ANAN ชี้ลูกค้าต่างชาติหนึ่งทางรอดอสังหาฯแนะรักษาสภาพคล่อง
วันที่ : 29 มิถุนายน 2569
ANAN ชูกลุ่มลูกค้าต่างชาติ หนึ่งในทางรอดฝ่าวิกฤตอสังหาฯ ชงรัฐเร่งขยายสัญญาเช่าเพื่อความยั่งยืน พร้อมแนะเอกชนปรับตัวเน้นรักษาสภาพคล่องและระบายสต๊อกรับความไม่แน่นอน
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN เปิดเผยกับ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ว่า ภาพรวมตลาดในช่วงครึ่งปีหลังยังคงน่าเป็นห่วงเนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน อีกทั้ง ยังมีปัจจัยกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อกลุ่มตลาดระดับกลาง-ล่างอย่างหนัก ในขณะที่ตลาดระดับบนเริ่มชะลอตัว
ขณะที่มาตรการรัฐที่กำลังจะหมดลง มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองจะหมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ซึ่งหากไม่มีการต่ออายุอาจทำให้การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวลงไปอีก นอกจากนี้ การขาดโครงสร้างรองรับชาวต่างชาติ ซึ่งต่างชาติที่อยากมาอยู่ในประเทศไทยยังกังวลเรื่องไม่มีกฎหมายรองรับการถือครองที่ชัดเจน
โดยข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อประคับประคองและขับเคลื่อนอุตสาหกรรม แบ่งเป็นมาตรการระยะสั้น ควรต่ออายุมาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง และผ่อนปรนเกณฑ์ LTV ออกไปอีกอย่างน้อย 1 ปี เพื่อรองรับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีนัก
ส่วนมาตรการระยะยาว เสนอให้ปรับปรุงสัญญาเช่าระยะยาวเป็น 50-60 ปี ทั้งสำหรับคนไทยและต่างชาติ เพื่อวางโครงสร้างการอยู่ร่วมกันที่เป็นระบบ มีการเสียภาษีที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น (Upfront) จนถึงระหว่างอยู่อาศัย เพื่อนำรายได้ส่วนนี้มาจัดตั้งกองทุนสนับสนุนบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อย ผู้เกษียณอายุ หรือข้าราชการชั้นผู้น้อย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
“ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นบ้านหลังที่สองของโลก แต่การจะไปถึงจุดนั้นได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างกฎหมายให้ชัดเจน ควบคู่ไปกับการออกมาตรการประคับประคองเศรษฐกิจภายในประเทศ เพื่อผ่านพ้นช่วงเวลาที่เปราะบางนี้ไปให้ได้” นายประเสริฐ กล่าว
นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า สำหรับในสภาวะที่ปัจจัยภายนอกไม่สามารถควบคุมได้ กลยุทธ์หลักของบริษัทอสังหาฯ ในขณะนี้คือ การรักษาความคล่องตัว (Liquidity First) โดยมุ่งเน้นที่การรักษาสภาพคล่องเป็นหลัก เพื่อรองรับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนในอนาคต และการระบายสต๊อกสินค้า ซึ่งถือเป็นโอกาสทองของผู้บริโภคที่จะได้เลือกซื้อที่อยู่อาศัยในเงื่อนไขที่ดีที่สุด เพราะผู้ประกอบการต้องการเปลี่ยนสินค้าเป็นเงินสดเพื่อถือครองสภาพคล่อง
ขณะที่มาตรการรัฐที่กำลังจะหมดลง มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองจะหมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ซึ่งหากไม่มีการต่ออายุอาจทำให้การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวลงไปอีก นอกจากนี้ การขาดโครงสร้างรองรับชาวต่างชาติ ซึ่งต่างชาติที่อยากมาอยู่ในประเทศไทยยังกังวลเรื่องไม่มีกฎหมายรองรับการถือครองที่ชัดเจน
โดยข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อประคับประคองและขับเคลื่อนอุตสาหกรรม แบ่งเป็นมาตรการระยะสั้น ควรต่ออายุมาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง และผ่อนปรนเกณฑ์ LTV ออกไปอีกอย่างน้อย 1 ปี เพื่อรองรับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีนัก
ส่วนมาตรการระยะยาว เสนอให้ปรับปรุงสัญญาเช่าระยะยาวเป็น 50-60 ปี ทั้งสำหรับคนไทยและต่างชาติ เพื่อวางโครงสร้างการอยู่ร่วมกันที่เป็นระบบ มีการเสียภาษีที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น (Upfront) จนถึงระหว่างอยู่อาศัย เพื่อนำรายได้ส่วนนี้มาจัดตั้งกองทุนสนับสนุนบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อย ผู้เกษียณอายุ หรือข้าราชการชั้นผู้น้อย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
“ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นบ้านหลังที่สองของโลก แต่การจะไปถึงจุดนั้นได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างกฎหมายให้ชัดเจน ควบคู่ไปกับการออกมาตรการประคับประคองเศรษฐกิจภายในประเทศ เพื่อผ่านพ้นช่วงเวลาที่เปราะบางนี้ไปให้ได้” นายประเสริฐ กล่าว
นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า สำหรับในสภาวะที่ปัจจัยภายนอกไม่สามารถควบคุมได้ กลยุทธ์หลักของบริษัทอสังหาฯ ในขณะนี้คือ การรักษาความคล่องตัว (Liquidity First) โดยมุ่งเน้นที่การรักษาสภาพคล่องเป็นหลัก เพื่อรองรับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนในอนาคต และการระบายสต๊อกสินค้า ซึ่งถือเป็นโอกาสทองของผู้บริโภคที่จะได้เลือกซื้อที่อยู่อาศัยในเงื่อนไขที่ดีที่สุด เพราะผู้ประกอบการต้องการเปลี่ยนสินค้าเป็นเงินสดเพื่อถือครองสภาพคล่อง
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ