Loading

'เจริญ'ปูพรมลงทุน ส่งเฟรเซอร์สฯ บุกโลจิสติกส์รับค้าออนไลน์

วันที่ : 18 สิงหาคม 2562
เจ้าสัวเจริญจัดทัพเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ขึ้นแท่นผู้นำโลจิสติกส์ รับอี-คอมเมิร์ซโต ลั่นปี 63 เบอร์ 1 คลังสินค้าแบบ Built-to-Suit ล่าสุดคว้าลูกค้ารายใหญ่กลุ่มเซ็นทรัล ก้าวต่อไปเล็งลุยโครงข่ายศูนย์กระจายสินค้าในเมือง
          เล็งโลจิสติกส์ในเมือง

          เจ้าสัวเจริญจัดทัพเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ขึ้นแท่นผู้นำโลจิสติกส์ รับอี-คอมเมิร์ซโต ลั่นปี 63 เบอร์ 1 คลังสินค้าแบบ Built-to-Suit ล่าสุดคว้าลูกค้ารายใหญ่กลุ่มเซ็นทรัล ก้าวต่อไปเล็งลุยโครงข่ายศูนย์กระจายสินค้าในเมือง

          ปี 2562 ถือเป็นปีทองและก้าวเดินที่สำคัญของกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเครือข่าย "เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี" ในการปรับโครงสร้างใหม่ โดยเฉพาะบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT ภายใต้การนำทัพของนายปณต สิริวัฒนภักดี ประธานคณะกรรมการบริหาร ประกาศเข้าซื้อกิจการบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ "โกลเด้นแลนด์" ซึ่งการรวมกันนอกจากจะทำให้ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) เป็นบริษัทที่มีสินทรัพย์ใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ยังเติมเต็มความครบเครื่องสำหรับธุรกิจดังกล่าว เพราะมีทั้งความเชี่ยวชาญในด้านที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และพื้นที่อุตสาหกรรม

          นอกจากนี้ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ฯ ยังได้ร่วมลงทุนกับพันธมิตรทั้งไทยและเทศ เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง อาทิ บริษัท สหไทย เทอร์มินอล ซึ่งมีคลังสินค้าให้เช่าที่คลองเตย 50 ไร่เป็นศูนย์กระจายสินค้าในเมือง และยังร่วมลงทุนกับบริษัท มิตซุย ฟูโดซัง เอเชีย พัฒนาโครงการสมาร์ทอุตสาหกรรมและโลจิส พาร์กที่วังน้อย กับบางปะกง

          ปี63 เบอร์1 Built-to-suit

          นายโสภณ ราชรักษา ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2562 ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมด้วยการขยายโรงงานและสร้างคลังสินค้าตามความต้องการของลูกค้า หรือ Built-to-suit เพื่อให้รายได้เติบโตและมีพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 1.2 แสนตารางเมตร ซึ่งบริษัทนำเอาการให้บริการแบบสมาร์ทโซลูชัน ดาต้าเซ็นเตอร์ และความใส่ใจในการออกแบบอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้ บนทำเลยุทธศาสตร์ที่เป็นดั่ง โลจิสติกส์ ฮับ ในโซนบางนา บางพลี

          "เราตั้งเป้าปี 2563 เป็นเบอร์ 1 ในการพัฒนาแบบ Builtto-Suit ซึ่งในปี 2562 นี้ สามารถทำยอดขายได้แล้วประมาณ 1.35 ตร.ม. โดยภาพรวมในปัจจุบัน มีสัญญาเช่าพื้นที่ระยะยาว (7-15 ปี) ประมาณ 7 แสนตร.ม. จากพื้นที่รวมของบริษัททั้งหมด 2.7 ล้าน ตร.ม. ด้านยอดขายที่วางไว้ในปี 2563 คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นโดยไปแตะที่ 1.5 แสนตร.ม ขณะที่แผนพัฒนาธุรกิจโดยเฉพาะการจัดการที่ดินขนาดใหญ่ในทำเลบางนา-บางพลี ขนาดกว่า 4,000 ไร่ เราพร้อมพัฒนาที่ดินดังกล่าวเป็นเมืองอุตสาหกรรม (Township) ซึ่งเฟสแรก บริษัทจะเน้นพัฒนาในรูปแบบโลจิสติกส์ คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2563 บนพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่"

          ผนึกเซ็นทรัล

          แนวคิดการพัฒนาคลังสินค้าแบบ Built-to-Suit ได้รับความสนใจจากหลากหลายองค์กร และหนึ่งในนั้นคือ ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ของไทยอย่าง เซ็นทรัล รีเทล ให้ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ สร้างโลจิสติกส์แคมปัสระดับเวิลด์คลาส (World-Class Logistics Campus) ขึ้นบนพื้นที่กว่า 75,000 ตร.ม. บนทำเลบางพลี ซึ่งตั้งอยู่ภายในโครงการเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โลจิสติกส์เซ็นเตอร์ สัญญาเช่าระยะยาว 15 ปี คาดว่าใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 1 ปี แล้วเสร็จและพร้อมส่งงานในเดือนสิงหาคม 2563 ด้วยงบลงทุนปลูกสร้างที่ไม่รวมเซอร์วิสประมาณ 1,000 ล้านบาท

          โลจิสติกส์แคมปัสระดับเวิลด์คลาสแห่งนี้นำเอาเทคโนโลยีต่างๆ มาผนวกใช้ยกตัวอย่างเช่น ระบบจัดเก็บสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) ระบบอุปกรณ์สั่งงานด้วยเสียงอัตโนมัติ (Automation Voice-Picking) รวมทั้งการออกแบบโซนจัดเก็บสินค้าที่สูงกว่า 25 เมตร ที่สำคัญชูแนวคิดอาคารอนุรักษ์พลังงานด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เต็มทั้งพื้นที่หลังคาโครงการ โดยได้ผ่านการรับรองมาตรฐานอาคารสีเขียวหรือ LEED ที่สำคัญยืดหลักการ Customer Centric เพื่อการออกแบบพื้นที่ให้ตรงความต้องการมากที่สุด ซึ่งไม่เพียงแต่พื้นที่ปฏิบัติการยังมีช่องทางวิ่งออกกำลังกาย โรงอาหารและพื้นที่พักผ่อนสำหรับพนักงานเพื่อให้ทุกคนรู้สึกผ่อนคลาย

          "การพัฒนาแบบ Builtto-Suit จากนี้จะมีเทคโนโลยีมาเป็นหัวใจสำคัญโดยเฉพาะการนำเอาสมาร์ทโซลูชันและดาต้าเซ็นเตอร์มาปรับใช้ โดยผู้บริหารรายนี้แอบแย้มให้ฟังว่า ซึ่งนอกจากตอบโจทย์การสร้างประสิทธิภาพในคลังสินค้าแล้ว ยังเป็นการเสริมศักยภาพให้กับธุรกิจต่างๆ ซึ่งส่วนตัวมองว่ายังเป็นที่ต้องการของตลาดและพร้อมพัฒนาต่อไป" นายโสภณกล่าว

          ด้านดร.ปิยะพงษ์ ธัญญศรีสังข์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท สรรพสินค้า เซ็นทรัล จำกัด เผยว่า Distribution Center หรือ DC จะสามารถตอบโจทย์และเตรียมความพร้อมในการรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของการซื้อขายผ่านช่องทาง Omnichannel ในทุกกลุ่มธุรกิจค้าปลีกของเซ็นทรัล โดยจากเดิมที่มี DC อยู่ 5 แห่ง มารวมศูนย์อยู่ที่แห่งใหม่นี้ซึ่งมีพื้นที่ 5 หมื่นตร.ม. แต่ DC แห่งใหม่นอกจากมีพื้นที่กว้างแล้วยังง่ายต่อการจัดการแบบรวมศูนย์ โดยเฉพาะการกระจายสินค้าจะเกิดความฉับไว ยิ่งไปกว่านั้นทำเลดังกล่าวอยู่บริเวณ กม.19 นอกจากจะใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิแล้วยังสามารถส่งสินค้าเข้าสู่ถนนวงแหวนรอบนอกไปสู่ทุกภูมิภาค ทั่วประเทศไทย

          โดยยอดขายจาก Omnichannel ของเซ็นทรัล รีเทลมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในทุกปี ปี 2560 กลุ่มแฟชั่นเติบโต 16% กลุ่มฮาร์ดไลน์เติบโต 28% และกลุ่มฟู้ดเติบโต 48% ปี 2561 กลุ่มแฟชั่นเติบโต 72% กลุ่มฮาร์ดไลน์เติบโต 75% และกลุ่มฟู้ดเติบโต 31% สำหรับช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 (วันที่ 31 มีนาคม 2562) กลุ่มแฟชั่นเติบโต 104% กลุ่มฮาร์ดไลน์เติบโต 50% และกลุ่มฟู้ดเติบโต 26%

          ทั้งนี้ ภายในโครงการแห่งเดียวกันนี้มีศูนย์กระจายสินค้าแบบ Build-to-Suit ของเพาเวอร์บาย พื้นที่รวมกว่า 30,000 ตร.ม.มูลค่าสิ่งปลูกสร้างประมาณ 300-400 ล้านบาท ซึ่ง FPT พัฒนาขึ้นและได้มีการส่งมอบอาคารเป็นที่เรียบร้อยในปี 2561 ที่ผ่านมา จึงทำให้โครงการแห่งนี้ ถือเป็น "โลจิสติกส์แคมปัส" ของธุรกิจในเครือเซ็นทรัล รีเทล ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

          เล็งโลจิสติกส์ในเมือง

          นายโสภณกล่าวต่อไปว่า สำหรับเป้าหมายระยะยาวของ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศ ไทย) วางแผนรุกขยายธุรกิจในทุกมิติเพื่อขึ้นเป็นผู้นำการให้บริการสมาร์ทแพลตฟอร์มด้านอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้แนวคิด "เอ็กซ์พีเรียนซ์ แมตเทอร์ส"(experience matters) หรือเดินหน้ามอบประสบการณ์อันทรงคุณค่าให้แก่ลูกค้าทั้งในด้านคุณภาพสินค้า การบริการ และโซลูชันที่ครอบคลุมสอดรับการเติบโตของธุรกิจและอุตสาหกรรม

          "เราเล็งธุรกิจโลจิสติกส์ใกล้เมือง เป็นนโยบายหนึ่งที่อยากจะเอาธุรกิจอุตสาหกรรมกลับเข้าเมือง กลยุทธ์นี้ต้องหาพันธมิตร ซึ่งได้บริษัทสหไทย เทอร์มินอลฯ มีบริการท่าเรือและคลังสินค้าที่คลองเตย ใช้ที่ดินของพันธมิตรรายนี้ซึ่งใกล้ท่าเรือของเขา และใกล้เมือง เป็นโซนสีม่วง ทำโลจิสติกส์ได้ เป็นโลเกชัน ใหม่ๆ ที่เราอยากเปิด รวมถึงจะต่อยอดการใช้พื้นที่ภายในโครงการของโกลเด้นแลนด์ด้วย โมเดลนี้เรียก อี-คอมเมิร์ซ เอ็กซ์เพรส"
          จากการพูดคุยกับผู้ดำเนินการอี-คอมเมิร์ซหลายราย เช่น ลาซาด้า ช้อปปี้ ทุกรายอยากได้คลังสินค้าในเมือง นายโสภณกล่าวตอนท้าย
          'วางแผนรุกขยายธุรกิจในทุกมิติเพื่อขึ้นเป็นผู้นำการให้บริการสมาร์ทแพลตฟอร์มด้านอสังหาริมทรัพย์
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ