของแผนกวิจัย คอลลิเออร์สฯ ยังประเมินว่า คอนโด เปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ ช่วงไตรมาสแรกในปี 2563 จะมีเพียง13 โครงการ 4,561 ยูนิต มูลค่าการลงทุนรวม 16,900 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าถึง 10,228 ยูนิต หรือคิดเป็น 69.2% และลดลงจากช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีก่อน 4,392 ยูนิต คิดเป็น 49.1% ซึ่งพบว่ามูลค่าการลงทุนอาจลดลง 28,530 ล้านบาทเมื่อเทียบกับในช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า
"ปีนี้ถ้าดูย้อนหลังในรอบ 10 ปี เฉพาะในช่วงไตรมาส 1 ตัวเลขการเปิดตัวโครงการใหม่น้อยสุดในรอบ 10 ปี เนื่องจากต้องการ ระบายสต็อก คงค้าง และมองว่าสถานการณ์ตอนนี้ ไม่ใช่เวลาเหมาะสมที่จะเปิดตัวโครงการใหม่"
"แอลพีเอ็น"จัดห้องชุดพร้อมผู้เช่า
        สอดคล้องกับแนวทางการปรับตัวของผู้ประกอบการอสังหาฯ ใน ปี 2563 ที่มีการปรับกลยุทธ์การตลาดครั้งใหญ่
        นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ยอมรับว่า ปี 2563 บริษัทจะชะลอพัฒนาคอนโด หันไปรุกตลาดโครงการแนวราบ พร้อม ระบายสต็อกคอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่ของบริษัทซึ่งมีมูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท ไปพร้อมๆ กัน
        "ตอนนี้เรามีสต็อกคอนโดพร้อมอยู่ 1 หมื่นล้านบาท เป็นส่วนที่จะได้รับเงินสดเข้ามาเต็มหากขายได้หมด โดยการขายจะมีทั้งการ ลดราคา จัดพอร์ตคอนโดพร้อมผู้เช่าเพื่อตัดขายเป็นล็อตให้แก่ผู้ที่สนใจซื้อลงทุนโดยรับผลตอบแทน 5-6% โดยเฉพาะกองทุนส่วนบุคคลทั้งไทย และสิงคโปร์รวมถึงกลุ่มลูกค้า เงินฝากสูงที่ต้องการบริหารความมั่งคั่ง ในภาวะที่การลงทุนในพันธบัตรให้ผลตอบแทนต่ำเพียง 2%"
        "พฤกษา"ลดขนาด-ชูแนวราบ
        นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มพฤกษา-แวลู บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปี 2563 จะเน้นพัฒนาโครงการแนวราบตั้งแต่ระดับราคา 5-15 ล้านบาท เจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บน ควบคู่กับการพัฒนาโครงการคอนโดระดับกลางโดยเน้นการพัฒนาโครงการที่มีขนาดเล็กลงไม่เกิน 300 ยูนิต กระจายทำเลให้ครอบคลุมทุกมุมเมือง เน้นโครงการคอนโดระดับราคาระหว่าง 1-1.5 แสนบาทต่อตร.ม. ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังมีกำลังซื้อสูง เพื่อให้สามารถปิดการขายและโอนในระหว่างปีได้ ส่วนโครงการแนวราบจับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ 50,000-1 แสนบาทต่อเดือน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสามารถในการซื้อบ้านระดับราคา 5-10 ล้านบาท โดยในปี 2563 จะต้องระมัดระวังบริการจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ
        "อนันดา"โละสต็อก38โครงการ
        นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เกิดจากปัจจัยลบตั้งแต่ ต้นปีมาจนถึงวันนี้ทำให้บริษัทต้อง ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากเดิมลุยเปิดโครงการ แต่ในปี 2563 จะชะลอเปิดโครงการใหม่ โดยวางแผนจะเปิดโครงการ ไอดีโอ พหลฯ-สะพานควาย เป็นโครงการที่มีการปรับเปลี่ยนจากโครงการไอดีโอ คิว พหลฯ-สะพานควาย เดิม ในราคาเริ่มต้น 139,000 บาท/ตรม. ในเดือนเม.ย.นี้ ก่อน 1 โครงการ ส่วนที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาอีก 7 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 28,600 ล้านบาท นั้นหากสถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้นจึงจะเปิดโครงการเพิ่ม
        "ไตรมาสแรกเหมือนขับรถกระจกมัวมองอะไรไม่เห็นต้องรอให้พายุฝนผ่านไปก่อนค่อยเร่งเครื่อง ดังนั้นช่วงนี้จะนำสินค้าพร้อมขาย ในมือทั้งหมด ที่มีอยู่เฉพาะที่สร้างเสร็จพร้อมโอน มีจำนวน 38 โครงการมูลค่า 20,000 ล้านบาท มาจากคอนโด 30 โครงการจำนวน 2,700 ยูนิต มูลค่า 18,000 ล้านบาท ที่เหลือ 2,000 ล้านบาทเป็นแนวราบ"
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ