ตลาดต่างชาติบูม 'โปแลนด์' ปักหลักภูเก็ต อสังหาอัดค่าคอม-อีเวนต์บิ๊วเอเย่นต์ โกยยอดขาย
Loading

ตลาดต่างชาติบูม 'โปแลนด์' ปักหลักภูเก็ต อสังหาอัดค่าคอม-อีเวนต์บิ๊วเอเย่นต์ โกยยอดขาย

วันที่ : 12 สิงหาคม 2569
ORN เผยกลยุทธ์ต่างชาติ! เชียงใหม่ชูบ้านหรู 10 ล้านขึ้นไปเจาะจีน-พม่ากลุ่มครอบครัว และคอนโดฯ 3-5 ล้านจับสายลงทุน ส่วนภูเก็ตเน้นลูกค้าเอเชีย 50% ควบคู่คอนโดฯ 2-3 ล้านจับตลาดคนไทย
   ตลาดต่างชาติยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอสังหาฯไทย ทั้งทำเลตามหัวเมืองท่องเที่ยว และที่อยู่อาศัยในเซ็กเมนต์ลักเซอร์รี่ ผู้ประกอบการเร่งปรับเกมรุก ทั้งเพิ่มค่าคอมมิชชั่นจูงใจ พร้อมจัดกิจกรรมอัปเดตข้อมูลและสร้างความสัมพันธ์กับพาร์ทเนอร์ หวังเร่งปิดการขายและชิงกำลังซื้อ

   อรสิรินอัดค่าคอมฯ 7%

   "อรรคเดช อุดมศิริธำรง" รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อรสิริน โฮลดิ้ง กล่าวว่า บริษัทร่วมกับเอเย่นต์ที่ร่วมงานกันมากว่า 10 ปี เจาะตลาดต่างชาติในการจับคู่โปรดักต์และลูกค้า โดยทำเลเชียงใหม่ลูกค้าหลักเป็นจีนและพม่า 20% ถ้าเป็นครอบครัวใหญ่ต้องการบ้านราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป

   ขณะที่นักลงทุนหรือซื้อเพื่ออยู่อาศัยระยะยาว ต้องการคอนโดฯ หลายทำเล ราคา 3-5 ล้านบาท ส่วนทำเลภูเก็ตมีลูกค้าเอเชีย 50% ที่เหลือเป็นสัญชาติอื่น ๆ ปัจจุบันอรสิรินมีโครงการที่ภูเก็ต 1 โครงการ เป็นคอนโดฯ ราคา 2-3 ล้านบาท เน้นขายคนไทย มีลูกค้ารัสเซียน้อย

   "ปีนี้ตั้งเป้ายอดขายตลาดต่างชาติที่ 1,040 ล้านบาท ปัจจุบันยอดขายต่างชาติทะลุเป้าอยู่ที่ 1,300 ล้านบาท ปัจจุบันเราใช้วิธีการขายฝากเอเย่นต์ไปโปรโมตตามงานต่าง ๆ และจ่ายค่าคอมมิชชั่นเฉลี่ย 7% เมื่อขายได้"

   ต่างชาติบูม ORI ปรับเพิ่มค่าคอม

   สำหรับตลาดต่างชาติ "ธนกร วุฒิพงษ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการบริหารธุรกิจตลาดต่างประเทศ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า บริษัทร่วมมือกับเอเย่นต์ โดยให้ค่าคอมมิชชั่นที่ 10% จากเดิมที่ให้ 7-8% เนื่องจากภูเก็ตเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง มีตัวเลือกเยอะขึ้น จากตัวเลขตลาดคอนโดเติบโตขึ้นอย่างมากตั้งแต่หลังโควิด ในปี 2567 มีซัพพลาย 4,500 ยูนิต และคาดว่าจะแตะ 6,000 ยูนิตในปีนี้ ทำให้ลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้น และมีความต้องการห้องพร้อมอยู่ (Fully Furnished) ทำให้เอเย่นต์พยายามเสนอโปรโมชั่นติดปลายนวมให้ลูกค้า เพื่อดึงดูดการตัดสินใจซื้อ

   อย่างไรก็ตาม "ธนกร" กล่าวว่า ไม่มีสงครามราคาสำหรับตลาดภูเก็ต มีแต่การปรับราคาขึ้นเท่านั้น แม้ซัพพลายจะเพิ่มขึ้น แต่ดีมานด์ก็ยังมีอย่างต่อเนื่อง ต่างจากกรุงเทพฯอย่างชัดเจน คือ อัตราการดูดซับที่ไว และสามารถขายได้ต่อเนื่อง เขายกตัวอย่างบางโครงการสามารถขายได้ 50% หรือจำนวน 200 ยูนิต ราคา 5-6 ล้านบาท ภายใน 2 เดือน สะท้อนความแข็งแกร่งของภูเก็ตได้เป็นอย่างดี

   โปแลนด์เที่ยวไทยพุ่ง 100 ยูนิต

   ทั้งนี้ สำหรับออริจิ้นมีเครือข่ายเอเย่นต์ทั้งหมด 600 ราย แบ่งเป็น 200 รายสำหรับดูแลลูกค้าต่างชาติในกรุงเทพฯและปริมณฑล ขณะที่ 400 รายสำหรับดูแลลูกค้าที่ภูเก็ต โดยเฉพาะรัสเซียที่เป็นชาติที่มีสัดส่วนสูงที่สุดในกลุ่มลูกค้าต่างชาติของบริษัท

   "ธนกร" ระบุว่า ลูกค้าของออริจิ้นฯมีทั้งชาวไทยเป็นคนภูเก็ต คนกรุงเทพฯ คนที่ย้ายเข้ามาทำงาน และชาวต่างชาติ โดย 3 สัญชาติแรก รัสเซีย 46.6% โปแลนด์ 15.9% จีน 6.4% และอื่น ๆ 31.1% คนไทย 80% ซื้อราคา 2-3 ล้านบาท เพื่ออยู่อาศัย และลงทุน ส่วนราคา 4-5 ล้านบาทขึ้นไป ทำเลใกล้หาด เป็นต่างชาติ 70% ทำให้ดีมานด์การลงทุนยังเพิ่มขึ้น เพราะได้รับผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าดีเฉลี่ย 7-8% ต่อเดือน บางโครงการ 10% ต่อเดือน

   "คนโปแลนด์เข้ามาไทยมากขึ้นช่วงกลางปีที่แล้ว ดีมานด์เพิ่มจาก 10-20 ยูนิต เกิน 100 ยูนิต ส่วนอิสราเอล ตะวันออกกลาง อินเดียก็เข้ามา ทั้งนี้จากวิกฤตสงครามเริ่มกระทบต่อลูกค้ารัสเซีย โอนเงินซื้ออสังหาฯในไทยไม่ได้ เราต้องเผื่อเวลาโอนก้อนใหญ่ ซึ่งปีนี้มียอดขายรัสเซีย 1,590 ล้านบาท คิดเป็น 16.93% ของแบ็กล็อก"

    SC จัดงาน บิ้ว 250 เอเย่นต์

   "พิชชากร มีศักดิ์" รองกรรมการผู้จัดการสายงานเครือข่ายและลูกค้าต่างประเทศ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักเซอรี่แข่งขันในการนำเสนอคุณค่าของการอยู่อาศัยผ่านความเข้าใจในไลฟ์สไตล์ ปรัชญาการออกแบบ และ Insight ของลูกค้าระดับ High-end

   ล่าสุด บริษัทจึงได้จัดงาน Road to Copenhagen ดึงพาร์ทเนอร์กว่า 250 คน จากหลากหลายสัญชาติทั้งไทย จีน ฮ่องกง ไต้หวัน และยุโรป ร่วมอัปเดตข้อมูลโครงการภายใต้ SC Luxury Collection และ SCOPE Collection กลุ่มโครงการระดับ High-end พร้อมทั้งอัปเดตมุมมองและ Insight ที่เกี่ยวข้องกับการอยู่อาศัยและงานดีไซน์ ผ่านผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอุตสาหกรรม

   "ที่ผ่านมา SC มียอดขายจากพาร์ทเนอร์ในกลุ่ม SC Luxury Collection และ SCOPE Collection คิดเป็นสัดส่วนเกินกว่า 50% เมื่อเทียบกับโครงการลักเซอรี่ทั่วไป ที่มีสัดส่วนยอดขายจากพาร์ทเนอร์ประมาณ 30% ทั้งหมดสะท้อนว่าพาร์ทเนอร์ถือเป็นพันธมิตรที่มีส่วนสำคัญอย่างมาก ต่อการถ่ายทอดข้อมูลไปยังลูกค้าศักยภาพสูง เราจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้ควบคู่กับการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่พันธมิตรของเรา เพื่อยกระดับมาตรฐานการนำเสนอ Luxury Living สู่ผู้ซื้อไปอีกขั้น"

   สำหรับ SC Luxury Collection และ SCOPE Collection เป็นกลุ่มโครงการที่สะท้อนตัวตนด้านคุณภาพ การออกแบบ และประสบการณ์การอยู่อาศัยระดับสูงของ SC โดยปัจจุบัน มีโครงการที่อยู่ระหว่างเปิดขายทั้งสิ้น 6 โครงการ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 23,000 ล้านบาท ได้แก่ ซันเล เรสซิเดนเซส, คอนนาเซอร์ พัฒนาการ, ไนน์ตี้ไฟว์ อีสต์วัน , สติลล์ สุขุมวิท 20, สโคป หลังสวน และสโคป ทองหล่อ
ข่าวอสังหาริมทรัพย์ภูมิภาค อื่นๆ