SEAFCOคว้าเพิ่มวันแบงค็อกเฟส4มูลค่าหกร้อยล้าน
Loading

SEAFCOคว้าเพิ่มวันแบงค็อกเฟส4มูลค่าหกร้อยล้าน

วันที่ : 12 มิถุนายน 2561
SEAFCOคว้าเพิ่มวันแบงค็อกเฟส4มูลค่าหกร้อยล้าน

ซีฟโก้ปรับเพิ่มเป้ารายได้ปีนี้โต 30% ทำสถิติสูงสุด หลังล่าสุดคว้างานโครงการ วัน แบงค็อกเฟส 4 มูลค่า 600 ล้านบาท หนุนแบ็กล็อกพุ่ง 4,000 ล้านบาท รอลุ้นผลการประมูลอีก 9,835 ล้านบาท แย้มผลงาน Q2 รายได้โตก้าวกระโดด

นายณรงค์ ทัศนนิพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SEAFCO เปิดเผยว่า บริษัทปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ปี 2561 เป็นเติบโต 30% จากเดิมที่ตั้งเป้าหมายเติบโต 25% จากปี 2560 ที่มีรายได้รวม 1,907.25 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (นิวไฮ) หลังจากล่าสุดบริษัทได้งานโครงการ วัน แบงค็อก บริเวณพื้นที่โซน 4 (One Bangkok, Zone 4) มูลค่าประมาณกว่า 600 ล้านบาท โดยเริ่มงานในช่วงปลายปี 2561

โดยจากก่อนหน้านี้ บริษัทได้งานโครงการ วัน แบงค็อก บริเวณพื้นที่โซน 1 (One Bangkok, Zone 1) เริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่กลางเดือน มี.ค. 2561 และโครงการ วัน แบงค็อก บริเวณพื้นที่โซน 2 (One Bangkok, Zone 2) เริ่มงานตั้งแต่กลางเดือน พ.ค. 2561

ดังนั้น ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) เพิ่มเป็นกว่า 4,000 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากสิ้นเดือน พ.ค. 2561 บริษัทมี Backlog อยู่ที่ 3,328.24 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้เป็นส่วนใหญ่ และที่เหลือจะรับรู้รายได้ในปีถัดไป

สำหรับ Backlog จำนวน 3,328.24 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมโครงการ One Bangkok, Zone 4 ประกอบด้วย งานในประเทศประมาณ 3,198.40 ล้านบาท หรือคิดเป็น 96% แบ่งเป็นงานจากภาครัฐ 1,898.72 ล้านบาท และภาคเอกชน 1,299.68 ล้านบาท ขณะที่งานในประเทศเมียนมาประมาณ 129.84 ล้านบาท หรือคิดเป็น 4%

ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2561 บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโตก้าวกระโดด จากไตรมาส 2/2560 ที่มีรายได้จากการรับจ้างอยู่ที่ 338.08 ล้านบาท และจากไตรมาส 1/2561 ที่มีรายได้จากการรับจ้างอยู่ที่ 448.70 ล้านบาท เนื่องจากในไตรมาสนี้บริษัทจะมีการรับรายได้จาก Backlog ประมาณ 600-700 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทได้เข้าร่วมยื่นประมูล จำนวน 223 โครงการ มูลค่ารวม 18,386 ล้านบาท แบ่งเป็นงานจากภาครัฐ จำนวน 40 โครงการ หรือคิดเป็น 17.95% และงานเอกชน จำนวน 183 โครงการ หรือคิดเป็น 82.05% ซึ่งบริษัทได้รับงานมาแล้วจำนวน 41 โครงการ มูลค่ารวม 4,156 ล้านบาท และเหลืองานที่ยังไม่ได้ประกาศผลออกมาอีก 90 โครงการ มูลค่า 9,835 ล้านบาท คาดว่าจะได้รับงาน 30-40% ของมูลค่างานดังกล่าว

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะเข้าประมูลงานของภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยงานภาครัฐ ได้แก่ งานโครงการรถไฟฟ้า และงานฐานรากรถไฟทางคู่ โครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ และทางด่วน ส่วนงานภาคเอกชนจะเป็นงานประเภทอาคาร สำนักงานตึกสูง เช่น ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ 3-4 สาขา โดยบริษัทจะเข้าไปรับงานฐานราก ซึ่งบริษัทได้วางกลยุทธ์ดำเนินงานด้วยการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ให้อยู่ในระดับสูง โดยสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมาอยู่ที่ระดับ 21-22%

ขณะเดียวกันบริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเป็น 10% จากปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 7% จากการเข้าไปรับงานในประเทศเมียนมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดบริษัทได้งานของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ในเมียนมา มูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท จากปัจจุบันมี Backlog งานในประเทศเมียนมาอยู่ประมาณ 129.84 ล้านบาท รวมทั้งบริษัทยังมองโอกาสขยายการรับงานไปยังประเทศกัมพูชาอีกด้วย

 
ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ