Loading

เลื่อนราคาประเมินที่ดินอีกปี

วันที่ : 5 ตุลาคม 2563
กรมธนารักษ์ เลื่อนราคาประเมินที่ดินอีกปี มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.64-31 ธ.ค.64
          อุ้มชาวบ้าน-ธุรกิจ33ล้านแปลง

          นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ ได้เห็นชอบให้ขยายเวลาการใช้บัญชีราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจำนวน 33 ล้านแปลงทั่วประเทศของปี 63 ต่อไปอีก 1 ปี มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.64-31 ธ.ค.64 เพื่อให้ราคาประเมินสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ และช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายประชาชนในช่วง โควิด ตลอดจนสอดรับกับการใช้ พ.ร.บ.การประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ พ.ศ. 2562 ซึ่งอยู่ระหว่างจัดทำกฎหมายลูกเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ รายละเอียดการประเมินราคาทรัพย์สินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอยู่

          "เดิมกรมฯ ได้จัดทำราคาประเมินที่ดินฯ ใหม่เสร็จไปแล้วก่อนช่วงเกิด โควิด ซึ่งทำให้ราคาที่ดินทั้ง 33 ล้านแปลงทั่วประเทศ ปรับขึ้นเฉลี่ย 8% แต่เนื่องจากในขณะนี้ได้เกิดสถานการณ์ไวรัสโควิดแพร่ระบาด ทำให้ประชาชนและธุรกิจทุกภาคส่วนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ดังนั้นที่ประชุมคณะกรรมการประเมินฯ จึงเห็นชอบให้มีการนำบัญชีราคาประเมินที่ดินปีปัจจุบัน ซึ่งประกาศใช้ตั้งแต่รอบปีบัญชี 59-63 มาใช้ต่อไปอย่างน้อยอีก 1 ปี เพื่อช่วยบรรเทาลดผล กระทบแก่ประชาชน และภาคธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง"

          ทั้งนี้การนำบัญชีราคาประเมินที่ดินเดิมมาใช้ สามารถช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนและภาคธุรกิจได้ เพราะตามกฎหมาย จะมีการใช้ราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ มาเป็นฐานในการประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใน ทุก ๆ ปี ดังนั้นหากราคาประเมินที่ดินไม่ได้ปรับขึ้น ก็ทำให้การคำนวณการเสียภาษีไม่ได้เพิ่มขึ้นจากเดิม นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ให้มีการตัดสินใจโอนซื้อขายที่อยู่อาศัยเพิ่ม เพราะในอนาคตหากราคาประเมินที่ดินสูงขึ้น ก็ทำให้ผู้ซื้อขายที่ดินและบ้าน ต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอน หรือการจดจำนองสูงกว่าเดิม

          นายยุทธนา กล่าวต่อว่า กรมฯ จะมีการประเมินราคาที่ดินรอบบัญชีปี 64-67 อีกครั้งในปีหน้า โดยนำบัญชีเดิมที่มีการประเมินเสร็จไปแล้วเมื่อปี 62 กลับมาทบทวนใหม่ให้สอดคล้องกับภาวะปัจจุบัน และปรับรูปแบบการประเมินจะให้สอดคล้องกับกฎหมายฉบับใหม่ ด้วยการโอนอำนาจให้คณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐประจำจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และธนารักษ์จังหวัดเป็นเลขาธิการ เป็นผู้ประเมินราคาที่ดินภายในจังหวัดของตัวเอง แทนการประเมินจากส่วนกลางที่ทำให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนขึ้น

          อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่า ราคาประเมินที่ดินใหม่จะปรับเพิ่มขึ้น ลดลง หรือเท่าเดิม เพราะต้องประเมินจากหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ทั้งราคาซื้อขายที่ดินในปัจจุบัน  สภาพแปลงที่ดิน ภาวะเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ๆ เช่น ถนน ทางด่วน รถไฟฟ้าใหม่ที่ตัดผ่าน แต่หากปีหน้ามองว่าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น กรมฯ สามารถประกาศใช้บัญชีราคาประเมินที่ดินเดิมต่อไปอีกได้