อสังหาฯโอดหนี้บัตรเครดิตพ่นพิษ ยอดรีเจกต์เรตเพิ่ม'ทาวน์เฮาส์-ทาวน์โฮม'หนัก
Loading

อสังหาฯโอดหนี้บัตรเครดิตพ่นพิษ ยอดรีเจกต์เรตเพิ่ม'ทาวน์เฮาส์-ทาวน์โฮม'หนัก

วันที่ : 25 มิถุนายน 2561
อสังหาฯโอดหนี้บัตรเครดิตพ่นพิษ ยอดรีเจกต์เรตเพิ่ม'ทาวน์เฮาส์-ทาวน์โฮม'หนัก

"สัมมากร" เผย 5 เดือนแรกตลาดรวมแนวราบยอดโอนกรรมสิทธิ์พุ่ง 40% สวนทางยอดขาย-เปิดโครงการใหม่ชะลอตัว คาดครึ่งปีหลังผู้ประกอบการรุกทำตลาดเพิ่ม ห่วงทาวน์เฮาส์-ทาวน์โฮม 2.5-3 ลบ. ยอดรีเจกต์เรตขยับเพิ่ม เหตุลูกค้ามีหนี้บัตรเครดิตสูง กระทบความสามารถในการซื้อและผ่อนชำระหนี้ลด ด้าน นายกส.อาคารชุดไทย ยอมรับ แบงก์เข้มลูกค้าติดหนี้บัตรเครดิต ส่งผลยอดปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มสูงขึ้น กระทบ ยอดขาย

นายกิตติพล ปราโมทย์ ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบ ในช่วง 5 เดือนแรกของปี61 (ม.ค.-พ.ค.) ว่า พบยอดโอนกรรมสิทธิ์ขยายตัวเพิ่ม 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 60 และเติบโตมากกว่าตลาดคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะตลาดบ้านระดับบนขยายตัวที่ดีอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการเปิดตัวโครงการใหม่ในครึ่งปีหลังจะมีปริมาณมากขึ้น

"กลุ่มที่อยู่อาศัยแนวราบที่เปิดขายในปีที่ผ่านมา จะมีอัตราการโอนที่ขยายตัวดีกว่า ส่วนการเปิดโครงการใหม่ในปีนี้คาดว่าจะมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ยกเว้นในกลุ่มโครงการบ้านระดับบน ที่ในครึ่งปีหลังจะเห็นการเปิดตัวโครงการมากขึ้น"

สำหรับตัวเลขการขายใน 5 เดือนแรกปี 61 พบว่าต่ำกว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์ โดยเฉพาะตลาดแนวราบระดับราคา 2.5-3 ล้านบาท ซึ่งโดยมากเป็นกลุ่มทาวน์เฮาส์และทาวน์โฮม เพราะ ลูกค้าหลักยังติดปัญหาหนี้ค้างชำระบัตร เครดิตที่ต้องชำระในวงเงินสูง นอก จากนี้ ยังมีการอนุมัติวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลที่สูง ทำให้กลุ่มลูกค้าดังกล่าวจำนวนมาก ไม่ผ่านเกณฑ์การขออนุมัติสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (รีเจกต์เรต) เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ซึ่งได้เกิดขึ้นกับทุกๆ บริษัท รวมถึงบริษัทสัมมากรฯด้วย

"แม้ว่าในช่วงจองซื้อบ้าน "สัมมากร" ได้ให้ลูกค้า Pre Approve ตรวจสอบสถานะการเงินความสามารถในการกู้ และความสามารถในการผ่อนชำระของลูกค้าก่อนแล้ว แต่พบลูกค้าบางส่วน แจ้งข้อมูลด้านการเงินไม่ครบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่แจ้งเรื่องยอดหนี้บัตรเครดิต แต่เมื่อยื่นขอสินเชื่อจริงสถาบันการเงิน มีการตรวจสอบสถานะการเงินที่ครอบคลุมทุกส่วน จะทราบว่า ลูกค้าที่ยื่นกู้มีภาระหนี้บัตรเครดิต ทำให้กระทบต่อความสามารถในการผ่อนชำระที่ลดลง และถูกสถาบันการเงินปฏิเสธสินเชื่อในที่สุด"

ส่วนผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 5 เดือนแรกพบว่า ยอดโอน ต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ โดยวางยอดขายไว้ทั้งปีที่ 1,400 ล้านบาท ตัวเลขยอดโอนกรรมสิทธิ์ทั้งปีอยู่ที่ 1,500 ล้านบาท สาเหตุที่การตั้งเป้ายอดโอนไว้สูงกว่ายอดขาย เพื่อรองรับปัญหาลูกค้าถูกปฏิเสธสินเชื่อ ซึ่งมีจำนวนมาก

"จากการที่ลูกค้าของสัมมากร มียอดถูกรีเจกต์เรตอยู่มาก ทำให้ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ บริษัทต้องมีการทบทวนแผนการทำตลาดผ่านสื่อต่างๆ ว่า สื่อที่ใช้นั้นตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่บริษัทต้องการหรือไม่"

ช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทจะเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวย่านถนนราชพฤกษ์ เนื้อที่โครงการ 45 ไร่ จำนวน 180 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 4-5 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 900 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการวางโครงสร้างพื้นฐาน คาดว่าจะเปิดขายช่วงปลายไตรมาส 3

"ในช่วงที่รายได้จากกลุ่มอสังหาฯ เพื่อขายที่ยังไม่ดีนัก บริษัทได้เสริมรายได้ในกลุ่มธุรกิจเพื่อเช่าหรือรายได้ระยะยาว โดยได้ใช้งบ 100 ล้านบาท ซื้อกิจการตลาดเก่าที่มีผู้เช่าเต็มอยู่แล้ว ทำให้สามารถรับรู้รายได้ในทันที ปัจจุบัน สัมมากร มีธุรกิจเพื่อเช่าอยู่ในพอร์ตประเภทกลุ่มธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ 3 ทำเล และตลาดเพื่อเช่า 2 แห่ง โดยจะมีรายได้จากธุรกิจเพื่อเช่าต่อปี 300 ล้านบาท และจะมีรายได้จากค่าเช่าเพิ่มสูงขึ้น หลังจากซื้อตลาดดังกล่าวเข้ามาเพิ่มในพอร์ตตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป"

ส.อาคารชุดไทยห่วงยอดรีเจกต์เรตพุ่ง

ดร.อาภา อรรถบูรณ์วงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) กล่าวในฐานะนายกสมาคมอาคารชุดไทย ถึงสถานการณ์ด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยยอมรับว่า เรื่องของสินเชื่อบุคคลโดยเฉพาะสินเชื่อบัตรเครดิต ที่กำลังส่งผลกระทบ เนื่องจากในขณะนี้ ธนาคารพาณิชย์เป็นห่วงหนี้บัตรเครดิตของลูกค้าที่ ซื้อที่อยู่อาศัย อาจมีความสามารถ ผ่อนชำระน้อยลง ส่งผลให้เวลานี้ยอด รีเจกต์เรตสูงขึ้น กระทบต่อยอดขายอสังหาริมทรัพย์

"อย่างไรก็ตาม ผลในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องเร่งเพิ่มพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้มากขึ้น มีการผ่อนปรน และอาจจะมีการชะลอการปฏิเสธสินเชื่อ แต่ก็ใช่ว่าจะเป็น กับทุกโครงการ หากโครงการคอนโด- มิเนียมที่อยู่ในซอย การพิจารณาเรื่องการอนุมัติอาจจะเข้มงวดกว่าคอนโด มิเนียมที่อยู่แนวรถไฟฟ้าหรือติดกับแนวถนน ในส่วนของริชชี่ เพลซฯ สัดส่วนรีเจกต์เรตในปีนี้ สัดส่วนไม่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาระดับ 20%"

 
ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน 360 องศา
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ