Loading

ตรวจสอบภาษีบ้านและที่ดิน

วันที่ : 14 ธันวาคม 2562
ประชาชนมีเวลาหายใจหลังมหาดไทยเลื่อนเก็บภาษีที่ดินเป็นเดือน ส.ค.63 เหตุต้องการให้ อปท.สำรวจที่ดินให้เสร็จ คลังไม่กังวลกระทบจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล เปิดอัตราภาษีบ้านหลังหลักราคาไม่ถึง 50 ล้านบาท ไม่ต้องเสียส่วนหลังอื่นๆ ราคาบ้านไม่รวมที่ดินไม่ถึง 10 ล้านบาทไม่ต้องเสียเช่นกัน
          มหาดไทยเลื่อนจัดเก็บออกไปอีก 4 เดือน

          ประชาชนมีเวลาหายใจหลังมหาดไทยเลื่อนเก็บภาษีที่ดินเป็นเดือน ส.ค.63 เหตุต้องการให้ อปท.สำรวจที่ดินให้เสร็จ คลังไม่กังวลกระทบจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล เปิดอัตราภาษีบ้านหลังหลักราคาไม่ถึง 50 ล้านบาท ไม่ต้องเสียส่วนหลังอื่นๆ ราคาบ้านไม่รวมที่ดินไม่ถึง 10 ล้านบาทไม่ต้องเสียเช่นกัน

          นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า กรณีกระทรวงมหาดไทยส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เลื่อนการเริ่มจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 ที่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2563 จากเดิมต้องเสียภาษีภายในเดือน เม.ย.2563 เลื่อนออกไป 4 เดือน เป็นเดือน ส.ค.2563 นั้น มีสาเหตุมาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) บางแห่ง ยังสำรวจที่ดินในความรับผิดชอบของตนเองไม่เสร็จ เช่น การสำรวจที่ดินในพื้นที่ตัวเองมีที่ดินทั้งหมดกี่แปลง ใครเป็นเจ้าของบ้าง สิ่งปลูกสร้างบนที่ดินใช้ทำประโยชน์อะไรบ้าง เป็นต้น ทำให้ส่งหนังสือไปยังผู้เสียภาษีให้เข้ามาชี้แจงที่สำนักงานเขตไม่ครบทุกคน ดังนั้น กระทรวงมหาดไทยจึงขยายระยะเวลาออกไปเพื่อให้ อปท.มีระยะเวลาเพิ่มขึ้น

          "กระทรวงมหาดไทยไม่ได้เลื่อนการบังคับใช้ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินออกไป เพียงแต่เลื่อนจัดเก็บภาษีที่ดินเท่านั้น โดย อปท.จะเร่งทำหนังสือแจ้งข้อมูลรายการห้องชุดหรือสิ่งปลูกสร้างที่ต้องเสียภาษีที่ดินให้กับผู้เสียภาษี นำเอกสารมายื่นตรวจสอบภายในเดือน มี.ค.2563 ส่วนผู้ที่ต้องการยื่นอุทธรณ์เรื่องภาษีที่ดินหรือข้อมูลต่างๆ จะต้องยื่นอุทธรณ์หลังจากได้รับหนังสือจาก อปท.ภายใน 30 วัน"

          นอกจากนี้ กฎหมายลำดับรองหรือกฎหมายลูกใน พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 19 ฉบับ ยังมี 10 ฉบับ รอประกาศบังคับใช้ แบ่งเป็นกฎหมายร่วมกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการคลัง 5 ฉบับ ที่รัฐมนตรีทั้งสองกระทรวงจะต้องลงนามด้วยกัน โดยปัจจุบันกฎหมายลูก 4 ฉบับ รมว.คลังลงนามเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างรอ รมว.มหาดไทยลงนาม ส่วนกฎหมายลูกอีก 1 ฉบับ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับพื้นที่เกษตรกรรมว่าต้องทำยังไง และปลูกอะไรบ้าง อยู่ระหว่างรอรัฐมนตรีทั้งสองกระทรวงลงนาม ภายหลังที่ได้ไปทำกระบวนการรับฟังความคิดจากประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง

          ขณะที่กฎหมายลูกอีก 4 ฉบับ เป็นของกระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับแนวปฏิบัติในการจัดเก็บภาษีที่ดิน ซึ่งเป็นกฎกระทรวงเพิ่งผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.2562 และกำลังรอลงนามเพื่อประกาศใช้อยู่ คาดว่าทั้ง 9 ฉบับจะประกาศใช้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้ ส่วนอีกหนึ่งฉบับยังไม่ต้องบังคับใช้ใน 2 ปีนี้ (2563-2564) คือ การกำหนดอัตราภาษีที่ดินระดับเขตของกระทรวงการคลัง เนื่องจากมีการกำหนดอัตราจัดเก็บภาษีในบทเฉพาะกาลแล้ว จะเป็นอัตราภาษีที่ดินใหม่ที่จะนำมาใช้ในอีก 2 ปีข้างหน้า จะประกาศใช้ก่อนปี 2565

          "สศค.มองว่าการเลื่อนเก็บภาษีที่ดินออกไปอีก 4 เดือนไม่กระทบต่อรายได้รัฐบาล โดยปีนี้คาดว่าจะมีรายได้จากภาษีที่ดิน 40,000 ล้านบาท จากเดิมปี 2561 มีรายได้ 30,000 ล้านบาท เพราะแม้จะเลื่อนออกไป 4 เดือน เงินจากการจัดเก็บยังอยู่ในปีงบประมาณ 2563 สามารถบริหารให้เพียงพอกับการใช้เงินของรัฐบาลได้"

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอัตราการจัดเก็บภาษี ประกอบด้วย ที่อยู่อาศัย ในกรณีบ้านหลังหลัก หมายถึง มีชื่อในโฉนดและมีชื่อเป็นเจ้าบ้านในทะเบียนบ้าน จะได้รับการยกเว้นภาษีกรณีมูลค่าบ้านและที่ดินไม่เกิน 50 ล้านบาท ส่วนบ้านหลังอื่นๆ ที่มีชื่อในโฉนด แต่ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน จะได้รับการยกเว้นภาษี กรณีมูลค่าบ้านไม่นับรวมที่ดินไม่เกิน 10 ล้านบาท ส่วนผู้ที่มีคอนโดมิเนียมที่เป็นบ้านหลังอื่นๆ ราคาไม่เกิน 10 ล้านบาทต้องไปแจ้งยืนยันว่าใช้เป็นที่อยู่อาศัย ไม่ได้ปล่อยให้เช่าจึงจะได้รับการยกเว้น แต่ถ้าใช้เพื่อการพาณิชย์จะเสียภาษีอัตรา 0.3%

          ด้านพื้นที่เกษตรกรรมของบุคคลธรรมดาไม่ต้องเสียภาษี 3 ปีแรก ส่วนปีที่ 4 เป็นต้นไป มูลค่าที่ดิน 50 ล้านบาทแรกจะได้รับการยกเว้นจากนั้นที่มูลค่า 51 ล้านบาทขึ้นไปถึง 75 ล้านบาท เสียอัตรา 0.01% มูลค่า 75-100 ล้านบาท อัตรา 0.03% ส่วนที่ดินรกร้างว่างเปล่า มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท เสียอัตรา 0.3% และเพิ่ม 0.3% ทุก 3 ปี แต่อัตราภาษีรวมไม่เกิน 30%