Loading

LALIN มั่นใจรายได้ปีนี้พุ่ง13% ครึ่งปีหลังจ่อเปิด4-6โครงการ

วันที่ : 4 มิถุนายน 2563
ลลิลฯ เตรียมเปิด 4-6 โครงการ พร้อมโชว์เป้ารายได้ โต 13 %
           “ลลิลฯ” คงเป้ารายได้ปีนี้ 5,250 ล้านบาท โต 13% ตุนแบ็กล็อก 700-800 ล้านบาท พร้อมคงเป้ายอดขายทั้งปี 6,200 ล้านบาท เตรียมเปิด 4-6 โครงการ มูลค่ารวม 1,500-2,000 ล้านบาท ในครึ่งหลัง เชื่อตลาดอสังหาฯ ฟื้นตัว

          นายเสรี สินธุอัสว์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการเงินและเลขานุการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้รวมปี 2563 ไว้ที่ 5,250 ล้านบาท เติบโต 13% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 4,640.93 ล้านบาท ซึ่งในช่วงไตรมาส 1/2563 บริษัทมีรายได้รวมแล้ว 1,257.81 ล้านบาท จากการทยอยส่งมอบโครงการอย่างต่อเนื่อง

          โดยล่าสุดบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือมูลค่ารวมประมาณ 700-800 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการแนวราบทั้งหมด จะทยอยรับรู้รายได้ทั้งหมดในช่วงที่เหลือของปี 2563 ขณะเดียวกัน ณ สิ้นไตรมาส 1/2563 บริษัทมีสินค้าที่อยู่ระหว่างการดำเนินการขายและโอนกรรมสิทธิ์ (Inventory) รวมมูลค่า 10,441 ล้านบาท

          ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการรวม จำนวน 59 โครงการ แบ่งเป็น โครงการในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 41 โครงการ และโครงการในเขตต่างจังหวัด จำนวน 18 โครงการ ได้แก่ ในจังหวัดชลบุรี, จังหวัดระยอง, จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งแต่ละโครงการจะมีโครงการพร้อมโอนกรรมสิทธิ์รองรับการขายในช่วงระยะเวลาประมาณ 2 เดือน

          ขณะที่บริษัทยังคงเป้าหมายยอดขาย (Presale) ในปี 2563 ไว้ที่ 6,200 ล้านบาท และยังคงแผนเปิดตัวโครงการใหม่ไว้ที่ 9-11 โครงการ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 5,000-5,500 ล้านบาท ซึ่งในช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมา (มกราคม-พฤษภาคม) บริษัทได้เปิดตัวโครงการใหม่แล้ว จำนวน 5 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 3,500 ล้านบาท ได้แก่ 1.โครงการ LIO Bliss–Rangsit-Bangpoon จำนวน 240 ยูนิต มูลค่าโครงการ 480 ล้านบาท

          2.โครงการ Lalin Town LIO Bliss–Bangna-Teparak จำนวน 466 ยูนิต มูลค่าโครงการ 850 ล้านบาท, 3.โครงการ Lalin Town Lanceo Crib–Bangna-Teparak จำนวน 243 ยูนิต มูลค่าโครงการ 800 ล้านบาท, 4.โครงการ LIO Bliss–Rattanatibeth-Bangyai จำนวน 457 ยูนิต มูลค่าโครงการ 900 ล้านบาท และ 5.โครงการ LIO Bliss–Wongwan Pinklao Rama V จำนวน 283 ยูนิต มูลค่าโครงการ 560 ล้านบาท

          ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 4-6 โครงการ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 1,500-2,000 ล้านบาท จะทยอยเปิดตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งเชื่อว่าภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวดีขึ้น จากการคลี่คลายการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ตาม จากการขยายโครงการในทำเลที่มีความต้องการ และนโยบายการเน้นตลาดกลุ่มเรียลดีมานด์ (Real Demand) เป็นหลัก จึงทำให้ LALIN มียอดขายอย่างต่อเนื่อง

          นอกจากนี้ บริษัทมีการบริหารจัดการฐานะทางการเงินอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2563 บริษัทมีกระแสเงินสดอยู่ที่ระดับ 142 ล้านบาท มีวงเงินสนับสนุนจากสถาบันการเงินที่สามารถเบิกใช้ได้ทันทีอีกว่า 2,700 ล้านบาท และมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ระดับ 0.78 เท่า ต่ำกว่าอุตสาหกรรมที่มี D/E อยู่ที่ระดับ 1.50 เท่า และบริษัทมีการรักษามีอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ที่ระดับ 38-39% และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ระดับ 19.7%
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ