Loading

ออลล์อินสไปร์ เร่งเครื่อง ดันฮ่องกงซื้ออสังหาฯไทย

วันที่ : 29 สิงหาคม 2562
ออลล์อินสไปร์ จัดทัพทีมผู้บริหารต่างชาติ เปิดเกม ดึงต่างชาติ ซื้ออสังหาฯในไทย ดันยอดขายแตะ 2.5 หมื่นล้านใน 5 ปี ลุ้นอานิสงส์สงครามการค้าแดนมังกร ประท้วงในฮ่องกง หนุนต่างชาติ เบนเข็มซื้ออสังหาฯไทย
          ออลล์อินสไปร์ จัดทัพทีมผู้บริหารต่างชาติ เปิดเกม ดึงต่างชาติ ซื้ออสังหาฯในไทย ดันยอดขายแตะ 2.5 หมื่นล้านใน 5 ปี ลุ้นอานิสงส์สงครามการค้าแดนมังกร ประท้วงในฮ่องกง หนุนต่างชาติ เบนเข็มซื้ออสังหาฯไทย

          นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อสานเป้าหมายในการเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรหรือเรียล เอสเตท โซลูชั่นส์ ทำให้บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

          ล่าสุด เดินเกมบุกอสังหาฯ ต่างประเทศ จัดทัพบริหารชาวต่างชาติ ทั้งสิงคโปร์ ไต้หวัน จีน ญี่ปุ่น เคลื่อนบริษัทไทย ดี เรียลเอสเตท จำกัด (Thai D)เป็นตัวแทนและนายหน้า ขายอสังหาริมทรัพย์สำหรับตลาดต่างประเทศทั้งโครงการของบริษัท และโครงการของลูกค้านอกบริษัท

          ทั้งนี้ บริษัทได้จัดตั้งสำนักงานสาขาที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และไทเป ไต้หวัน ซึ่งถือว่ามีประชากร หนาแน่น และเปิดโอกาสในการ เจาะกลุ่มเป้าหมายทั้ง 2 ตลาด วางเป้าหมาย 5 ปี จะมียอดขาย 25,000 ล้านบาท จาก 3 ปีที่ผ่านมาบริษัททำตลาด 58 โครงการ สามารถสร้างยอดขายกว่า 18,000 ล้านบาท หรือมีจำนวนที่พักอาศัยกว่า 5,000 ยูนิต

          ทั้งนี้ ตลาดที่อยู่อาศัยจับชาว ต่างชาติมูลค่าราว 7 หมื่นล้านบาท ตลาดจีนยังมีศักยภาพ แม้ค่าเงินหยวน จะอ่อนค่า แต่ไม่กระทบตลาด ที่อยู่อาศัยราคา 2-3 ล้านบาท เพราะต้องจ่ายแพงขึ้นเพียงหลัก 1 แสนบาท เพิ่มจากเงินดาวน์ 30% ซึ่งคอนโดมิเนียมของบริษัทยังไม่พบวิกฤติ แต่ถ้าซื้อที่อยู่อาศัยราคา 10 ล้านบาท ราคาจะแพงขึ้น 2 ล้านบาท ตลาดนี้จะได้รับผลกระทบ

          ขณะที่ตลาดฮ่องกง หลังจากมีการประท้วงยาวนาน ส่งผลให้ลูกค้าเปลี่ยนมาสนใจตลาดอสังหาฯในไทยมากขึ้น จากเดิมยอดขายต่อเดือนจากฮ่องกงอยู่ที่ 10-20 ล้านบาท ตอนนี้เพิ่มเป็นหลักร้อยล้านบาท สถานการณ์ประท้วงในฮ่องกงยังส่งผลให้คนจีนและฮ่องกงจะเคลื่อนมายังประเทศไทยเอื้อต่อภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และธุรกิจอสังหาฯไตรมาส 4 ต่อเนื่อง ถึงไตรมาส 1 ปีหน้า

          นายธนากร ยังระบุว่า บริษัทจะใช้ทางลัดในการหาที่อยู่อาศัย มาเติมสต็อกด้วยการเข้าซื้อห้องชุดที่มีศักยภาพมาปรับโฉมใหม่เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าด้วย โดยห้องชุดที่สนใจต้องอยู่ในทำเลดี มีส่วนต่างจากราคาที่น่าจูงใจ อัตราการดูดซับการโอนกรรมสิทธิ์ดี เป็นต้น ซึ่งจะช่วยเติมสต็อกจากปัจจุบันมีสินค้าสร้างเสร็จคงเหลือขาย 130 ยูนิต มูลค่า 201 ล้านบาทเท่านั้น

          ส่วนแผนครึ่งปีหลังจะเปิดโครงการใหม่ทั้งคอนโดมิเนียม ไฮไรส์และโลว์ไรส์ รวมถึงทาวน์โฮมแบรนด์เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว -นวมินทร์ เฟส 2 รวมมูลค่าโครงการไม่ต่ำกว่า 12,500 ล้านบาท

          อย่างไรก็ตาม ภาพรวมรายได้ ปีนี้คาดว่าแตะ 7,000 ล้านบาทตามเป้า หลังจาก 6 เดือนแรกมียอดขาย 4,125 ล้านบาท หรือราว 60% จาก เป้าหมาย ขณะที่การมุ่งเป็นเรียล เอสเตทโทเทิ่ล โซลูชั่นส์ คาดว่าจะส่งผล ให้สัดส่วนรายได้ใน 3 ปีข้างหน้าจะ มาจากการพัฒนาอสังหาฯ 70% รายได้ประจำ 20% รายได้จากบริการและนายหน้า 10%

          ขณะที่การมุ่งเป็นเรียลเอสเตท โทเทิ่ล โซลูชั่นส์ คาดว่าจะส่งผลให้สัดส่วนรายได้ใน 3 ปีข้างหน้าจะมาจากการพัฒนาอสังหาฯ 70% รายได้ ประจำ 20% รายได้จากบริการ และนายหน้า 10%
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ