อสังหาฯ 7เดือนแรกหดตัวแรง
Loading

อสังหาฯ 7เดือนแรกหดตัวแรง

วันที่ : 5 กันยายน 2567
LWS เปิดเผยว่า การเปิดตัวโครงการที่พักอาศัยใหม่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลสะสมช่วง 7 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ค.) ปรับตัวลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า เป็นผลจากการเปิดตัวโครงการบ้านพักอาศัยราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท และอาคารชุดพักอาศัยลดลง
         กู้ไม่ผ่านอื้อฉุดกำลังซื้อชะลอ

         คอนโด-บ้านต่ำ10ล้านดิ่งหนัก

         
อสังหาฯติดหล่มเศรษฐกิจ กำลังซื้อชะลอ กู้แบงก์ไม่ผ่าน 75% ฉุดตลาดกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 7 เดือนแรก หดตัวแรง เปิดใหม่ 204 โครงการ ลดลง 35% มูลค่ากว่า 2.21 แสนล้าน ลดลง 12% ผู้ประกอบการปรับแผน บุกบ้านหรู เร่งระบายสต๊อก

         นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล ดับเบิลยู เอส วิสดอม แอนด์ โซลูชั่นส์ จำกัด หรือ LWS บริษัทวิจัยและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือ บมจ.แอล พี เอ็น ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด เปิดเผยว่า การเปิดตัวโครงการที่พักอาศัยใหม่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลสะสมช่วง 7 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ค.) ปรับตัวลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า เป็นผลจากการเปิดตัวโครงการบ้านพักอาศัยราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท และอาคารชุดพักอาศัยลดลง ถึงแม้มีเปิดตัวบ้านพักอาศัยระดับพรีเมียมมากขึ้นก็ตาม โดยมีเปิดใหม่ 204 โครงการ จำนวน 35,100 หน่วย ลดลง 35% คิดเป็นมูลค่ารวม 221,865 ล้านบาท ลดลง 12% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปี 2566 แบ่งเป็นเปิดตัวใหม่ในอาคารชุดพักอาศัย 36 โครงการ จำนวน 13,868 หน่วย ลดลง 49% มูลค่า 54,330 ล้านบาท ลดลง 28% ส่วนบ้านพักอาศัยราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท มี 105 โครงการ จำนวน 17,148 หน่วย ลดลง 26% มูลค่า 76,042 ล้านบาท ลดลง 19% โดยเปิดตัวสะสมสูงสุดในทำเลสมุทรสาครและขายดีที่สุดในทำเลเพชรเกษม เป็นประเภททาวน์เฮาส์ราคา 2-3 ล้านบาท

         นายประพันธ์ศักดิ์กล่าวว่า ส่วนโครงการบ้านพักอาศัยที่ราคาเกิน 10 ล้านบาท มี 63 โครงการ จำนวน 4,084 หน่วย เพิ่มขึ้น 20% มูลค่า 91,493 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% โดยบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์มีราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยที่ 23 ล้านบาท ลดลง 3% และ 15.7 ล้านบาท ลดลง 27% ทาวน์เฮาส์มีราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยที่ 17.8 ล้านบาท ลดลง 38% แต่มีอัตราการขายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 19% จาก 6% ในปี 2566 โดยทำเลเปิดตัวสะสมและขายดีสูงสุดคือวัชรพล ราคา 10-20 ล้านบาท

         นายประพันธ์ศักดิ์กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงที่กระทบภาคอสังหาฯใน 7 เดือนแรก ยังเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูง หนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 91.4% อัตราเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคมที่เพิ่มขึ้น 0.83% เมื่อเทียบกับปี 2566 ความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย โดยมีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 75% ส่งผลให้มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยครึ่งปีแรก ลดลง 9.4% รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งจะกระทบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจล่าช้าจากเดิม จากปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งบ้านพักอาศัยและอาคารชุด แต่จะเน้นเปิดเฉพาะโครงการบ้านระดับพรีเมียมและเร่งระบายสินค้าคงเหลือให้ เร็วที่สุด

         นายอธิป พีชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ตลาดอสังหาฯครึ่งปีหลัง ปัจจัยเสี่ยงยังอยู่ทั้งเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว รวมถึงสถาบันการเงินยังเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อทั้งผู้ซื้อและผู้พัฒนาโครงการ ขณะที่ต้นทุนโครงการใหม่ มีแนวโน้มสูงขึ้น 3-5% ตามต้นทุนที่ดินและวัสดุก่อสร้าง แต่ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับราคาขายขึ้นได้ เพราะทุกคนยังมีสต๊อกคงเหลืออยู่และเน้นจัดโปรโมชั่นเพื่อเร่งยอดขาย ซึ่งไม่อยากให้เกิดสงครามราคา
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ