อสังหาฯระบายสต๊อกบ้าน-คอนโด ดันยอดโอนทั้งประเทศแตะ9แสนล้าน
Loading

อสังหาฯระบายสต๊อกบ้าน-คอนโด ดันยอดโอนทั้งประเทศแตะ9แสนล้าน

วันที่ : 15 มิถุนายน 2561
อสังหาฯระบายสต๊อกบ้าน-คอนโด ดันยอดโอนทั้งประเทศแตะ9แสนล้าน

นายวิธาน เจริญผล ผู้อำนวยการอาวุโส คลัสเตอร์ธุรกิจ บริการ Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่าตลาดที่อยู่ อาศัยของไทยใน ปีนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นอย่างช้าๆ หลังจากที่ชะลอตัวเนื่องจากหมดมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ โดยประเมินมูลค่ายอดโอนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลขยายตัว 7% คิดเป็นมูลค่า 460,000 ล้านบาท จากยอดโอน ทั้งประเทศประมาณ 900,000 ล้านบาท ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การขยายตัว ของโครงสร้างพื้นฐาน

แต่ยังมีปัจจัยต้องระวังคือความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงกดดันความสามารถการขอสินเชื่อ ขณะ เดียวกันผู้ประกอบการยังมีความท้าทาย ในการเร่งระบายบ้านและคอนโดฯ เหลือขาย จำนวน 176,000 หน่วย เป็นคอนโดมิเนียมประมาณ 40% บ้านเดี่ยว 40% และทาวน์เฮ้าส์ 20% ซึ่งผู้ประกอบการต้องเร่งอัดโปรโมชั่น เพื่อระบายสต๊อกให้มากที่สุด พร้อมทั้ง ต้องปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคให้มากที่สุด

จากการศึกษาพฤติกรรมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของคนไทย พบว่าแม้คนไทย 87% อยากได้บ้านเดี่ยว แต่คอนโดมิเนียมยังตอบโจทย์เรื่องงบประมาณและไลฟ์สไตล์มากกว่า ดังนั้น คอนโดมิเนียมยังคงเป็นตลาดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ต้องการที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงาน โดยใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 30 นาที ดังนั้นคอนโดมิเนียมจึงตอบโจทย์เรื่องทำเล และกำลังซื้อ ขณะเดียวกันกลุ่มเจนเอ็กซ์ และเบบี้บูมเมอร์ซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อการลงทุน ซื้อให้บุตรหลาน

ทั้งนี้ประเมินว่าผู้ซื้อที่อยู่อาศัยกว่า 52% วางแผนซื้อที่อยู่อาศัยในราคา 1-3 ล้านบาท โดย 60% ของผู้บริโภคยุคใหม่จะชอบทำเล ใกล้ศูนย์การค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านอาหาร เพิ่มเติมจากเดิม ที่มองแค่ทำเลใกล้รถไฟฟ้าเพียง อย่างเดียว โดยโครงการที่อยู่ใกล้ศูนย์ การค้า ราคาจะเพิ่มขึ้น 15-20% นอกจากนี้ 90% ให้ความสำคัญกับ พื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวก โดยเฉพาะต้องการพื้นที่จอดรถยนต์ส่วนกลาง ลานกิจกรรม พื้นที่ออกกำลังกาย Co-Working Space และกลุ่มคนรุ่นใหม่กว่า 90% ให้ความสำคัญกับระบบเตือนภัยอัจฉริยะระบบ ควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าและจัดการพลังงาน และอุปกรณ์สมาร์ทโฮมประกอบการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย

ดังนั้นผู้ประกอบการจึงควรต้องเร่งสร้างความแตกต่างทั้งการออกแบบโครงการที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภค เน้นใส่ใจสิ่งแวดล้อม พัฒนาแพลตฟอร์ม Prop Tech เพิ่มช่องทางดิจิทัล สื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลและเปรียบเทียบโครงการได้ง่ายขึ้น พร้อมจับมือพันธมิตรทางธุรกิจ และพันธมิตรต่างชาติ เช่น จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ และสตาร์ทอัพ พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการอยู่อาศัย ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น

 
ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ