Loading

จี้รัฐแก้ปัญหาคนกู้บ้านไม่ผ่าน

วันที่ : 24 ตุลาคม 2562
นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า การที่ ครม. เห็นชอบให้มีมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ด้วยการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลืออย่างละ 0.01% รวมถึงออกสินเชื่อดอกเบี้ย 2.5% คงที่ 3 ปี อีก 50,000 ล้านบาท
          แนะเช็กเครดิตบูโรเหลือแค่1ปี ชี้มาตรการอสังฯช่วยปีหน้าฟื้น

          นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า การที่ ครม. เห็นชอบให้มีมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ด้วยการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลืออย่างละ 0.01% รวมถึงออกสินเชื่อดอกเบี้ย 2.5% คงที่ 3 ปี อีก 50,000 ล้านบาท ถือเป็นมาตรการที่ตอบโจทย์ได้เพราะปัจจุบันที่อยู่อาศัยทาวน์เฮาส์ บ้านแฝด คอนโดมิเนียมที่มีราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ถือเป็นกลุ่มใหญ่ที่เหลือค้างสต๊อกในตลาดมากถึง 50% ของที่อยู่อาศัยทั้งหมดในระบบ อีกทั้งยังช่วยให้คนที่อยากมีบ้านแต่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายการโอนซึ่งมีอยู่มากมีภาระลดลง ช่วยให้โอกาสมีบ้านได้ง่ายขึ้น

          สำหรับผลกระทบต่อตลาดอสังหาฯ เชื่อว่าในช่วงระยะสั้นคนจะชะลอการโอนออกไปก่อนเพื่อรอจนกว่ากฎหมายจะมีผลบังคับใช้ขณะที่ฝั่งผู้ประกอบการจะหันมาจัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายมากขึ้นเพื่อต้องการเร่งปิดยอดสิ้นปีนี้ให้ได้ตามเป้าหมายแต่มองว่าภาพรวมตลาดอสังหาฯ ในปีนี้ยังน่าจะติดลบจากปีที่แล้วอยู่ อย่างไรก็ตามในปีหน้าน่าจะเห็นผลดีจากมาตรการต่อตลาดอสังหาฯ ซึ่งเดิมทีคาดว่าปีหน้าอาจติดลบที่ 5% แต่เมื่อมาตรการออกมาแล้วก็น่าจะพลิกกลับมาเป็นบวกได้เล็กน้อย

          อย่างไรก็ดีสิ่งที่ศูนย์อสังหาริมทรัพย์ฯมีความเป็นห่วง คือปัญหาผู้ต้องการซื้อบ้านแต่กู้ไม่ผ่านเนื่องจากธนาคารมีการเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ อีกทั้งยังเจอเกณฑ์ควบคุมอสังหาริมทรัพย์ (แอลทีวี) ของธนาคารแห่งประเทศไทย ดังนั้นจึงอยากให้รัฐช่วยผ่อนปรนเงื่อนไขการปล่อยกู้ เช่น การตรวจดูประวัติหนี้เสียที่สั้นลงเหลือแค่  1 ปี จากเดิมที่ดูย้อนหลังนานหลายปีเพราะมีบางคนที่เคยทำผิดไปมีปัญหาหนี้บัตรเครดิตสินเชื่อส่วนบุคคลแต่เมื่อแก้ปัญหาได้แล้วก็ควรช่วยเหลือให้มากู้บ้านได้

          รายงานข่าวจากบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดแจ้งว่า การที่ ครม. ได้เห็นชอบให้มีมาตรการกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม 2 มาตรการจะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระรายจ่ายในการซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคและเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะช่วยหนุนตลาดในช่วงที่เหลือของปีต่อเนื่องไปยังปีหน้า อย่างไรก็ดีตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อทำให้มองว่ามาตรการนี้จะไม่ได้เปลี่ยนมุมมองที่ระมัดระวังต่อแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยในภาพรวมของปี 62 แต่อาจช่วยให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในปี 62 นี้เพิ่มจาก 121,730 หน่วย (ม.ค.-ส.ค. 62) ขยับไปแตะกรอบบนที่เคยได้ประมาณการไว้เมื่อกลางปีที่ 177,000 หน่วย หรือหดตัวลง 10% จากปี 61

          นายประวิทย์ โชติวัฒนาพันธุ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่ามาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ผ่านการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองสำหรับบ้านในระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท จะช่วยภาคอสังหาริมทรัพย์ได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้นเนื่องจากมีการกำหนดระดับของราคาบ้านเอาไว้ไม่สูงนักแต่หากภาครัฐช่วยผ่อนคลายเกณฑ์ควบคุมอสังหาริมทรัพย์ (แอลทีวี) เพิ่มเติมเชื่อว่าจะช่วยได้ค่อนข้างมาก

          "มาตรการนี้มันก็ช่วยได้แต่ก็เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นเพราะ จริง ๆ แล้ว คนที่ซื้อบ้านเกิน 3 ล้านบาท ยังมีค่อนข้างมากกว่า รัฐจึงน่าจะทำมาตรการออกมาแบบไม่กำหนดราคาบ้านมากกว่าแต่ก็เชื่อ ว่ากลุ่มที่มีสินค้าราคาบ้านไม่เกิน 3 ล้านบาท ก็จะได้อานิสงส์ นอกจากนี้ หากรัฐผ่อนคลายเรื่องมาตรการแอลทีวีจะช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ได้ค่อนข้างมากเนื่องจากมาตรการนี้ทำให้เกิดการชะงักในการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพราะพบว่ามีลูกค้าบางรายไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้หรือกู้ได้ยากขึ้น"