Loading

ทีฆาก่อสร้างแตกไลน์ธุรกิจเน้นพัฒนาอสังหาแนวราบ

วันที่ : 19 สิงหาคม 2562
ทีฆา เรียลเอสเตท แตกไลน์ธุรกิจก่อสร้าง ขยายและต่อยอดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เน้นพัฒนาโครงการแนวราบ ระดับราคา 3-7 ล้านบาท กระจายในย่านชานเมืองกรุงเทพฯ ประเดิมโครงการแรก ดิ เอสเซนส์ มูลค่าโครงการ 950 ล้านบาท บนพื้นที่ 46 ไร่ ย่านบ้านกล้วย-ไทรน้อย จำนวน 400 ยูนิต
          ทีฆา เรียลเอสเตท แตกไลน์ธุรกิจก่อสร้าง ขยายและต่อยอดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เน้นพัฒนาโครงการแนวราบ ระดับราคา 3-7 ล้านบาท กระจายในย่านชานเมืองกรุงเทพฯ ประเดิมโครงการแรก ดิ เอสเซนส์ มูลค่าโครงการ 950 ล้านบาท บนพื้นที่ 46 ไร่ ย่านบ้านกล้วย-ไทรน้อย จำนวน 400 ยูนิต

          นายพีระวัฒน์ วานิชวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีฆา เรียลเอสเตท จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ได้แตกไลน์ธุรกิจจากบริษัท ฑีฆา ก่อสร้าง จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมานานกว่า 35 ปี ด้วยการก่อตั้งบริษัท ทีฆา เรียลเอสเตท จำกัด เมื่อปี 2559 ด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการอสังหาฯ อย่างเต็มตัว โดยเน้นการพัฒนาโครงการแนวราบเป็นหลัก แม้ขณะนี้สภาวะเศรษฐกิจและภาพรวมอสังหาฯ จะยังไม่ฟื้นตัว แต่ด้วยประสบการณ์ในการรับเหมาก่อสร้างมานาน ทำให้รู้ขั้นตอนการผลิตและก่อสร้างได้เป็นอย่างดี ประกอบกับอสังหาริมทรัพย์เป็นธุรกิจที่มีผลประกอบการที่ดี แม้ว่าจะต้องใช้เงินลงทุนสูง หากสามารถบริหารจัดการได้ดี ก็จะทำให้บริษัทสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถควบคุมต้นทุนการก่อสร้างได้ดีกว่าผู้ประกอบการรายอื่นถึง 10% จึงถือเป็นช่องทางในการขยายและต่อยอดธุรกิจ

          ส่วนทิศทางการดำเนินธุรกิจอสังหาฯ ของบริษัทจะเน้นการพัฒนาโครงการแนวราบเป็นหลัก ระดับราคา 3-7 ล้านบาท กระจายในย่านชานเมืองกรุงเทพฯ โดยเน้นทำเลที่มีศักยภาพและมีดีมานด์รองรับ เพื่อพัฒนาโครงการที่สามารถตอบโจทย์ได้ดี ซึ่งอาจจะแบ่งแยกแบรนด์ตามเซกเมนต์ที่พัฒนา คือ บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และบ้านแฝด เพื่อสร้างการรับรู้ จดจำ และเป็นที่ยอมรับ โดยเน้นจุดแข็งด้านพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ การบริการทั้งก่อนและหลังการขาย การช่วยเหลือลูกค้าเรื่องสินเชื่อ ด้วยการช่วยตรวจสอบ กลั่นกรองให้ในเบื้องต้นก่อนที่จะยื่นให้กับสถาบันการเงิน ซึ่งจะทำให้ลดการถูกปฏิเสธสินเชื่อได้น้อยลง

          “แม้ว่ากลุ่มฑีฆา ก่อสร้างฯ จะมีประสบการณ์ในการก่อสร้างโครงการอาคารสูง แต่การที่ขยายไลน์ธุรกิจมาพัฒนาโครงการอสังหาฯ และเน้นเฉพาะแนวราบนั้น เพราะก่อสร้างได้เร็ว สามารถนำเงินทุนมาหมุนเวียนได้เร็วกว่าการก่อสร้างโครงการอาคารสูง อีกทั้งลูกค้าที่ซื้อโครงการแนวราบส่วนใหญ่จะเป็นเรียลดีมานด์ ที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง”

          นายพีระวัฒน์ กล่าวอีกว่า โครงการแรกที่บริษัทพัฒนาคือโครงการ “ดิ เอสเซนส์” (THE ESSENCE) ชัยพฤกษ์-วงแหวน ตั้งอยู่บนพื้นที่ 46 ไร่ ทำเลบ้านกล้วย-ไทรน้อย พัฒนาในรูปแบบของทาวน์เฮาส์ ขนาด 16.5-22 ตารางวา ราคา 1.55-2.2 ล้านบาท และบ้านแฝด ขนาด 35-50 ตารางวา ราคา 2.89-3.3 ล้านบาท จำนวน 400 ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 950 ล้านบาท โดยแบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 เฟส เฟสละ 100 กว่ายูนิต โดยได้เปิดการขายเฟสที่ 1 เมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา ขณะนี้มียอดขายแล้วประมาณ 50% ส่วนเฟสที่ 2 จะเปิดการขายในต้นปี 2563 และเฟสที่ 3 เปิดขายในปลายปี 2563 คาดว่าจะสามารถปิดการขายทั้งโครงการได้ภายในปลายปี 2564

          “ภายในระยะเวลา 5 ปีนี้ เรามีแผนที่จะพัฒนาโครงการแนวราบรวมประมาณ 3 โครงการ แต่ละโครงการมีมูลค่าประมาณ 700-1,000 ล้านบาท หากเป็นย่านนนทบุรี ก็จะเป็นทำเลไม่เกินวงแหวนรอบนอก หากเป็นโซนรามอินทรา ก็จะไม่เกินห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ และหากเป็นทำเลบางนา ก็จะไม่เกินย่านกิ่งแก้ว เป็นต้น” นายพีระวัฒน์ กล่าว
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ