แนวราบชานเมืองคึก LPN ฟันธงแนวโน้มคนทิ้งคอนโด30%
แอล.พี.เอ็น.ฯ ชี้โครงข่ายคมนาคมดันเมืองโตกระจาย เอื้อแหล่งที่อยู่อาศัยขยายตัว มองเป็นโอกาสทองตลาดอสังหาฯ แนวราบทำเลชานเมือง ตอบโจทย์คนอยากอยู่บ้านมากกว่าคอนโดฯ พบเปลี่ยนใจทิ้งคอนโด 30%
นายจรัญ เกษร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรสันติ จำกัด บริษัทในเครือแอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยถึงแนวโน้มการเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัยในแนวราบ โดยเฉพาะบนทำเลชานเมืองกรุงเทพฯต่อเนื่องปริมณฑล ยังคงเห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะได้รับอานิสงค์จากแผนพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมจากภาครัฐ ทั้งถนน และรถไฟฟ้า โดยทำเลชานเมือง ถูกกำหนดเขตด้วยเส้นวงแหวนกาญจนาภิเษก ซึ่งทุกเส้นทางจะถูกเชื่อมด้วยแนวรถไฟฟ้า (10 สาย) ทำให้การเดินทางของผู้คนสะดวก รวดเร็วมากขึ้น และส่งผลให้แหล่งงาน สถานที่สำคัญกระจายออกไปในทิศต่างๆ ก่อให้เกิดความเจริญและเอื้อต่อการเติบโตของแหล่งที่อยู่อาศัยแนวราบ ที่จะตอบโจทย์ความต้องการของคนเมืองมากกว่าโครงการแนวสูงอย่างคอนโดมิเนียม เพราะเมื่อเมืองเจริญเทียบเท่ากัน การอาศัยกระจุกตัวอยู่ในเมืองก็มีความจำเป็นน้อยลงด้วยระบบขนส่งมวลชนที่ครอบคลุม
บริษัทฯจึงเลือกเปิดโครงการบ้านลุมพินี ทำเลย่านท่าข้าม- พระราม2 ที่อดีตเป็นเพียงเส้นทางไปมาหาสู่ระหว่างเมืองใหญ่ไปยังเมืองเล็ก ๆ แต่ปัจจุบันเป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญ มีศักยภาพความเป็นเมือง ที่สำคัญมีแหล่งงาน โรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่ง และศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ตลอดจนสถานพยาบาลชั้นนำ สถานศึกษาชื่อดัง ทำให้โครงการที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะแนวราบเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่เป็นบ้านเดี่ยวราคา 4-5 ล้านบาทขึ้นไป จนถึงบ้านหรูพรีเมียมริมถนนใหญ่ และที่กำลังน่าจับตามอง คือตลาดทาวน์เฮ้าส์ระดับราคาประมาณ 2-3 ล้านบาท โดยปัจจุบันพบสัดส่วนของลูกค้าคอนโดฯ เปลี่ยนใจหันมาซื้อบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮ้าส์เฉลี่ย 30 %
"จากแผนหลักของรถไฟฟ้าที่จะวิ่งออกเมืองทั้ง 4 ทิศ เท่ากับเป็นการขยายความเจริญออกสู่ชานเมืองมากขึ้น ทำให้แนวโน้มการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนบราบชานเมืองเห็นชัด เพราะเชื่อลึกๆคนอยากมีบ้าน มากกว่าคอนโดฯ ขณะที่ไลฟ์สไตล์คนปัจจุบันเปลี่ยน จันทร์-ศุกร์ทำงาน ส่วน เสาร์อาทิตย์ต้องการพักผ่อน เมื่อค่าเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ถูกกว่าค่าน้ำมันรถ การใช้ชีวิตอยู่ชานเมือง ในที่ที่แออัดน้อยกว่ามันก็ตอบโจทย์ ยิ่งความเป็นครอบครัว มีลูกเล็ก สถานศึกษาก็ไม่ได้กระจุกเหมือนในอดีต ฉะนั้น โอกาสในการเติบโตของโครงการแนวราบย่านชานเมือง ไม่ใช่แค่กระแส ช่วงสั้นๆ 3-4 ปีที่ผ่านมา ที่เชื่อว่าคนหนีมาจากคอนโดฯ ที่มีเยอะ รอเวลาระบายแล้วมาออกที่แนวราบ แต่หลังจากนี้ด้วยฟังก์ชั่นของสังคม ระบบขนส่งที่พร้อม จะได้เห็นภาพชัดเจนจากคนอยากมีบ้าน และคงเห็นผู้ประกอบการทั้งรายเก่า รายใหม่ แตกไลน์เข้ามาในตลาดมากขึ้น"
ทั้งนี้นายจรัญ ยังระบุว่า บริษัทแม่แอล.พี.เอ็น.ฯ มีเป้าพัฒนาโครงการแนวราบในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ให้ใกล้เคียงแนวสูงสัดส่วน 50:50