SENA ชี้อสังหาครึ่งหลังฟื้น ปันผลดี-พี/อีต่ำกูรูแนะสะสม
Loading

SENA ชี้อสังหาครึ่งหลังฟื้น ปันผลดี-พี/อีต่ำกูรูแนะสะสม

วันที่ : 8 มิถุนายน 2561
SENA ชี้อสังหาครึ่งหลังฟื้น ปันผลดี-พี/อีต่ำกูรูแนะสะสม

SENA มองอสังหาครึ่งปีหลังฟื้นรับแรงหนุนโครงการรัฐ บวกทิศทางดอกเบี้ยทรงตัวกระตุ้นกำลังซื้อเพิ่มขึ้น พร้อมเดินหน้าขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Luxury เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ต่อเนื่อง พร้อมปล่อยคอนโดมิเนียม 4 โครงการในช่วงปลายปีนี้ หนุนยอดขายรอโอนเพิ่ม จากปัจจุบันอยู่ที่ 299.57 ล้านบาท ฟากโบรกเชื่อมั่นศักยภาพการทำกำไรสูงต่อเนื่อง พี/อีต่ำ เพียง 6.3 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 9.5 เท่า ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 6.3% ต่อปี แนะ "ซื้อสะสม" เคาะเป้า 4.08 บาท

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ประกอบธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบและแนวสูงและพัฒนาโครงการหมู่บ้านใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) เต็มรูปแบบรายแรกของไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลังนี้คาดว่าน่าจะขยายตัวดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวต่อเนื่อง

โดยอสังหาริมทรัพย์ที่มีการขยายตัวดีขึ้นนั้นมีปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ รวมทั้งทิศทางอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับต่ำและยังไม่มีแนวโน้มการปรับตัวเพิ่มขึ้น ถือเป็นปัจจัยหลักที่จะช่วยสนับสนุนกำลังซื้อที่อยู่อาศัยดีขึ้น

เจาะกลุ่ม Luxury

นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับกลยุทธ์การพัฒนาโครงการ โดยเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางและระดับบนมาก ขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีภาระหนี้สินต่ำ มีกำลังซื้อสูง และมีความสามารถในการขออนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถลดความเสี่ยงด้านการโอน

ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการ "โมโน สุขุมวิท 70" ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมระดับ Luxury ทำเลติดโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวสถานี แบริ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ ซึ่งเป็นเส้นทางไปสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบนคาดว่าจะเปิดตัวภายในไตรมาส 3/2561 นี้

"เรามีพันธมิตรอย่าง "ฮันคิว เรียลตี้" เข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง ถือเป็นจังหวะที่จะสามารถขยายฐานธุรกิจให้สามารถครอบคลุมลูกค้ามากขึ้น อีกทั้งเตรียมเปิดแบรนด์ Geo Fit ซึ่งจะเหมือนกับตราประทับรับรองในคุณภาพของสินค้า สร้างความมั่นใจให้กลุ่มลูกค้าระดับกลางและระดับบน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและมีโอกาสในการทำตลาดดี ส่งผลให้ยอดขายขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันปีนี้เรายังมีโครงการแนวราบอีก 2 โครงการมูลค่ารวม 1 พันล้านบาทที่คาดว่าจะเข้ามาเสริมศักยภาพของเราให้แข็งแกร่งขึ้น" ผศ.ดร.เกษรา กล่าว

เตรียมปล่อยโครงการใหม่

ผศ.ดร.เกษรา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงไตรมาส 4/2561 บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ จำนวน 4 โครงการ มูลค่ารวม 2,483.29 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมียอดขายรอโอนแตะระดับ 299.57 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมปี 2561 นี้ บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ที่ 6,200 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย มูลค่า 5,900 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะมาจากโครงการโซลาร์เซลล์และรายได้อื่นๆอีก ราว 300 ล้านบาท ส่วนยอดขายปีนี้บริษัทยังคงเป้าหมายที่ 10,300 ล้านบาท

"ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทมีแผนเปิดโครงการคอนโดมิเนียมอีก 12 โครงการ มูลค่ารวม 16,000-17,000 ล้านบาท" ผศ.ดร.เกษรา กล่าว

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/2561 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,088.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 600.6 ล้านบาท คิดเป็น 123% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 487.8 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ อยู่ที่ 164.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93.9 ล้านบาท คิดเป็น 132.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 70.7 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้รายได้ในการโอนกรรมสิทธิ์กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจการให้เช่าและบริการ และรายได้อื่นๆ

ทั้งนี้รายได้ไตรมาส 1/2561 ที่เพิ่มขึ้นมาจากการขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ ที่มีรายได้อยู่ที่ 896.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 527.1 ล้านบาท คิดเป็น 142.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้ 369.4 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการขายโครงการคอนโดมิเนียม 762.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 561.1 ล้านบาท คิดเป็น 278.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งรายได้หลักมาจาก แบรนด์ "นิช" จำนวน 8 โครงการที่มีรายได้อยู่ที่ 599.4 ล้านบาท

ประกอบด้วย โครงการ นิช ไอดี พระราม 2 เฟส 1 และเฟส 2 โครงการ นิช รัชวิภา โครงการนิช ไอดี บางแค โครงการ นิช ไอดี เสรีไทย โครงการ นิช โมโน พีค บางนา โครงการ นิช ไพรด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี และโครงการ นิช โมโน สุขุมวิท 50

และแบรนด์ "เดอะคิทท์" ที่มีรายได้อยู่ที่ 163.5 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการ เดอะ คิทท์ ไลท์ บางกะดี เฟส 2 โครงการ เดอะ คิทท์ พลัส สุขุมวิท และโครงการ เดอะ คิทท์ ติวานนท์ ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีการโอนกรรมสิทธิ์โครงการบ้านที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องจากปีก่อนอยู่ที่ 97.4 ล้านบาท มาจากโครงการเสนาพาร์ค แกรนด์ รามอินทรา วงแหวน และโครงการเสนาพาร์ค วิลล์ รามอินทรา วงแหวน เป็นต้น

ส่วนกลุ่มธุรกิจการให้เช่าและบริการ มีรายได้อยู่ที่ 165.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) มีรายได้อยู่ที่ 5.3 ล้านบาท ลดลง 79.8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงมีส่วนแบ่งกำไรจำนวน 15.1 ล้านบาท จากการร่วมทุนในโครงการโซลาร์ฟาร์มที่จังหวัดสระบุรี และนครปฐม รวมถึงบริษัทยังมีรายได้อื่นๆ อีก 21.3 ล้านบาท

ปันผลดี-ผลงานเด่น

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เป็นหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่มี Downside Risk จำกัด ณ ปัจจุบันซื้อขาย PER 2561 เพียง 6.3 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 9.5 เท่า และผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 6.3% ต่อปี

อย่างไรก็ดีฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์กำไรปี 2561 ที่ 849 ล้านบาท ขยายตัว 14.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องปี 2562 ที่ 917 ล้านบาท ขณะเดียวกัน SENA ยังมีโครงการที่ร่วมกับ Hankyu ในรูปแบบ JV ซึ่งจะหนุนผลประกอบการให้เติบโตโดดเด่นตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป แนะนำ "ซื้อสะสม" ราคาเหมาะสมที่ 4.08 บาท

 
ที่มา : หนังสือพิมพ์ทันหุ้น
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ