Loading

ตลาดแนวราบคึกคัก รายใหญ่ปรับเพิ่มยอดขาย

วันที่ : 29 กรกฎาคม 2563
คอลลิเออร์ส ชี้ ตลาดเเนวราบขายดี
          คอลลิเออร์ส ที่ปรึกษาอสังหาฯ เผยความเชื่อมั่นดีเวลลอปเปอร์ยังไม่ฟื้น ไม่เสี่ยงพัฒนาคอนโดฯใหม่ แม้ตั้งอยู่ในพื้นที่ใจกลางเมือง ขณะที่ตลาดแนวราบกลับคึกคัก หลายโครงการสามารถปิดการขายได้ 100% ในช่วงครึ่งแรกของปีที่ผ่านมา

          นายภัทรชัย ทวีวงศ์ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา พบผู้ประกอบการหลายราย มีการนำที่ดินที่เคยเตรียมไว้สำหรับการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในอนาคตมาประกาศขายและมีการหยุดการขายและการพัฒนาในบางโครงการลง เนื่องจากยอดขายไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้

          นอกจากนี้ ยังมีโครงการคอนโดมิเนียมอีกกว่า 5 โครงการ รวมมูลค่าการพัฒนากว่า 20,000 ล้านบาท ที่ผู้ประกอบการเลือกที่หยุดการพัฒนาลงในช่วงครึ่งแรกของปีที่ผ่านมา เนื่องจากมองว่าจากสถานการณ์ในปัจจุบันไม่เอื้ออำนวยที่จะพัฒนาโครงการใหม่ ทั้งภาพรวมของเศรษฐกิจที่ถือว่าอยู่ในภาวะชะลอตัวเป็นอย่างมาก รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงแพร่ระบาดหนักในหลายประเทศทั่วโลก ถึงแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยมีท่าทีที่ดีขึ้นก็ตาม

          อย่างไรก็ตาม สำหรับตลาดบ้านจัดสรร กลับเป็นไปด้วยความคึกคัก พบว่า ผู้ประกอบการหลายราย มียอดขายที่สูงขึ้นในแทบทุกระดับราคาและทุกประเภท หลายโครงการสามารถปิดการขาย 100% ในช่วงครึ่งแรกของปีที่ผ่านมา และอีกหลายโครงการสามารถปิดการขายได้สูงกว่าเป้าที่วางไว้ ทั้งยอดการขายและยอดการโอนกรรมสิทธิ์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนาดใหญ่หลายรายมีการปรับเพิ่มยอดขายจากเดิมที่เคยวางไว้ในช่วงต้นปี และยังคงเดินหน้ามองหาที่ดินสำหรับการนำพัฒนาโครงการแนวราบอย่างต่อเนื่องในครึ่งหลังของปี

          สำหรับภาพรวมของตลาดบ้านจัดสรร ณ พื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ สิ้นครึ่งแรกของปี พ.ศ.2563 พบว่า มีอุปทานที่อยู่ระหว่างการขายทั้งหมด 66,447 ยูนิต ด้วยมูลค่าการลงทุนทั้งหมดประมาณ 4.42 แสนล้านบาท ขายไปแล้ว 46,026 ยูนิต หรือคิดเป็น 69.3% โดยเหลือขายประมาณ 20,421 ยูนิต หรือคิดเป็น 30.7% และส่วนใหญ่ผู้ประกอบการนิยมพัฒนาเป็นทาวน์เฮ้าส์ ประมาณ 51% ของตลาด รองลงมาเป็น บ้านเดี่ยวอีกประมาณ 36% และส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 3,000,000-5,000,000 ล้านบาท ประมาณ 27% และรองลงมาคือ ระดับราคา 5,000,000-7,500,000 ล้านบาท ที่ประมาณ 20%
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ