REIC เปิดภาพตลาดที่อยู่อาศัยภาคกลาง–ภาคตะวันตก ครึ่งแรกปี 2569 ภาคกลางดีมานด์นิคมฯ หนุนยอดขายพุ่ง 108.4% ภาคตะวันตกอัตราดูดซับชะลอตัว
วันที่ : 7 ตุลาคม 2569
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) รายงานสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่ภาคกลาง 2 จังหวัด (พระนครศรีอยุธยาและสระบุรี) และภาคตะวันตก 2 จังหวัด (ประจวบคีรีขันธ์และเพชรบุรี)ครึ่งแรกปี 2569 (H1/2569) พบว่าพื้นที่ภาคกลางได้รับอานิสงส์อย่างมากจากการขยายตัวของภาคการผลิตและแรงงานในนิคมอุตสาหกรรม ส่งผลให้หน่วยขายได้ใหม่ พุ่งขึ้นถึง 108.4% YoY สวนทางกับ ตลาดที่อยู่อาศัยในภาคตะวันตก ที่พึ่งพากลุ่มผู้ซื้อบ้านพักตากอากาศและนักลงทุน ซึ่งเผชิญภาวะชะลอตัว โดยยอดขายได้ใหม่ปรับลดลงถึง 25% YoY แต่ยังมีโอกาสเติบโตจากโครงสร้างพื้นฐานใหม่
ดร.มานะ นิมิตรวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่ ภาคกลางและภาคตะวันตกกำลังเข้าสู่ช่วงแห่งการเปลี่ยนผ่านและวางรากฐานการเติบโตรอบใหม่ในทิศทางบวก โดยได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ควบคู่กับการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง (New Economy) ส่งผลให้โครงสร้างอุปสงค์ในพื้นที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตลาดท้องถิ่นเดิมอีกต่อไป แต่กำลังยกระดับสู่การเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์รองรับการขยายตัวของเมืองหลวงและการลงทุนระดับประเทศโดยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและสระบุรี การเติบโตไม่ได้ขับเคลื่อนเพียงกลุ่มแรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป แต่ได้รับปัจจัยบวกโดยตรงจากนโยบายกระจายฐานการผลิตระดับโลก และยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ทำให้เกิดการจ้างงานบุคลากรทักษะสูง วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างชาติเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงจะมีการเปิดให้บริการส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข รังสิต–บางปะอิน (M5) และรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ช่วงกรุงเทพฯ–นครราชสีมา (ระยะที่ 1) จะพลิกโฉมจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจากเมืองอุตสาหกรรมชานเมือง สู่การเป็น "Bangkok Neighbor" ที่สามารถเดินทางเชื่อมต่อไป–กลับกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวกรวดเร็วและควบคุมเวลาได้แน่นอน ผลักดันให้เกิดอุปสงค์ที่อยู่อาศัยคุณภาพสูง ทั้งบ้านจัดสรรขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์คนทำงานกรุงเทพฯ และคอนโดมิเนียมเพื่อเช่าพักอาศัยของกลุ่มวิศวกรและผู้บริหาร
ขณะที่ พื้นที่ภาคตะวันตก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และเพชรบุรี แม้ตัวเลขยอดขายในครึ่งแรกของปี 2569 จะส่งสัญญาณชะลอตัวจากการปรับฐานอุปทาน แต่ในเชิงโครงสร้างพื้นฐานถือเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสการเติบโตระลอกใหม่ จากการเปิดทดลองให้บริการมอเตอร์เวย์ M82 (ช่วงบางขุนเทียน–เอกชัย–บ้านแพ้ว) และความพร้อมของรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงนครปฐม–หัวหิน–ชุมพร ซึ่งช่วยปลดล็อกปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนพระราม 2 และลดระยะเวลาการเดินทางสู่เมืองท่องเที่ยวชายทะเลฝั่งตะวันตกลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ทำเลชะอำ–หัวหิน ยังคงมีศักยภาพโดดเด่นในการดึงดูดกลุ่มผู้ซื้อบ้านหลังที่สองของกลุ่มผู้เกษียณอายุทั้งชาวไทยและต่างชาติ ตลอดจนกลุ่มพำนักระยะยาว (Long-Stay) ซึ่งการชะลอเปิดตัวโครงการใหม่และการเร่งระบายสต็อกของผู้ประกอบการในปัจจุบัน จะช่วยให้ตลาดปรับสมดุลอุปทานส่วนเกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อพร้อมรองรับการฟื้นตัวของกำลังซื้อคุณภาพสูงที่จะหลั่งไหลเข้ามาตามโครงข่ายคมนาคมที่สมบูรณ์แบบในระยะข้างหน้า...
ดร.มานะ นิมิตรวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่ ภาคกลางและภาคตะวันตกกำลังเข้าสู่ช่วงแห่งการเปลี่ยนผ่านและวางรากฐานการเติบโตรอบใหม่ในทิศทางบวก โดยได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ควบคู่กับการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง (New Economy) ส่งผลให้โครงสร้างอุปสงค์ในพื้นที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตลาดท้องถิ่นเดิมอีกต่อไป แต่กำลังยกระดับสู่การเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์รองรับการขยายตัวของเมืองหลวงและการลงทุนระดับประเทศโดยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและสระบุรี การเติบโตไม่ได้ขับเคลื่อนเพียงกลุ่มแรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป แต่ได้รับปัจจัยบวกโดยตรงจากนโยบายกระจายฐานการผลิตระดับโลก และยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ทำให้เกิดการจ้างงานบุคลากรทักษะสูง วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างชาติเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงจะมีการเปิดให้บริการส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข รังสิต–บางปะอิน (M5) และรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ช่วงกรุงเทพฯ–นครราชสีมา (ระยะที่ 1) จะพลิกโฉมจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจากเมืองอุตสาหกรรมชานเมือง สู่การเป็น "Bangkok Neighbor" ที่สามารถเดินทางเชื่อมต่อไป–กลับกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวกรวดเร็วและควบคุมเวลาได้แน่นอน ผลักดันให้เกิดอุปสงค์ที่อยู่อาศัยคุณภาพสูง ทั้งบ้านจัดสรรขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์คนทำงานกรุงเทพฯ และคอนโดมิเนียมเพื่อเช่าพักอาศัยของกลุ่มวิศวกรและผู้บริหาร
ขณะที่ พื้นที่ภาคตะวันตก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และเพชรบุรี แม้ตัวเลขยอดขายในครึ่งแรกของปี 2569 จะส่งสัญญาณชะลอตัวจากการปรับฐานอุปทาน แต่ในเชิงโครงสร้างพื้นฐานถือเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสการเติบโตระลอกใหม่ จากการเปิดทดลองให้บริการมอเตอร์เวย์ M82 (ช่วงบางขุนเทียน–เอกชัย–บ้านแพ้ว) และความพร้อมของรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงนครปฐม–หัวหิน–ชุมพร ซึ่งช่วยปลดล็อกปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนพระราม 2 และลดระยะเวลาการเดินทางสู่เมืองท่องเที่ยวชายทะเลฝั่งตะวันตกลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ทำเลชะอำ–หัวหิน ยังคงมีศักยภาพโดดเด่นในการดึงดูดกลุ่มผู้ซื้อบ้านหลังที่สองของกลุ่มผู้เกษียณอายุทั้งชาวไทยและต่างชาติ ตลอดจนกลุ่มพำนักระยะยาว (Long-Stay) ซึ่งการชะลอเปิดตัวโครงการใหม่และการเร่งระบายสต็อกของผู้ประกอบการในปัจจุบัน จะช่วยให้ตลาดปรับสมดุลอุปทานส่วนเกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อพร้อมรองรับการฟื้นตัวของกำลังซื้อคุณภาพสูงที่จะหลั่งไหลเข้ามาตามโครงข่ายคมนาคมที่สมบูรณ์แบบในระยะข้างหน้า...
สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่
PRESS RELEASE อื่นๆ
