ทุนนอกดันอสังหาโต เอกชนชี้การแข่งขันสูงหวั่นโอเวอร์ซัพพลายทำเลที่ไม่ตอบโจทย์
Loading

ทุนนอกดันอสังหาโต เอกชนชี้การแข่งขันสูงหวั่นโอเวอร์ซัพพลายทำเลที่ไม่ตอบโจทย์

วันที่ : 25 มิถุนายน 2561
ทุนนอกดันอสังหาโต เอกชนชี้การแข่งขันสูงหวั่นโอเวอร์ซัพพลายทำเลที่ไม่ตอบโจทย์

กูรูเผยต่างชาติลงทุน อสังหาฯ ไทยเปิดโอกาสขยายตลาดใหม่ ขณะที่รายเล็กน่าห่วงหากโปรดักต์-ทำเลไม่ตอบโจทย์เสี่ยงเกิดโอเวอร์ซัพพลาย

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย เปิดเผยว่า การที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาร่วมทุนพัฒนาโครงการอสังหาฯ ในทุกรูปแบบในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโนว์ฮาว แหล่งเงินทุน และการบริหารงานขายนั้น อาจกระทบสำหรับผู้ประกอบการรายเล็ก แต่จะเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการรายใหญ่และ รายกลางจะทำตลาดมากยิ่งขึ้น

ขณะที่การขายให้ลูกค้าต่างชาติมีค่าใช้จ่ายมากกว่าหากรายเล็กไม่มีทีมงานขายและต้องพึ่งพาตัวแทนก็จะสุ่มเสี่ยงสำหรับโปรดักต์ในทำเลที่ไม่ตอบโจทย์ความต้องการ ส่วนอสังหาฯ ที่เน้นการลงทุนและปล่อยเช่านั้นที่ดินประเภท ลิสโฮลด์จะดีกว่า เพราะราคาต่ำกว่าที่ดินประเภทฟรีโฮลด์ประมาณ 10%

อย่างไรก็ดี มองว่าการเข้ามาของทุนต่างชาติจะเป็นการลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจและต้องการขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เพื่อมาเติมเต็มให้องค์กรเติบโตจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น สิ่งที่เห็นคือกิมมิก โปรดักต์ ตอบรับความต้องการลูกค้ามากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของบริษัทจะพิจารณาเป็นรายโครงการสำหรับขายให้ลูกค้าต่างชาติ โดยยังเน้นลูกค้าในประเทศเป็นหลัก ทั้งนี้เชื่อว่ากำลังซื้อและความต้องการยังมีอยู่อีกมาก อยู่ที่การเลือกทำเลและโปรดักต์ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย

ด้าน นายวิธาน เจริญผล ผู้อำนวยการอาวุโสคลัสเตอร์ธุรกิจบริการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (อีไอซี) ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การเข้ามาร่วมทุนของนักลงทุนต่างชาติส่งผลดีด้านการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ การขยายฐานลูกค้าต่างชาติและเป็นแหล่งเงินทุน ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้มีการเปิดโครงการใหม่ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นจากเดิมที่มีข้อจำกัดการเข้าถึงแหล่งเงินทุน สำหรับกลุ่มประเทศที่มีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในไทยลำดับต้นๆ คือ ฮ่องกง มีถึง 21% สหภาพยุโรป 19% เป็นต้น

ทั้งนี้ การที่ต่างชาติร่วมทุนจะทำให้ เกิดการแข่งขันมากขึ้น โดยรูปแบบสินค้าจะมีความหลากหลายเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน แต่การจะพึ่งพายอดขายลูกค้าต่างชาติที่มีสัดส่วนเพียง 49% ไม่ได้ เพราะหากไม่ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคในประเทศ สินค้าเหล่านี้อาจเกิดปัญหาและเกิดโอเวอร์ซัพพลายในบางทำเลได้ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยให้ความสนใจซื้อทาวน์เฮาส์และโฮมออฟฟิศ รวมทั้งบ้านมือสองมากขึ้น เพราะราคาถูกกว่าโครงการใหม่ในทำเลเดียวกัน ขณะที่คอนโดมีข้อจำกัดของพื้นที่

 
ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ