ดีดีฯ ชี้ช่องนาทีทอง 'อสังหา' โครงการวูบผู้ซื้อคุณภาพพุ่ง
วันที่ : 16 กรกฎาคม 2569
ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ เผย 5 เดือนแรกดีเวลลอปเปอร์เบรกเปิดโครงการใหม่วูบ 70% เหตุกระหน่ำลดราคาเร่งระบายสต็อกสร้างเสร็จเปลี่ยนเป็นเงินสด ดันอำนาจต่อรองตกอยู่ในมือผู้ซื้อทั้งตลาดมือหนึ่งและมือสอง
นายวิทยา อภิรักษ์วิริยะ ผู้จัดการทั่วไป ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ แพลตฟอร์มอสังหาฯ เปิดเผยว่า ในช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ จำนวนโครงการเปิดใหม่ลดลงถึง 70% และจำนวนยูนิตลดลง 30% สาเหตุสำคัญมาจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีความกังวลเรื่องปริมาณสินค้าคงคลังที่อาจล้นตลาด จึงเลือกที่จะชะลอการเปิดโครงการใหม่และหันมาให้ความสำคัญกับการระบายตึกที่สร้างเสร็จแล้วให้กลายเป็นเงินสดผ่านโปรโมชันและการลดราคาอย่างหนัก ส่งผลให้ผู้ซื้อมีอำนาจต่อรองทั้งตลาดมือหนึ่งและมือสอง โดยเฉพาะตลาดมือสองที่เริ่มเห็นการขยายตัวของส่วนแบ่งทางการตลาดในแง่มูลค่าธุรกรรมที่ขึ้นมาแตะระดับเกือบ 50% สะท้อนว่าผู้ขายยอมปรับลดราคาลงเพื่อให้เกิดการซื้อขายจริง
"แม้ภาพรวมตลาดจะดูซบเซา แต่พบว่า อัตราการดูดซับ พัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะบ้านแนวราบในกรุงเทพฯ ที่ใช้ระยะเวลาในการระบายสต๊อกลดลงจาก 6 ปี เหลือเพียง 4 ปี ในไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ผู้พัฒนาอสังหาฯ กำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด ส่วนพฤติกรรมผู้บริโภค พบว่าแม้จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์จะลดลงประมาณ 30% แต่จำนวนการติดต่อ เอเจนซีไม่ได้ลดลงเลย ยิ่งไปกว่านั้น คุณภาพของผู้ซื้อยังเพิ่มสูงขึ้นถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับต้นปีที่แล้ว สะท้อนให้เห็นว่าผู้ที่อยู่ในตลาดปัจจุบัน คือ ผู้ซื้อตัวจริง ที่กำลังจดจ้องรอจังหวะราคาที่เหมาะสมเพื่อตัดสินใจซื้อทันที"
อย่างไรก็ตาม ในยุคที่การแข่งขันสูงนี้เอเจนซีหรือนายหน้าจึงต้องปรับตัวด้วยกลยุทธ์เพื่อครองใจผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านการโฆษณาขายแบบเดิมอาจไม่ได้ผล นายหน้าต้องกล้าที่จะลงทุนในโฆษณาอย่างมีทิศทางโดยใช้ข้อมูลประกอบ และคำนึงถึงผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นสำคัญ พร้อมกับสร้างความแตกต่างด้วยความน่าเชื่อถือและการเป็นที่ปรึกษา มากกว่าแค่คนขายของ การตรวจสอบตัวตน และการทำคอนเทนต์ที่มีคุณภาพจะช่วยดึงดูดผู้ซื้อได้ดีกว่า และต้องมีความรวดเร็วในการตอบกลับ โดยนายหน้าส่วนใหญ่ตอบกลับการติดต่อเพียง 60% เท่านั้น เนื่องด้วยภาระงานที่รัดตัว ดังนั้นการวางระบบจัดการที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ
"แม้ภาพรวมตลาดจะดูซบเซา แต่พบว่า อัตราการดูดซับ พัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะบ้านแนวราบในกรุงเทพฯ ที่ใช้ระยะเวลาในการระบายสต๊อกลดลงจาก 6 ปี เหลือเพียง 4 ปี ในไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ผู้พัฒนาอสังหาฯ กำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด ส่วนพฤติกรรมผู้บริโภค พบว่าแม้จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์จะลดลงประมาณ 30% แต่จำนวนการติดต่อ เอเจนซีไม่ได้ลดลงเลย ยิ่งไปกว่านั้น คุณภาพของผู้ซื้อยังเพิ่มสูงขึ้นถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับต้นปีที่แล้ว สะท้อนให้เห็นว่าผู้ที่อยู่ในตลาดปัจจุบัน คือ ผู้ซื้อตัวจริง ที่กำลังจดจ้องรอจังหวะราคาที่เหมาะสมเพื่อตัดสินใจซื้อทันที"
อย่างไรก็ตาม ในยุคที่การแข่งขันสูงนี้เอเจนซีหรือนายหน้าจึงต้องปรับตัวด้วยกลยุทธ์เพื่อครองใจผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านการโฆษณาขายแบบเดิมอาจไม่ได้ผล นายหน้าต้องกล้าที่จะลงทุนในโฆษณาอย่างมีทิศทางโดยใช้ข้อมูลประกอบ และคำนึงถึงผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นสำคัญ พร้อมกับสร้างความแตกต่างด้วยความน่าเชื่อถือและการเป็นที่ปรึกษา มากกว่าแค่คนขายของ การตรวจสอบตัวตน และการทำคอนเทนต์ที่มีคุณภาพจะช่วยดึงดูดผู้ซื้อได้ดีกว่า และต้องมีความรวดเร็วในการตอบกลับ โดยนายหน้าส่วนใหญ่ตอบกลับการติดต่อเพียง 60% เท่านั้น เนื่องด้วยภาระงานที่รัดตัว ดังนั้นการวางระบบจัดการที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ
