ต่างชาติเปลี่ยนพฤติกรรม เน้นถือครองอสังหาฯไทยระยะยาว
Loading

ต่างชาติเปลี่ยนพฤติกรรม เน้นถือครองอสังหาฯไทยระยะยาว

วันที่ : 15 กรกฎาคม 2569
แสนสิริ ชี้ว่า ในช่วงครึ่งปีแรก 2569 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังได้รับความสนใจจากผู้ซื้อต่างชาติอย่างต่อเนื่อง พร้อมเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ หลังพฤติกรรมผู้ซื้อเปลี่ยนจากการลงทุนเพื่อปล่อยเช่า สู่การถือครองสินทรัพย์ระยะยาวมากขึ้น
    น.ส.ศรีอำไพ รัตนมยูร ประธาน ผู้บริหารสายงานการตลาด บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ของผู้ซื้อ ต่างชาติในช่วงครึ่งปีแรก 2569 ว่า ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก อสังหาริมทรัพย์ในไทยยังคงได้รับความสนใจจากผู้ซื้อต่างชาติอย่างต่อเนื่อง และกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยน (Turning Point) สำคัญ จากสัญญาณการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่น่าจับตา ทั้งแรงจูงใจในการซื้อ สัญชาติของผู้ซื้อ และบทบาทแต่ละทำเลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน

   ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติจะไม่ได้ มุ่งเน้นเพียงผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) เหมือนที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันหันมาเป็นการถือครองสินทรัพย์ระยะยาว (Long-term Asset Holders) มากขึ้น โดยมองไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางหลักสำหรับบ้านหลังที่สอง (Second Home) และเตรียมพร้อมเพื่อใช้ชีวิตระยะยาวหรือการวางแผนพำนักในอนาคตหลังเกษียณ

   สำหรับกลุ่มผู้ซื้อหลักอย่างจีน ปัจจุบันอยู่ในช่วงการปรับสมดุลและพิจารณาเลือกซื้ออย่างระมัดระวังมากขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจโลก ขณะที่ตลาดฮ่องกงมีการกระจายการลงทุนที่หลากหลายขึ้น อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ได้รับความนิยมสูงสุด จากจุดแข็งด้านค่าครองชีพที่บริหารจัดการง่าย ระบบสาธารณสุขที่เป็นที่ยอมรับระดับสากล โครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และศักยภาพการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค

   นอกจากนี้ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพและเติบโตอย่างน่าจับตา ได้แก่ กลุ่มประเทศในเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีมูลค่าการซื้อเฉลี่ยต่อยูนิตสูง เพื่ออยู่อาศัยจริงในลักษณะครอบครัว ขณะเดียวกันกลุ่มตลาดกำลังซื้อสูงที่กลับมามีบทบาทชัดเจนขึ้น ได้แก่ สิงคโปร์ และญี่ปุ่น ซึ่งมองไทยทั้งในฐานะพื้นที่ลงทุนและ Second Home โดยมีนโยบายสนับสนุนการพำนักระยะยาวของภาครัฐ อาทิ LTR Visa เป็นปัจจัยช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กลุ่มผู้เกษียณอายุและผู้ที่ต้องการพำนักระยะยาว

   ทั้งนี้โจทย์ใหม่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยไม่ใช่เพียงทำเล แต่ต้องตอบโจทย์การออกแบบชีวิต โดย กรุงเทพฯ ยังคงเป็นตลาดหลักสำหรับกลุ่มคนทำงานและนักลงทุน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมระดับกลางถึงลักชัวรี่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ใกล้ระบบขนส่งมวลชน ส่วนภูเก็ต คือจุดหมายของ Luxury Lifestyle และ Second Home Destination ของภูมิภาค ด้วยโครงการวิลล่าและเรสซิเดนซ์ระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัว และ Digital Nomad

   ในขณะที่พัทยา ตอบโจทย์บ้านพัก ตากอากาศและการอยู่อาศัยวัยเกษียณ เนื่องจากใช้เวลาไม่นานในการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และอานิสงส์จากการพัฒนาพื้นที่ EEC ส่วนหัวหิน รองรับกลุ่มครอบครัวที่ต้องการความสงบ และพื้นที่อยู่อาศัยมากขึ้น นอกจากนี้ เมืองทาง เลือกอื่นๆ ยังเติบโตขึ้นตามไลฟ์สไตล์เฉพาะกลุ่ม เช่น เชียงใหม่ ดึงดูดกลุ่มที่ใส่ใจเรื่อง Wellness, และสมุย สำหรับกลุ่ม Second Home ระดับหรูที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

   นอกจากนี้อีกหนึ่งเทรนด์สำคัญ คือ ตลาดเช่าและตลาดซื้อที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะในกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทย ที่มักเริ่มต้นจากการเช่าก่อนตัดสินใจซื้อเมื่อมีแผนพำนักระยะยาว ส่วนนักลงทุนยังพิจารณาทั้งผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าและโอกาสเพิ่มมูลค่าของสินทรัพย์

   อย่างไรก็ตามไทยควรเร่งพัฒนาเพื่อรักษาความได้เปรียบ ได้แก่ ความชัดเจนและความต่อเนื่องของนโยบายด้านการอำนวยความสะดวกในการพำนักระยะยาว การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมเพื่อเชื่อมต่อเมืองใหม่ การยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ตลอดจนการสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ทั้งคุณภาพโครงการและการบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ