อีสานต้องการ'บ้านมือสอง'พุ่ง
Loading

อีสานต้องการ'บ้านมือสอง'พุ่ง

วันที่ : 3 ตุลาคม 2569
REIC ชี้ มาตรการผ่อนคลาย LTV และลดค่าธรรมเนียมโอน-จำนองช่วยหนุนตลาดที่อยู่อาศัย ครึ่งแรกปี 2569 หน่วยโอนทั่วประเทศเพิ่ม 18% มูลค่าเพิ่ม 10% ขณะที่ความต้องการซื้อใน 5 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังมีอยู่ แต่สถานการณ์ด้านอุปทานแตกต่างกันในแต่ละเมือง
    5จังหวัดใหญ่โอนเฉลี่ยเกิน70%

    อาคารชุดอุดรธานีขายโต356.5%

    นายมานะ นิมิตรวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า มาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV การลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนอง ช่วยให้ตลาดที่อยู่อาศัยดีขึ้น โดยครึ่งแรกปี 2569 จำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศเพิ่ม 18% มูลค่าการโอนเพิ่ม 10% ภาพโดยรวมความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยใน 5 จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังมีอยู่ แต่สถานการณ์ด้านอุปทานของแต่ละเมืองแตกต่างกัน ด้านการโอนกรรมสิทธิ์ พบว่า บ้านมือสองมีบทบาทเพิ่มขึ้น มีสัดส่วนสูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ อยู่ช่วงกว่า 70% และบางจังหวัดเข้าใกล้ 90% ของยอดโอนทั้งหมด สะท้อนบ้านมือสองไม่เพียงเป็นคู่แข่งของตลาดบ้านใหม่ แต่ยังเป็นตัวสะท้อนกำลังซื้อที่แท้จริง บ้านใหม่จึงต้องให้ความสำคัญกับระดับราคาและขนาด

    ทั้งนี้ การฟื้นตัวแต่ละพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความแตกต่างกัน โดย จ.นครราชสีมาเป็นตลาดขนาดใหญ่ของตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงครึ่งแรกยอดขายใหม่สูงกว่าจำนวนหน่วยเปิดขายใหม่ 1.6 เท่า ส่งผลให้สินค้าคงเหลือลดลงถือเป็นสัญญาณที่ดี หากไม่มีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดคาดยังต้องใช้เวลาประมาณ 51 เดือน หรือกว่า 4 ปี จ.ขอนแก่น ยอดขายใหม่สูงกว่าหน่วยเปิดขายใหม่ 1.9 เท่า สินค้าคงเหลือลดลงเกือบ 10% ขอนแก่นมียอดโอนรวมเพิ่มเกือบ 30% เป็นอันดับหนึ่งของภาคและแซงนครราชสีมา ขณะที่ยอดโอนอาคารชุดใหม่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว

    สำหรับอีก 3 จังหวัดนั้น จ.อุดรธานี แม้จำนวนสินค้าคงเหลือโดยรวมไม่สูงแต่ยอดขายครึ่งปีแรกต่ำ อาคารชุดคงเหลือเพิ่มเกือบ 3 เท่า และบ้านแนวราบเพิ่มเกือบ 50% คาดระยะเวลาขายสินค้าคงเหลืออยู่ที่ 26 เดือน ผู้ประกอบการควรชะลอการเติมอุปทานใหม่และให้ความสำคัญกับการระบายอาคารชุดคงค้าง จ.อุบลราชธานี มียอดโอนรวมเพิ่ม 14% แต่โครงการใหม่ขายได้ช้า และอาคารชุดเหลือเพิ่มเกือบ 28% สะท้อนกำลังซื้อเน้นราคาเข้าถึงมากกว่า จ.มหาสารคาม มียอดโอนบ้านใหม่ลดลง 27% ขณะที่ยอดขายใหม่ครึ่งปีแรกต่ำและอุปทานเริ่มเข้าสู่ตลาดเร็วกว่าความต้องการซื้อ เนื่องจากเป็นตลาดขนาดเล็ก

    น.ส.สิทธิเพ็ญ สิทธัตถพงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม รักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ผลสำรวจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด มีซัพพลายรวม 15,777 หน่วย เพิ่ม 4.4% จากปีก่อน มูลค่า 53,241 ล้านบาท โครงการเปิดใหม่ 2,224 หน่วย เพิ่ม 62.3% มูลค่ารวม 6,803 ล้านบาท หน่วยขายได้ใหม่มี 2,356 หน่วย เพิ่ม 0.5% มูลค่า 7,778 ล้านบาท ส่งผลให้หน่วยเหลือขายสะสมเพิ่ม 5.3% อยู่ที่ 13,421 หน่วย มูลค่า 45,463 ล้านบาท และอัตราดูดซับเฉลี่ยทรงตัว 2.5% ต่อเดือน คาดว่าจะใช้เวลาขายอุปทานคงเหลือ 34 เดือน อาคารชุด 22 เดือน บ้านจัดสรรใช้เวลานานขึ้นเป็น 44 เดือน

    โดย จ.นครราชสีมา ตลาดภาพรวมส่งสัญญาณชะลอตัว เปิดตัวใหม่ลดลง 7.6% โครงการใหม่เพิ่ม 46.5% ทั้งหมดเป็นบ้านจัดสรร ยอดขายโครงการใหม่ลดลง 23.7% จ.ขอนแก่น ภาพรวมเติบโตแข็งแกร่งจากแรงหนุนของอาคารชุด มีจำนวนรวม 6,760 หน่วย เพิ่ม 6% มูลค่า 21,482 ล้านบาท ยอดขายใหม่ขยายตัว 17.4% จ.อุดรธานี เผชิญการขยายตัวของอุปทานครั้งใหญ่ โดยปริมาณรวมพุ่งขึ้น 74.4% โครงการใหม่เพิ่มขึ้น 719.8% ยอดขายภาพรวมโตก้าวกระโดด 73.8% อาคารชุดขายพุ่ง 356.5% สวนทางบ้านจัดสรรลดลง 16.5% จ.อุบลราชธานี อยู่ในภาวะชะลอตัวลงชัดเจน จำนวนลดลง 14.7% โครงการใหม่ลดลง 18.2% YoY ทั้งหมดเป็นบ้านจัดสรร ยอดขายใหม่ลดลง 56.3% อาคารชุดขายลดลงถึง 96.6% จ.มหาสารคาม ตลาดทั้งหมดเป็นโครงการบ้านจัดสรร จำนวนเพิ่ม 5.4% ขายใหม่ เพิ่ม 16.7%