คอนโดฯกทม.-ปริมณฑลพุ่ง19%
วันที่ : 23 กันยายน 2569
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ชี้ ตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ-ปริมณฑลไตรมาส 2 ปี 2569 เริ่มฟื้น สต๊อกเก่ารอขายลด 10.2% เหลือ 202,414 หน่วย ขณะที่ยอดขายใหม่เพิ่ม 2.6% แรงหนุนจากคอนโดฯ โต 19.5% สวนทางบ้านจัดสรรที่ชะลอตัว 11.4%
นายมานะ นิมิตรวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยถึง ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และ 5 จังหวัดปริมณฑล ไตรมาส 2 ปี 69 ว่า ตลาดกำลังฟื้นตัวโดยภาพรวมสต๊อกเก่าเหลือขายลดลง 10.2% เหลือ 202,414 หน่วย และยอดขายได้ใหม่เติบโตขึ้น 2.6% โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากตลาดคอนโดมิเนียมที่ยอดขายพุ่งสูงขึ้น19.5% สวนทางกับตลาดบ้านจัดสรรที่ยอดขายชะลอตัวลง 11.4% ขณะที่ผู้ประกอบการเน้นเปิดตัวโครงการในระดับราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้มูลค่าการเปิดขายโครงการใหม่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
"การเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ในปัจจุบันเกิดจากการขยายตัวของระบบรางและการเพิ่มขึ้นของต้นทุนที่ดิน ส่งผลให้กรุงเทพฯกระจายตัวเป็นศูนย์กลางย่อยหลายแห่ง โดยมีทำเลยุทธศาสตร์สำคัญคือ พระราม 9 ถึง รัชดาภิเษก ซึ่งเป็นพื้นที่ธุรกิจใหม่ และโซนบางนา ถึงสุวรรณภูมิ ซึ่งโดดเด่นในกลุ่มบ้านเดี่ยวระดับหรู ด้านกำลังซื้อในปัจจุบันแบ่งออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน โดยตลาดระดับบนยังคงเติบโตได้ดี ขณะที่ตลาดระดับกลางถึงล่างได้รับผลกระทบจากอัตราการปฏิเสธสินเชื่อของธนาคาร"
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตลาดคอนโดมิเนียมฟื้นตัวอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะโซนสุขุมวิทที่มียอดขายใหม่เติบโตขึ้นมากถึง 138.6% สวนทางกับตลาดบ้านจัดสรรระดับราคาเกิน 10 ล้านบาทในบางทำเล เช่น พระโขนง บางนา และสุขุมวิทที่เปิดตัวใหม่แต่ยอดขายยังคงชะลอตัว ส่วนจังหวัดนนทบุรีและปทุมธานีเน้นการระบายสต๊อกคงค้าง โดยปทุมธานีมียอดขายคอนโดมิเนียมใกล้มหาวิทยาลัยในโซนคลองหลวงเติบโตโดดเด่น แต่ยังมีความเสี่ยงจากภาวะบ้านจัดสรรเหลือขายจำนวนมาก ส่วนในพื้นที่สมุทรปราการ ตลาดอาคารชุดโซนเมืองสมุทรปราการ พระประแดง และพระสมุทรเจดีย์ ยังคงสามารถขยายตัวได้ดี แต่บ้านจัดสรรในโซนบางพลี บางบ่อ และบางเสาธง ยอดขายปรับตัวลดลง
ขณะที่จังหวัดสมุทรสาครมียอดขายบ้านจัดสรรขยายตัวก้าวกระโดดกว่าเท่าตัวจากอานิสงส์ของแหล่งงาน โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองสมุทรสาคร สำหรับจังหวัดนครปฐม ตลาดคอนโดมิเนียมใกล้ย่านมหาวิทยาลัยในเขตเมืองและศาลายายังคงระบายตัวได้ดี แต่บ้านจัดสรรในโซนกำแพงแสน และบางเลน ยังมีอัตราการดูดซับที่ค่อนข้างต่า.
"การเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ในปัจจุบันเกิดจากการขยายตัวของระบบรางและการเพิ่มขึ้นของต้นทุนที่ดิน ส่งผลให้กรุงเทพฯกระจายตัวเป็นศูนย์กลางย่อยหลายแห่ง โดยมีทำเลยุทธศาสตร์สำคัญคือ พระราม 9 ถึง รัชดาภิเษก ซึ่งเป็นพื้นที่ธุรกิจใหม่ และโซนบางนา ถึงสุวรรณภูมิ ซึ่งโดดเด่นในกลุ่มบ้านเดี่ยวระดับหรู ด้านกำลังซื้อในปัจจุบันแบ่งออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน โดยตลาดระดับบนยังคงเติบโตได้ดี ขณะที่ตลาดระดับกลางถึงล่างได้รับผลกระทบจากอัตราการปฏิเสธสินเชื่อของธนาคาร"
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตลาดคอนโดมิเนียมฟื้นตัวอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะโซนสุขุมวิทที่มียอดขายใหม่เติบโตขึ้นมากถึง 138.6% สวนทางกับตลาดบ้านจัดสรรระดับราคาเกิน 10 ล้านบาทในบางทำเล เช่น พระโขนง บางนา และสุขุมวิทที่เปิดตัวใหม่แต่ยอดขายยังคงชะลอตัว ส่วนจังหวัดนนทบุรีและปทุมธานีเน้นการระบายสต๊อกคงค้าง โดยปทุมธานีมียอดขายคอนโดมิเนียมใกล้มหาวิทยาลัยในโซนคลองหลวงเติบโตโดดเด่น แต่ยังมีความเสี่ยงจากภาวะบ้านจัดสรรเหลือขายจำนวนมาก ส่วนในพื้นที่สมุทรปราการ ตลาดอาคารชุดโซนเมืองสมุทรปราการ พระประแดง และพระสมุทรเจดีย์ ยังคงสามารถขยายตัวได้ดี แต่บ้านจัดสรรในโซนบางพลี บางบ่อ และบางเสาธง ยอดขายปรับตัวลดลง
ขณะที่จังหวัดสมุทรสาครมียอดขายบ้านจัดสรรขยายตัวก้าวกระโดดกว่าเท่าตัวจากอานิสงส์ของแหล่งงาน โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองสมุทรสาคร สำหรับจังหวัดนครปฐม ตลาดคอนโดมิเนียมใกล้ย่านมหาวิทยาลัยในเขตเมืองและศาลายายังคงระบายตัวได้ดี แต่บ้านจัดสรรในโซนกำแพงแสน และบางเลน ยังมีอัตราการดูดซับที่ค่อนข้างต่า.
ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ